Avax One Technology (AVX) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
ตอนนี้ AVAX One Technology Ltd. (ชื่อเดิม AgriFORCE, ticker AVX) เปลี่ยนชื่อเมื่อ 13 พ.ย. 2025 ครับ โดยจุดโฟกัสหลักคือ "digital asset strategy" ซึ่งก็คือการถือและสะสมเหรียญ AVAX ของเครือข่าย Avalanche เป็นสินทรัพย์หลักในคลังสำรองของบริษัท พูดง่ายๆ คือบริษัทเปลี่ยนจากบริษัท ag-tech ที่เคยทำเรื่องอาหารและการเกษตร มาเป็นบริษัทที่เก็บเหรียญดิจิทัลไว้เป็นทรัพย์สินหลักครับ
ธุรกิจเดิมด้าน ag-tech หยุดดำเนินการทั้งหมดตั้งแต่ต้นปี 2025 ยกเว้นธุรกิจ Manna ที่เกี่ยวกับสิทธิบัตรกระบวนการแปรรูปธัญพืชและถั่วให้เป็นแป้งโปรตีนสูง ตอนนี้บริษัทกำลังทยอยชำระบัญชีธุรกิจนี้อยู่ครับ ส่วนธุรกิจที่ยังทำจริงอยู่ในมือตอนนี้คือ Bitcoin mining ที่บริษัทเข้ามาตั้งแต่ปลายปี 2024 โดยมีเครื่องขุดและศูนย์ข้อมูลอยู่ที่ Alberta (แคนาดา) และ Ohio (สหรัฐฯ) ครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
ตอนนี้มีรายได้จากสองทางครับ ทางแรกคือการขุด Bitcoin โดยตรง ในไตรมาส 3 ปี 2025 รายได้จากการขุดอยู่ที่ 525,914 ดอลลาร์ และทั้ง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 1,250,592 ดอลลาร์ ขุดได้ 4.7 BTC ในไตรมาสนี้และ 12.2 BTC ในรอบ 9 เดือนครับ ทางที่สองคือการขายเครื่องผลิต hydroxyl ซึ่งเป็นธุรกิจที่ถูกจัดเป็นส่วนที่ยกเลิกแล้ว โดยรายได้ 9 เดือนแรกอยู่ที่ประมาณ 71,162 ดอลลาร์เท่านั้นครับ
ฝั่งรายจ่ายที่ต้องดูคือค่าใช้จ่ายการดำเนินงานครับ ไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 3.14 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีก่อนประมาณ 43% ส่วนใหญ่เพราะไม่มีค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากปีก่อน แต่ค่าเงินเดือน ค่าซ่อมบำรุง และค่าที่ปรึกษาทางกฎหมายกับบัญชียังเพิ่มขึ้นอยู่ครับ นอกจากนี้บริษัทยังมีเงินทุนจากการระดมทุน โดยรอบ 9 เดือนมีเงินสดสุทธิจากการจัดหาเงินประมาณ 11.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากหุ้นกู้แปลงสภาพและการออกตราสาร ทำให้บริษัทยังต้องพึ่งพาการระดมทุนต่อเนื่องครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งแรกคือต้นทุนพลังงานของโรงขุดครับ ที่ Alberta บริษัทใช้ก๊าซธรรมชาติที่เหลือจากการเผา (flare gas) มาผลิตไฟ ซึ่งบริษัทบอกว่าเป็นพลังงานที่มีต้นทุนต่ำ และบริษัทคำนวณว่าต้นทุนขุด 1 BTC ที่ไซต์นี้อยู่ประมาณ 40,300 ดอลลาร์ ส่วนที่ Ohio มีสัญญาซื้อก๊าซที่ 0.04 ดอลลาร์ต่อ kWh และต้นทุนขุด 1 BTC ประมาณ 54,600 ดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 51,031 ดอลลาร์ต่อ BTC ครับ ถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ต้องดูทุกเดือนเลยครับ
จุดแข็งที่สองคือเครื่องขุดที่อายุยังไม่มาก โดยบริษัทระบุว่าเครื่องเฉลี่ยอายุประมาณ 3 ปี และมี uptime ค่ากลางประมาณ 99.86% แต่บริษัทก็ยอมรับว่ามี downtime เฉลี่ยประมาณ 24 ชั่วโมงต่อเดือนครับ ส่วนจุดแข็งที่สามคือนโยบายถือ BTC ที่ขุดได้ไว้เป็นคลังสำรองระยะยาว โดยบริษัทบอกว่าจะถือไว้สูงสุดถึง 50% ของที่ขุดได้ และใช้ BTC เป็นหลักประกันกู้ยืมเงินได้ด้วยครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ในแง่ลูกค้า ธุรกิจขุด Bitcoin นั้นขายให้ตลาดและ BTC ที่ได้ก็ถือไว้เองส่วนใหญ่ครับ ส่วน hydroxyl devices ขายให้ลูกค้าโดยตรงและผ่านนายหน้า แต่ธุรกิจนั้นยุติไปแล้วในส่วนที่ยกเลิกครับ ส่วนการขายอาหารภายใต้แบรนด์ UN(THINK) ที่บริษัทเคยพูดถึงว่ากำลังคุยกับโรงทำขนมปังและผู้ผลิตเบเกอรี่ บริษัทเองระบุว่ายังไม่ประสบความสำเร็จในการขายเลยครับ
พาร์ทเนอร์ที่สำคัญคือ Hivemind Capital Partners ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้สัญญาจัดการสินทรัพย์ตั้งแต่ 18 ก.ย. 2025 โดยบริษัทจ่ายค่าจัดการ 1.25% ต่อปีของขนาดบัญชี และ BitGo เป็นผู้ดูแลการเก็บ Bitcoin แบบ cold storage ครับ ส่วนเงินลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ก็เป็นแหล่งเงินทุนหลักของโครงการ AVAX ด้วยครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงแรกที่ใหญ่ที่สุดคือราคา AVAX ครับ บริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานและราคาหุ้นอาจผันผวนตามราคาเหรียญ ซึ่งราคา AVAX ในอดีตขึ้นลงรุนแรง ถ้าเราถือเหรียญไว้เป็นหลักแบบนี้ ราคาตกก็กระทบงบทันทีครับ
ความเสี่ยงที่สองคือบริษัทยังขาดทุนและยังไม่มีกำไรที่ยั่งยืนครับ ขาดทุนสุทธิสะสมตั้งแต่ก่อตั้งถึงสิ้นปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 93.98 ล้านดอลลาร์ และ FY2025 ขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องประมาณ 31.99 ล้านดอลลาร์ ส่วนเอกสารระบุว่ามีความไม่แน่นอนเรื่องความต่อเนื่องของกิจการ (going concern) ด้วยครับ
ความเสี่ยงที่สามคือการระดมทุนและการเจือจางครับ บริษัทมี public float ประมาณ 52 ล้านดอลลาร์ ณ 24 มี.ค. 2026 ทำให้อยู่ภายใต้กฎ baby shelf ที่จำกัดวงเงินระดมทุนผ่านการขายหุ้นในแต่ละ 12 เดือน ถ้าระดมทุนเพิ่มต้องออกหุ้นใหม่ก็ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเดิมลดลงครับ
ความเสี่ยงที่สี่คือการพึ่งพาคนสำคัญครับ CEO และ CFO ไม่มีสัญญาจ้างระยะยาว และบริษัทไม่มีประกันชีวิตคีย์แมนด้วยครับ ความเสี่ยงที่ห้าคือธุรกิจขุดแข่งขันสูง โดยคู่แข่งที่มีเงินทุนมากกว่าจะได้เปรียบเรื่องการขยายกำลังขุดครับ ความเสี่ยงที่หกคือการเข้าซื้อกิจการและการรวมระบบ ซึ่งอาจมีหนี้สินที่ไม่เห็นตอนซื้อครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
ธุรกิจนี้ยังไม่ได้ใช้ตัวชี้วัดแบบ ARR หรือ backlog ครับ ตัวชี้วัดที่คนดูควรติดตามคือจำนวน BTC ที่ขุดได้ต่อวันและต้นทุนต่อ BTC ครับ ปัจจุบัน Alberta ขุดได้ประมาณ 0.017 BTC ต่อวัน ส่วน Ohio ประมาณ 0.051 BTC ต่อวัน และบริษัทบอกว่าการซื้อ Ohio ทำให้กำลังประมวลผล (hash rate) เพิ่มขึ้นมากกว่า 600% ครับ
ส่วนการขยายไปสู่ AI compute หรือการปลูกพืช/เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บริษัทระบุว่าเป็นแผนในอนาคต ยังไม่มีตัวเลขรายได้ที่ยืนยันแล้วครับ จึงควรมองเป็นแผนที่ยังต้องพิสูจน์ครับ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทวางกลยุทธ์ไว้สามเสาหลักครับ เสาแรกคือ Bitcoin mining และการให้บริการ compute สำหรับ AI, edge computing และ sovereign data ผ่านแผนก TerraHash Digital ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นโรงประมวลผลแบบ modular ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ เสาที่สองคือการพัฒนาและนำหน่วยผลิตไฟจากก๊าซ (gas-to-power) แบบเคลื่อนย้ายได้มาใช้ ส่วนเสาที่สามคือการสร้างคลังสำรองดิจิทัลโดยสะสม BTC และ AVAX ครับ
ที่ Alberta บริษัทวางแผนนำความร้อนจากเครื่องขุดมาใช้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม, สาหร่ายแดง และไมโครกรีน พร้อมระบบดักจับคาร์บอน ซึ่งบริษัทบอกว่าจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ครับ อย่างไรก็ตามเอกสารไม่ได้ระบุว่ามีรายได้จากส่วนนี้แล้ว จึงยังเป็นแผนครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ในไตรมาส 3 ปี 2025 รายได้จากการขุด Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 526,000 ดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลงประมาณ 43% เทียบปีก่อน แต่ยังขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกประมาณ 16.56 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่จากการขาดทุนจากการปรับหนี้แปลงสภาพ ดูตัวเลขเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ AVX →