คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : COST

Costco Wholesale Corp /New (COST) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2025-10-08) และ 10-Q (ยื่น 2026-06-03) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Costco Wholesale (ชื่อย่อหุ้น COST) เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1983 ที่เมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา ธุรกิจหลักคือการเปิด "คลังสินค้าแบบสมาชิก" (membership warehouse) ที่ขายสินค้าหลากหลายประเภทในปริมาณมากต่อชิ้น ด้วยราคาที่ต่ำกว่าร้านค้าทั่วไป โดยผู้ที่จะเข้ามาซื้อของได้ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปีก่อนเสมอ

ณ สิ้นปีงบการเงิน 2025 (สิ้นสุด 31 สิงหาคม 2025) Costco มีคลังสินค้าทั้งหมด 914 แห่งทั่วโลก ครอบคลุมสหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก ญี่ปุ่น อังกฤษ เกาหลี ออสเตรเลีย ไต้หวัน จีน สเปน ฝรั่งเศส สวีเดน ไอซ์แลนด์ และนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในหลายประเทศด้วยครับ

แนวคิดธุรกิจของ Costco ตรงไปตรงมามากครับ คือ ขายสินค้าน้อยรายการ (ต่ำกว่า 4,000 SKU ต่อสาขา เทียบกับซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปที่มีหลักหมื่น SKU) เน้นเฉพาะสินค้าที่ขายเร็ว ไม่ตกแต่งร้านฟุ่มเฟือย ไม่มีพนักงานเยอะ และซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรงในปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนต่ำและขายได้ถูกครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้ของ Costco มาจากสองทางหลักครับ

ทางแรกคือขายสินค้า ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหลัก ได้แก่ อาหารและของใช้ (Foods & Sundries เช่น อาหารแห้ง ขนม เครื่องดื่ม เหล้า) สินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่อาหาร (Non-Foods เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ยางรถยนต์) และอาหารสด (Fresh Foods เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ เบเกอรี่) นอกจากนี้ยังมีบริการในคลัง (Warehouse Ancillary) เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านขายยา ร้านอาหาร และบริการด้านสายตา โดยปั๊มน้ำมันคิดเป็นประมาณ 10% ของยอดขายรวมในปี 2025 รวมถึงธุรกิจอื่นๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ (ประมาณ 7% ของยอดขายรวม) และ Costco Travel

ทางที่สองคือค่าสมาชิกรายปี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจนี้ครับ สมาชิกทั่วไป (Gold Star / Business) จ่าย $65 ต่อปีในสหรัฐฯ และสามารถอัปเกรดเป็น Executive Member ได้โดยจ่ายเพิ่มอีก $65 (รวมเป็น $130 ต่อปี) แลกกับสิทธิ์รับเงินคืน 2% จากยอดซื้อ (สูงสุด $1,250 ต่อปี) ณ ไตรมาส 3 ปีงบการเงิน 2026 มีสมาชิกที่จ่ายเงินแล้วทั้งหมดราว 82.9 ล้านคน และรายได้ค่าสมาชิกในไตรมาสล่าสุด (12 สัปดาห์) อยู่ที่ $1,373 ล้าน เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อนครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของ Costco คือ โครงสร้างต้นทุนที่ต่ำมากและวินัยในการควบคุมราคา ครับ บริษัทตั้งใจดำเนินธุรกิจด้วย gross margin ต่ำกว่าผู้ค้าปลีกทั่วไปอย่างมีนัย (ประมาณ 11% เทียบกับซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปที่มักอยู่ในช่วง 25-30%) และชดเชยด้วยปริมาณขายที่สูงมากและการหมุนเวียนสินค้าเร็ว ที่สำคัญคือ Costco มักขายสินค้าออกไปก่อนที่จะต้องจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ด้วยซ้ำ ซึ่งช่วยให้ใช้เงินทุนหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ค่าสมาชิกที่มีอัตราต่ออายุสูงมาก เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ อัตราต่ออายุสมาชิกในสหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ที่ 92.2% ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2026 และ 89.7% ทั่วโลก ตัวเลขนี้สะท้อนว่าสมาชิกส่วนใหญ่รู้สึกว่าค่าสมาชิกคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับครับ นอกจากนี้ Executive Member ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 73.6% ของยอดขายทั่วโลกในปี 2025 ยิ่งมีแรงจูงใจในการซื้อของบ่อยเพื่อให้ได้เงินคืน 2% คืนมา

แบรนด์ Kirkland Signature (สินค้า private label ของ Costco) ยังเป็นจุดแข็งที่ชัดเจน เพราะสินค้า Kirkland Signature มี margin สูงกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไป และมีสัดส่วนในยอดขายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามที่บริษัทระบุไว้ใน filing ครับ

สุดท้าย การจัดการพนักงาน ก็เป็นจุดแข็งที่บริษัทให้ความสำคัญมาก ในปี 2025 ค่าแรงขั้นต่ำในสหรัฐฯ อยู่ที่ $20 ต่อชั่วโมง และค่าแรงเฉลี่ยพนักงานรายชั่วโมงในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ $32 ต่อชั่วโมง อัตราการคงอยู่ของพนักงานที่ทำงานมาอย่างน้อย 1 ปีในสหรัฐฯ และแคนาดาอยู่ที่ประมาณ 94% ในปี 2025 ซึ่งสูงมากสำหรับธุรกิจค้าปลีกครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าหลักคือสมาชิกที่จ่ายค่าสมาชิกรายปีครับ โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือ Gold Star (บุคคลทั่วไป) และ Business (ธุรกิจหรือบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ) ณ สิ้นปี 2025 มีสมาชิกทั้งหมด 81 ล้านคน แบ่งเป็น Gold Star 68.3 ล้านคน และ Business รวม affiliate 12.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 71 ล้านคนในปี 2023 ล่าสุด ณ ไตรมาส 3 ปี 2026 ตัวเลขขยับขึ้นมาที่ 82.9 ล้านคนแล้วครับ

ด้านซัพพลายเออร์ บริษัทระบุว่ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ชั้นนำหลายราย และไม่มีซัพพลายเออร์รายใดรายหนึ่งที่มีสัดส่วนสำคัญมากเกินไป บริษัทยังระบุว่ากำลังกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานและขยายการผลิตในประเทศที่จำหน่ายสินค้าด้วยครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวทางภูมิศาสตร์ เป็นเรื่องที่ต้องระวังมากครับ สหรัฐฯ และแคนาดารวมกันคิดเป็น 86% ของยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานในปี 2025 และในสหรัฐฯ เองนั้น แค่รัฐแคลิฟอร์เนียรัฐเดียวก็คิดเป็น 26% ของยอดขายในสหรัฐฯ ทั้งหมด ถ้าเศรษฐกิจในแคลิฟอร์เนียหรือแคนาดาสะดุด ผลกระทบต่อ Costco จะรุนแรงมากครับ

ความเสี่ยงจากภาษีนำเข้า (tariffs) บริษัทระบุชัดเจนว่า tariffs ที่สูงขึ้นมีแนวโน้มจะกระทบผลประกอบการในทางลบ เพราะต้นทุนสินค้าจะสูงขึ้น และแม้ Costco จะมีกลยุทธ์รับมือเช่นการซื้อสินค้าล่วงหน้า หรือหาแหล่งผลิตในประเทศ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดครับ

ความเสี่ยงจากการที่สมาชิกไม่ต่ออายุ แม้อัตราต่ออายุจะสูงมากในปัจจุบัน แต่บริษัทระบุว่าสมาชิกที่สมัครผ่านออนไลน์และโปรโมชั่นดิจิทัลมีอัตราต่ออายุต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าติดตามเมื่อสมาชิกช่องทางออนไลน์มีสัดส่วนมากขึ้นครับ

ความเสี่ยงด้านไซเบอร์และระบบ IT บริษัทระบุว่าการโจมตีทางไซเบอร์มีความถี่และความซับซ้อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ phishing และ ransomware ซึ่งอาจกระทบการดำเนินงาน ข้อมูลสมาชิก และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้ครับ

ความเสี่ยงด้านต้นทุนพนักงานและสาธารณสุข บริษัทระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านพนักงานเป็นต้นทุนใหญ่อันดับสอง รองจากต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพพนักงานและค่าแรงเป็นส่วนที่ควบคุมได้ยาก เนื่องจาก Costco เลือกจ่ายค่าแรงสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมเป็นนโยบายครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าการเติบโตต่อจากนี้จะมาจากหลายทิศทางครับ ทางแรกคือการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่ฐานสาขายังเล็กอยู่ ทำให้อัตราการขยายพื้นที่ยังสูงกว่าในสหรัฐฯ ทางที่สองคือการขยายกลุ่ม Executive Member ให้มากขึ้น เพราะกลุ่มนี้ซื้อสินค้ามากกว่าและมีส่วนในยอดขายถึง 73.6% แล้วในปี 2025

บริษัทระบุว่ายอดขายดิจิทัล (Digitally-enabled sales) เติบโตถึง 21% ในไตรมาส 3 ปี 2026 และ 22% ในช่วง 36 สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นช่องทางที่บริษัทให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่าอีคอมเมิร์ซมี gross margin ต่ำกว่าการขายในคลังสินค้าปกติครับ

นอกจากนี้ บริษัทยังลงทุนในระบบ IT และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการกระจายแหล่งผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจาก tariffs และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 3 ปีงบการเงิน 2026 (12 สัปดาห์สิ้นสุด 10 พฤษภาคม 2026) ยอดขายรวมอยู่ที่ $69,154 ล้าน เติบโต 12% จากปีก่อน โดย comparable sales เติบโต 10% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น $2,192 ล้าน ($4.93 ต่อหุ้น diluted) จาก $1,903 ล้าน ($4.28 ต่อหุ้น diluted) ในปีก่อน คิดเป็นการเติบโตของกำไรต่อหุ้นประมาณ 15% ส่วน gross margin percentage อยู่ที่ประมาณ 11% ซึ่งเป็นระดับปกติของ Costco ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →