คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 ALTI

AlTi Global (ALTI) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-31) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-10) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

ALTI หรือ AlTi Global ทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ด้านความมั่งคั่งและการลงทุนให้กับครอบครัว มูลนิธิ และสถาบันต่างๆ ครับ บริษัทระบุว่าตัวเองรวมความกว้างของบริษัทระดับโลกเข้ากับบริการแบบ family office เพื่อดูแลเงินทั้งก้อนของลูกค้าให้ครบทุกด้านครับ ณ 31 ธ.ค. 2025 บริษัทระบุว่าจัดการหรือให้คำแนะนำสินทรัพย์รวมราว 93.1 พันล้านดอลลาร์ และมีพนักงานราว 490 คนครับ

บริการหลักแบ่งเป็นสองกลุ่มครับ กลุ่มแรกคือ wealth management ซึ่งมีทั้งการจัดการพอร์ตแบบ discretionary การให้คำแนะนำแบบ non-discretionary การวางแผนมรดกและความมั่งคั่ง การทำหน้าที่ trust และ fiduciary การให้ความรู้และ governance ให้ครอบครัว ไปจนถึงงาน philanthropy ครับ นอกจากนี้ยังมีบริการ OCIO หรือ Outsourced Chief Investment Officer สำหรับลูกค้าที่อยากให้บริษัทดูแลการลงทุนทั้งระบบแทนครับ กลุ่มที่สองคือ family office services ซึ่งเป็นงานเบื้องหลัง เช่น ทำบัญชี ดูแลมูลนิธิส่วนตัว ติดตามการเงิน และจัดการกระแสเงินสดกับการจ่ายบิลครับ งานทรัสต์ของบริษัทส่วนใหญ่ให้บริการจากรัฐ Delaware ครับ

ส่วนที่สองคือ Alternatives Platform ซึ่งบริษัทลงทุนเองในกลยุทธ์ทางเลือก ครับ มีกองทุนที่บริษัทบริหารเองหนึ่งกองทุนคือ TIG Arbitrage และถือหุ้นในผู้จัดการกองทุนภายนอกอีกสามราย ซึ่งเป็นสถาบันเป็นส่วนใหญ่ครับ บริษัทระบุว่ามีพันธมิตรด้าน private markets กับ Allianz ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงกลยุทธ์ที่ปกติเข้าถึงยากได้ครับ

ปัจจุบันบริษัทมีเพียงหนึ่ง operating segment ครับ หลังจากขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศออกไปในไตรมาส 3 ปี 2025 หลังบอร์ดอนุมัติแผนเมื่อ 11 ก.ค. 2025 ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

พูดง่ายๆ คือบริษัทเก็บค่าบริการเป็นหลักครับ รายได้มีสี่ก้อนตามเอกสาร และก้อนที่ใหญ่ที่สุดคือ management fees ครับ ค่าธรรมเนียมนี้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินทรัพย์ที่ลูกค้าให้ดูแล เก็บเป็นรายไตรมาส ซึ่งบริษัทบอกว่ามีความคาดเดาได้มากกว่ารายได้ก้อนอื่นครับ ในครึ่งแรกปี 2026 ก้อนนี้อยู่ที่ราว 106 ล้านดอลลาร์ จากรายได้รวม 131 ล้านดอลลาร์ หรือราว 81% ครับ

ก้อนที่สองคือ distributions from investments ซึ่งมาจากการถือหุ้นในผู้จัดการกองทุนภายนอก ที่แบ่งรายได้กลับมาตามสัญญาครับ ก้อนนี้โตแรงจากราว 15 ล้านดอลลาร์เป็นราว 25 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกปี 2026 ครับ ก้อนที่สามคือ incentive fees ที่คิดเป็น 15% ถึง 20% ของกำไรที่ลูกค้าได้จากการลงทุน ซึ่งผันผวนมากและในครึ่งแรกปี 2026 ติดลบเล็กน้อยครับ ก้อนสุดท้ายคือ other fees ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าธรรมเนียมจากธุรกรรม ไม่ประจำครับ

ฝั่งค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนพนักงานเป็นก้อนใหญ่ที่สุดครับ ในครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ราว 98 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 64% ของค่าใช้จ่ายรวม ซึ่งหมายความว่าธุรกิจนี้ขึ้นกับทีมคนเก่งเป็นหลักครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแรกคือรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมที่เกิดซ้ำทุกไตรมาสครับ บริษัทระบุว่าอัตราการรักษาลูกค้าของบริการ wealth ช่วยให้รายได้ส่วนนี้ค่อนข้างมั่นคงครับ

จุดที่สองคือความหลากหลายของการเข้าถึงการลงทุน บริษัทระบุว่าผ่านพันธมิตร Allianz และกองทุนหลายรุ่นที่จัดตั้งเอง ลูกค้าจะเข้าถึงกลยุทธ์อย่าง vintage private equity, private credit, real estate และ hedge fund ได้ครับ ทั้งนี้บริษัทบอกว่าเลือกผู้จัดการกองทุนด้วยกระบวนการคัดเลือกที่เข้มงวดครับ

จุดที่สามคือ TIG Arbitrage ซึ่งเป็นกองทุน event-driven ที่บริหารโดย TIG Advisors ซึ่งจดทะเบียนกับ SEC และมี AUM ราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ ณ 31 ธ.ค. 2025 ครับ กองทุนนี้โฟกัสเหตุการณ์ควบรวมกิจการในช่วง 0 ถึง 30 วัน และบริษัทบอกว่าไม่ขึ้นกับจำนวนดีลในตลาดครับ ส่วนผู้จัดการภายนอกสามรายก็มีสไตล์ต่างกัน เช่น Romspen ปล่อยกู้ bridge ด้านอสังหาฯ ในอเมริกาเหนือโดยส่วนใหญ่เป็น first lien mortgage, Zebedee เล่นหุ้นยุโรปแบบ market agnostic และ Arkkan มีประสบการณ์ลงทุนหนี้และหนี้ด้อยคุณภาพในเอเชียมากกว่า 25 ปีครับ

จุดที่สี่คือบริการ trust และ family office ที่ครบวงจรครับ บริษัทวางตัวว่าการให้คำแนะนำเป็นอิสระจากผู้จัดการกองทุนที่บริษัทถือหุ้นอยู่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของลูกค้ากลุ่ม wealth และ OCIO ครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ฐานลูกค้าของบริการ wealth คือ UHNW individuals, ครอบครัว, single-family offices, มูลนิธิ และ endowments ทั่วโลกครับ ส่วนลูกค้าของ Alternatives Platform เป็นสถาบันเป็นหลักครับ

พาร์ทเนอร์ที่เอกสารระบุชัดคือ Allianz ในความร่วมมือด้าน private markets ครับ ผู้จัดการกองทุนภายนอกที่บริษัทถือหุ้นคือ Romspen (Toronto), Zebedee (London) และ Arkkan (Hong Kong) ครับ อีกราย Altaira Strategic Partners เป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาตั้งแต่ 15 พ.ย. 2024 โดยให้บริการงานหลังบ้านและงานกลางให้กับ TIG Arbitrage และกองทุนอื่นครับ

ด้านการขยายธุรกิจ ปี 2025 บริษัทซื้อ Kontora ซึ่งช่วยดัน AUM ขึ้นครับ ส่วนการรวมธุรกิจ EEA ในปี 2026 เอกสารระบุเพียงการออกหุ้นเพิ่ม รายละเอียดอื่นไม่พอให้ตัดสินใจครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

มองจากมุมเจ้าของธุรกิจ ความเสี่ยงแรกคือรายได้ผูกกับมูลค่าสินทรัพย์ครับ ถ้าตลาดตก หรือดอกเบี้ยสูงและเงินเฟ้อยังค้าง ค่าธรรมเนียมจะลดลงตาม และลูกค้าอาจถอนเงินออกครับ เอกสารยังระบุความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และภาษีศุลกากรด้วยครับ

ความเสี่ยงที่สองคือบริษัทยังขาดทุนสุทธิครับ ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องราว 22 ล้านดอลลาร์ และ EBITDA ตามรายงานติดลบราว 13 ล้านดอลลาร์ครับ ส่วน Adjusted EBITDA ที่เป็นบวกราว 20 ล้านดอลลาร์นั้นเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทปรับปรุงเอง โดยบวกค่า stock-based compensation ราว 20 ล้านดอลลาร์กลับเข้าไปครับ ควรดูทั้งสองตัวควบคู่กันนะครับ

ความเสี่ยงที่สามคือมูลค่าการลงทุนผันผวนครับ ไตรมาส 2 ปี 2026 ขาดทุนจากการลงทุนราว 21 ล้านดอลลาร์ โดยก้อนใหญ่สุดคือ Asian Credit and Special Situations ราว 18.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งผู้จัดการกองทุนตัดสินใจทยอยปิดกองทุนภายใน 12 เดือนครับ นอกจากนี้ Romspen รายงานมูลค่าช้ากว่ากองทุนต้นทางหนึ่งเดือนครับ

ความเสี่ยงที่สี่คือหนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตครับ มี earn-out liabilities ราว 40 ล้านดอลลาร์ TRA liability ราว 30 ล้านดอลลาร์ และ preferred stock tranche liability ครับ ส่วนหุ้นบุริมสิทธิ Series A และ C รวมกันอยู่ใน mezzanine equity ราว 359 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงินปันผลค้างจ่ายสะสมครับ

ความเสี่ยงที่ห้าคือสภาพคล่องและทุนครับ เงินสดปลาย มิ.ย. 2026 อยู่ที่ราว 31 ล้านดอลลาร์ ลดจากปลายปี 2025 และหนี้สินเพิ่มจากราว 1 ล้านเป็นราว 12 ล้านดอลลาร์ครับ จำนวนหุ้น Class A เพิ่มจาก 103 ล้านเป็น 115 ล้านหุ้นในครึ่งปีเดียวครับ ซึ่งสะท้อนการจ่ายด้วยหุ้นและการแปลง TRA ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมเจือจางลงครับ

ความเสี่ยงสุดท้ายคือภาษีกับอสังหาฯ ครับ อัตราภาษีมีผลต่อ effective tax rate ที่ต่ำมากในบางไตรมาส เพราะมี valuation allowance เต็มจำนวนกับ deferred tax asset ส่วนใหญ่ครับ และแม้จะขายธุรกิจอสังหาฯ ต่างประเทศไปแล้ว แต่การปล่อยกู้ bridge ของ Romspen ยังผูกกับตลาดอสังหาฯ อเมริกาเหนือครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทขาดทุน ตัวชี้วัดจึงสำคัญกว่าปกติครับ ตัวแรกคือ AUM หรือสินทรัพย์ที่บริษัทจัดการและรับผิดชอบการลงทุน ณ 30 มิ.ย. 2026 อยู่ที่ 51.4 พันล้านดอลลาร์ ส่วน AUA หรือสินทรัพย์ที่บริษัทดูแลและรายงาน อยู่ที่ 96.0 พันล้านดอลลาร์ครับ AUA รวมสินทรัพย์ที่ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมและสินทรัพย์ที่บริษัทไม่ได้ลงทุนเองด้วยครับ ซึ่งต่างจาก AUM ที่ใช้เป็นฐานคิดค่าธรรมเนียมหลักครับ

ตัวที่สองคือ net client change ซึ่งบอกว่าลูกค้าเอาเงินเข้าหรือออกสุทธิเท่าไร ในครึ่งแรกปี 2026 AUM ของ wealth เพิ่มขึ้นราว 0.5 พันล้านดอลลาร์ แต่แยกได้ว่าส่วนใหญ่มาจากผลตลาดราว 1.75 พันล้าน ส่วนกระแสเงินสุทธิจากลูกค้าติดลบราว 0.5 พันล้านครับ แปลว่าการเติบโตพึ่งตลาดมากกว่าลูกค้าใหม่ครับ

ตัวที่สามคือ Alternatives Platform ซึ่งรวม AUM/AUA ราว 7.2 พันล้านดอลลาร์ ณ 30 มิ.ย. 2026 ครับ และ Adjusted EBITDA ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่บริษัทปรับเองครึ่งแรกปี 2026 ราว 20.3 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 17.3 ล้านในปีก่อนครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าจะทยอยเปิดกองทุน private market รุ่นใหม่ (vintage) ต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าจัดสรรสินทรัพย์ทางเลือกได้เป็นประจำครับ บริษัทยังระบุว่ามีทั้งกองทุนแบบดั้งเดิมและกองทุน Impact Investing รวมอยู่ในแผนครับ

บริษัทระบุว่าผลประหยัดจากโครงการลดค่าใช้จ่ายเริ่มปรากฏในงบแล้วครับ โดยค่าที่ปรึกษาวิชาชีพในไตรมาส 2 ลดลงราว 6 ล้านดอลลาร์จากปีก่อนครับ ส่วนการขายธุรกิจอสังหาฯ ต่างประเทศ บริษัทบอกว่าทำให้โฟกัสที่ธุรกิจหลักได้ชัดขึ้นครับ ข้อมูลเป้าหมายตัวเลขระยะยาวไม่พอให้สรุปได้ครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้รวมอยู่ที่ราว 58 ล้านดอลลาร์ โตราว 11% จากปีก่อน แต่ขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องราว 31 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากการตีมูลค่าการลงทุนที่ขาดทุนครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ ALTI →