Expedia Group (EXPE) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Expedia Group คือบริษัทที่เป็นตลาดกลางซื้อ-ขายบริการท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลก พูดง่ายๆ คือถ้าคุณอยากจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน รถเช่า หรือบ้านพักวันหยุด คุณเข้า Expedia.com, Hotels.com, Vrbo หรือ trivago ก็ได้ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ร่มเดียวกันครับ
บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรมหรือสายการบินเอง แต่ทำหน้าที่เชื่อมนักท่องเที่ยวเข้ากับซัพพลายเออร์หลายแสนราย ณ สิ้นไตรมาสแรกปี 2026 มีที่พักในระบบรวมกันประมาณ 3.7 ล้านแห่งทั่วโลก แบ่งเป็นที่พักแบบ alternative accommodations (บ้าน คอนโด วิลล่า) ผ่าน Vrbo ประมาณ 2.5 ล้านแห่ง และโรงแรมกับที่พักอื่นๆ ผ่านแบรนด์อื่นอีกประมาณ 1.2 ล้านแห่ง
นอกจากธุรกิจ B2C (ขายตรงให้นักท่องเที่ยว) แล้ว Expedia ยังมีธุรกิจ B2B ที่ให้บริการเทคโนโลยีและระบบจองแก่พาร์ทเนอร์ธุรกิจอื่น เช่น สายการบิน บริษัทท่องเที่ยว และเว็บไซต์อื่นๆ ที่ต้องการระบบจองโรงแรมฝังในแพลตฟอร์มตัวเองครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้หลักมาจากสองโมเดลครับ โมเดลแรกคือ "Merchant Model" บริษัทเก็บเงินนักท่องเที่ยวก่อน แล้วค่อยจ่ายซัพพลายเออร์ทีหลัง ส่วนต่างระหว่างราคาที่เก็บนักท่องเที่ยวกับที่จ่ายให้โรงแรมคือรายได้ของบริษัท โมเดลที่สองคือ "Agency Model" บริษัทเก็บค่าคอมมิชชั่นจากซัพพลายเออร์ เมื่อการจองสำเร็จ
โดยโครงสร้างรายได้ไตรมาสแรกปี 2026 ที่พักคิดเป็น 76% ของรายได้ทั้งหมด, โฆษณาและสื่อ 9% และตั๋วเครื่องบิน 3% ในส่วนโฆษณา บริษัทมีสองกระแสรายได้ย่อย คือ EG Advertising ที่ขายพื้นที่โฆษณาบนแบรนด์ตัวเองได้ 197 ล้านดอลลาร์ (+13% จากปีก่อน) และรายได้จาก trivago อีก 125 ล้านดอลลาร์ (+47% จากปีก่อน)
อีกหนึ่งกลไกที่น่าสังเกตคือ Merchant Model สร้างกระแสเงินสดที่ดีมากในช่วงครึ่งปีแรก เพราะนักท่องเที่ยวจ่ายเงินตอนจอง แต่บริษัทยังไม่ต้องจ่ายให้โรงแรมจนกว่าการเข้าพักจะเสร็จสิ้น ทำให้บริษัทมีเงินสดหมุนในมือก่อนครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งหลักของ Expedia คือขนาดและความกว้างของซัพพลายครับ การที่มีที่พัก 3.7 ล้านแห่งในระบบทำให้นักท่องเที่ยวมีเหตุผลมาใช้แพลตฟอร์ม และเมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซัพพลายเออร์ก็มีแรงจูงใจมาลงทะเบียนด้วย วงจรนี้ยิ่งขยายก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
บริษัทมีแพลตฟอร์มเทคโนโลยีกลางที่ใช้ร่วมกันข้ามแบรนด์ ทั้งระบบค้นหา ระบบชำระเงิน ระบบตรวจจับการฉ้อโกง และ customer service ซึ่งทำให้ประหยัดต้นทุนและพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ได้เร็วขึ้น รวมถึงโปรแกรมสะสมแต้ม One Key ที่เปิดตัวในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ให้ลูกค้าสะสมและใช้แต้มข้ามแบรนด์ได้เลย ไม่ว่าจะจองผ่าน Expedia, Hotels.com หรือ Vrbo ก็ตาม ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการได้ครับ
ธุรกิจ B2B ก็เป็นจุดแข็งที่เติบโตต่อเนื่อง เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาสำหรับ B2C สามารถนำมาให้บริการพาร์ทเนอร์ B2B ได้โดยแทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากนัก
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ฝั่งลูกค้า คือนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เข้ามาจองผ่านแบรนด์ต่างๆ ในเครือ ทั้ง Expedia, Hotels.com, Vrbo และ trivago
ฝั่งพาร์ทเนอร์ซัพพลายเออร์ คือโรงแรม สายการบิน บริษัทรถเช่า ผู้ให้บริการกิจกรรม และเจ้าของบ้านพักส่วนตัวที่ลงทะเบียนกับ Vrbo บริษัทระบุว่าความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์โรงแรมโดยรวมมีเสถียรภาพในช่วงปีที่ผ่านมา
สำหรับ B2B มีพาร์ทเนอร์ที่เป็นบริษัทท่องเที่ยว สายการบิน และเว็บไซต์อื่นๆ ที่นำเทคโนโลยีของ Expedia ไปฝังในแพลตฟอร์มตัวเอง นอกจากนี้ยังมีรายได้จากโฆษณาจากบริษัทที่ต้องการเข้าถึงนักท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มของ Expedia ครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
การแข่งขันสูงมากและมาจากหลายทิศ ทั้ง Booking Holdings (Booking.com, Kayak), Airbnb, Google ที่ดัน Google Travel และ Hotel Ads ขึ้นมาเองในผลการค้นหา และสายการบินกับโรงแรมหลายแห่งที่พยายามดึงลูกค้าไปจองตรงผ่านเว็บตัวเอง บางครั้งด้วยราคาที่ถูกกว่าครับ
ความเสี่ยงด้านมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ ไตรมาสแรกปี 2026 บริษัทระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางและเม็กซิโกส่งผลเสียต่อธุรกิจท่องเที่ยว หากเหตุการณ์เหล่านี้ยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้น ดีมานด์การท่องเที่ยวก็จะลดลงตามครับ
ความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาษี ธุรกิจ alternative accommodations อย่าง Vrbo เผชิญกฎระเบียบที่เข้มข้นขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก นอกจากนี้หน่วยงานภาษีทั้งในและต่างประเทศเริ่มตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายภาษีกับธุรกิจดิจิทัลมากขึ้น บริษัทระบุว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานภาษีหลายแห่งอยู่
ความเสี่ยงด้านไซเบอร์และข้อมูลส่วนตัว บริษัทเก็บข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าจำนวนมหาศาล การโจมตีทางไซเบอร์ที่ประสบความสำเร็จอาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและนำมาซึ่งค่าปรับจำนวนมากได้ครับ
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทดำเนินธุรกิจทั่วโลกและรายงานงบในสกุลดอลลาร์ ค่าเงินที่ผันผวน โดยเฉพาะยูโร ปอนด์ เยน ดอลลาร์ออสเตรเลีย เรียลบราซิล และดอลลาร์แคนาดา ล้วนกระทบรายได้และกำไรได้ครับ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่ากำลังผนวก AI เข้าไปในทุกส่วนของแพลตฟอร์ม ทั้งในฝั่งประสบการณ์นักท่องเที่ยว การบริการลูกค้า และกระบวนการภายใน โดยมีเป้าหมายเพิ่มอัตราการแปลงการจอง ปรับแต่งประสบการณ์ให้เป็นส่วนตัว และลดต้นทุนการดำเนินงาน บริษัทระบุว่ายังร่วมมือกับแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำภายนอกด้วยครับ
One Key ซึ่งเป็นโปรแกรมสะสมแต้มรวมศูนย์ กำลังขยายไปตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 มีการขยายไปหลายตลาดในแบรนด์ Expedia โดยบริษัทระบุว่าสมาชิก Expedia Rewards ส่วนใหญ่ถูกย้ายมาอยู่ในระบบ One Key แล้ว
ด้าน B2B บริษัทระบุว่าจะยังคงผลักดันการเติบโตของธุรกิจนี้ต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับ B2C ครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ปี 2025 Expedia มีกำไรสุทธิ 1,294 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 1,234 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 และ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 3,501 ล้านดอลลาร์ เติบโต 19% จากปีก่อน ส่วนไตรมาสแรกปี 2026 room nights โต 6% และ ADR โต 7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
เริ่มเลย →