คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : ERAS

Erasca (ERAS) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-12) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-11) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Erasca (ERAS) เป็นบริษัทยามะเร็งระยะคลินิก (clinical-stage) ที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ขายในตลาดเลยครับ งานหลักตอนนี้คือการวิจัยและพัฒนายาที่มุ่งเป้าไปยัง "เส้นทางสัญญาณ RAS/MAPK" ซึ่งเป็นกลไกระดับเซลล์ที่ผิดปกติในผู้ป่วยมะเร็งกว่า 5 ล้านรายต่อปีทั่วโลก พูดง่ายๆ คือยีนกลุ่มนี้เมื่อกลายพันธุ์แล้วจะส่งสัญญาณให้เซลล์แบ่งตัวไม่หยุด บริษัทต้องการพัฒนายาที่ "ปิดสัญญาณ" นี้ให้ได้อย่างครบถ้วน

ไปป์ไลน์หลักตอนนี้มีสองตัวที่อยู่ในขั้นทดลองทางคลินิกแล้วครับ ได้แก่ ERAS-0015 (pan-RAS molecular glue ที่อยู่ในช่วง Phase 1 ทดลองในชื่อ AURORAS-1) และ ERAS-4001 (pan-KRAS inhibitor ทดลองในชื่อ BOREALIS-1) บวกกับ ERAS-12 ซึ่งเป็น EGFR biparatopic antibody ที่ยังอยู่ในขั้นค้นหาตัวยาหลัก (discovery stage) นอกจากนี้บริษัทยังตัดสินใจหยุดพัฒนายา naporafenib ที่เคยอินไลเซนส์มาจาก Novartis ในปี 2026 เพื่อโฟกัสทรัพยากรทั้งหมดไปที่กลุ่ม RAS

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ตรงไปตรงมาเลยครับ — ยังไม่มีเงินจากการขายยาแม้แต่บาทเดียว เพราะยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอนุมัติ FDA รายได้เป็นศูนย์ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2018

เงินที่ใช้ดำเนินงานมาจากการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นล้วนๆ ครับ ทั้ง IPO ปี 2021 ได้ประมาณ 317 ล้านดอลลาร์, ออกหุ้นเพิ่มในปี 2022 ได้ 94.9 ล้าน, ปี 2024 รวมกันได้ราว 218 ล้าน, มกราคม 2026 อีก 242.7 ล้าน และล่าสุดกรกฎาคม 2026 ระดมได้ถึง 593.5 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้น 36 ล้านกว่าหุ้นที่ราคา 17.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 มีเงินสดและหลักทรัพย์รวม 384.3 ล้านดอลลาร์ บวกเงินจาก Offering เดือนกรกฎาคมอีก 593.5 ล้าน รวมแล้วบริษัทประเมินว่าพอใช้ได้อย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้า

ส่วนดอกเบี้ยจากเงินสดและหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ก็เป็นรายได้เล็กน้อย เช่น ไตรมาส 2 ปี 2026 มีรายได้อื่นสุทธิ 3.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่คือดอกเบี้ยนี่แหละครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งหลักของ ERAS อยู่ที่ข้อมูลทางคลินิกเบื้องต้นของ ERAS-0015 ที่ออกมาค่อนข้างโดดเด่นในช่วงต้นปี 2026 ครับ ณ ขนาดยาที่บริษัทกำหนดเป็น Recommended Doses for Expansion (RDEs) ที่ 24-32 mg ต่อวัน ยาแสดงอัตราตอบสนองเบื้องต้น (unconfirmed ORR 8 สัปดาห์) ที่ 62% ในผู้ป่วยมะเร็งปอด KRAS G12X (NSCLC) แนว 2nd line ขึ้นไป และ 42% ในมะเร็งตับอ่อน KRAS G12X (PDAC) ซึ่งบริษัทระบุว่าสูงกว่าตัวเปรียบเทียบในกลุ่มเดียวกันที่ข้อมูลเผยแพร่ก่อนหน้า

นอกจากนั้นผลด้านความปลอดภัยไม่พบ Dose-Limiting Toxicity (DLT) และไม่มีผู้ป่วยหยุดยาเพราะผลข้างเคียงที่เกี่ยวกับยา (ยกเว้นกรณีผู้ป่วย 1 รายที่เกิด pneumonitis Grade 3 ซึ่งบริษัทระบุรายละเอียดไว้ใน filing) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ตอบสนองยังคงอยู่ในการรักษาต่อเนื่อง เช่น ใน NSCLC 23 ใน 24 ราย และใน PDAC 20 ใน 23 ราย ข้อมูลที่ว่า Median Relative Dose Intensity อยู่ที่ 100% ที่ทั้งขนาด 24 และ 32 mg บ่งชี้ว่าผู้ป่วยทนยาได้ดีและไม่ต้องลดขนาด

ทีมผู้บริหารและคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์มีประสบการณ์ด้าน precision oncology โดยตรง รวมถึง CEO Jonathan Lim ที่เคยนำ Ignyta ผ่านกระบวนการขออนุมัติยา ROZLYTREK มาก่อน

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

เนื่องจากยังไม่มีสินค้าขาย "ลูกค้า" ในแบบธุรกิจปกติจึงยังไม่มีครับ แต่มีพาร์ทเนอร์ที่สำคัญในเชิงการวิจัย ได้แก่ Guangzhou Joyo Pharmatech ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์เดิมของ ERAS-0015 บริษัทอินไลเซนส์ยาตัวนี้มาในปี 2024 และในต้นปี 2026 ก็จ่ายเงิน 150 ล้านดอลลาร์เพื่อขยายสิทธิ์ครอบคลุมดินแดนที่กว้างขึ้น โดย Joyo ยังดำเนินการทดลอง JYP0015M101 ในจีนคู่ขนานกันอยู่

ด้าน Merck (MSD) เข้ามาร่วมในโครงการ AURORAS-1 โดยให้ KEYTRUDA (pembrolizumab) ฟรีเพื่อทดสอบร่วมกับ ERAS-0015 ขณะที่ Tango Therapeutics ก็มีข้อตกลงทดลองรวม ERAS-0015 กับยา PRMT5 inhibitor ของ Tango (vopimetostat) โดย Tango เป็นผู้สนับสนุนและออกค่าใช้จ่ายเอง ข้อตกลงลักษณะนี้ช่วยให้ Erasca ประหยัดต้นทุนการทดลองผสมได้บางส่วนครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือบริษัทยังไม่มีรายได้จากการขายยาเลยครับ และขาดทุนสะสมตั้งแต่ก่อตั้งจนถึง 31 ธันวาคม 2025 อยู่ที่ 892.2 ล้านดอลลาร์ ปี 2025 ขาดทุน 124.5 ล้าน ปี 2024 ขาดทุน 161.7 ล้าน และสำหรับครึ่งแรกของปี 2026 ขาดทุนแล้ว 227.5 ล้านดอลลาร์ (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบันทึกค่าใช้จ่าย in-process R&D 150 ล้านจากการจ่ายให้ Joyo)

ความเสี่ยงด้านการพัฒนายาคือผลข้อมูลที่มีอยู่ยังเป็นเพียงข้อมูล Phase 1 ระยะเบื้องต้น ตัวเลขตอบสนองยังเป็น "unconfirmed" เป็นส่วนใหญ่ และจำนวนผู้ป่วยยังน้อยอยู่ครับ การที่ยาจะผ่าน Phase 2/3 และได้รับการอนุมัติจาก FDA ยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก นอกจากนี้ ERAS-4001 ยังรอผล Phase 1 ในครึ่งหลังของปี 2026 และ ERAS-12 ยังอยู่ขั้น discovery

ความเสี่ยงด้านทุน — บริษัทต้องระดมทุนซ้ำอยู่เรื่อยๆ ผ่านการออกหุ้นใหม่ ซึ่งทำให้สัดส่วนความเป็นเจ้าของของผู้ถือหุ้นเดิมถูกเจือจางลงทุกครั้ง และยังมีโปรแกรม ATM ที่สามารถขายหุ้นเพิ่มได้อีกสูงสุด 200 ล้านดอลลาร์ในตลาด

ความเสี่ยงด้านสัญญา — ERAS-0015 และ ERAS-4001 ล้วนเป็นยาที่อินไลเซนส์มา ไม่ได้พัฒนาเองตั้งแต่ต้น หากความสัมพันธ์กับ Joyo มีปัญหาหรือเงื่อนไขสัญญาเปลี่ยนแปลง จะกระทบธุรกิจโดยตรง มีพันธกรณีการจ่าย milestone ให้ licensor ในอนาคตด้วยครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทอยู่ในช่วง pre-revenue ตัวเลขที่ติดตามสำคัญจึงเป็นตัวชี้วัดทางคลินิกครับ

ตัวที่น่าจับตาคือ uORR (Unconfirmed Overall Response Rate) ของ ERAS-0015 ณ ขนาด RDEs 24-32 mg — บริษัทรายงานว่าอยู่ที่ 62% (8 สัปดาห์) ใน 2L+ KRAS G12X NSCLC และ 42% (14 สัปดาห์) ใน 2L KRAS G12X PDAC จากข้อมูล ณ เมษายน 2026 และในรายงานเดือนกรกฎาคม 2026 พบว่าในกลุ่ม PDAC ที่ขนาด 32 mg ตัวเลขขยับขึ้นเป็น 57% uORR (8 สัปดาห์) แม้ N ยังน้อยอยู่

ค่าใช้จ่าย R&D รายไตรมาสเป็นตัวสะท้อนความเร็วการเผาเงินครับ — บริษัทระบุว่า "in-process R&D" ที่จ่ายเป็น lump sum ให้ Joyo 150 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกของปี 2026 นั้นเป็นรายการพิเศษ ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย R&D ปกติ ถ้าดูเฉพาะ R&D ปกติ 6 เดือนแรกปี 2026 อยู่ที่ 63.2 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 47.1 ล้านในช่วงเดียวกันของปี 2025 เพิ่มขึ้นประมาณ 34%

บริษัทระบุว่า ERAS-0015 สามารถครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วย RAS-mutant ทั่วโลกประมาณ 2.7 ล้านรายต่อปี และ ERAS-4001 ครอบคลุม KRAS-mutant อีกราว 2.2 ล้านราย (ตัวเลขเหล่านี้บริษัทระบุว่า)

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

แผนระยะสั้นที่ชัดที่สุดคือรอผล Phase 1 monotherapy แบบเต็มของ ERAS-0015 จากทั้ง AURORAS-1 และ JYP0015M101 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 พร้อมกันนั้นก็กำลังขยาย cohort ทดสอบร่วมกับยา anti-EGFR (panitumumab) ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ และกับ pembrolizumab ในโรคมะเร็งทั่วไปด้วยครับ

สำหรับ ERAS-4001 บริษัทระบุว่าจะรอผล Phase 1 ในครึ่งหลังของปี 2026 และหากผลดีจะขยาย cohort และเริ่มทดลองผสมในปี 2027

ทิศทางในระยะกลางถึงยาว หากยาผ่านการอนุมัติ บริษัทจะต้องสร้างทีมขาย สร้างโรงงานผลิต และเจรจาประกันสุขภาพ ซึ่งล้วนต้องใช้เงินมหาศาลและยังเป็นเรื่องที่อยู่ไกลออกไปอีก การหารายได้จากการอนุญาตสิทธิ์ (licensing) หรือ partnership กับบริษัทใหญ่อาจเป็นเส้นทางที่สั้นกว่า แต่ filing ยังไม่ระบุแผนที่ชัดเจนในจุดนี้ครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทมีค่าใช้จ่าย R&D ปกติ 35.9 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 70% เทียบปีก่อน) และขาดทุนสุทธิ 44.1 ล้านดอลลาร์ ส่วนครึ่งปีแรกรวมขาดทุน 227.5 ล้าน (ส่วนใหญ่มาจาก in-process R&D 150 ล้านที่จ่ายให้ Joyo เป็นรายการพิเศษ) ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ ERAS →