Starfighters Space (FJET) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
FJET หรือ Starfighters Space ทำธุรกิจด้านอากาศยานเชิงพาณิชย์ครับ จุดขายหลักคือเครื่องบินไอพ่นความเร็วเหนือเสียง Lockheed F-104 ที่บริษัทระบุว่าเป็นกองเครื่องบินเชิงพาณิชย์ที่บินได้จริงกองเดียวในโลกครับ ตอนนี้มีทั้งหมด 7 ลำ ตามเอกสาร 10-Q ระบุว่า 3 ลำพร้อมให้ลูกค้าหรือใช้บินพัฒนา อีก 3 ลำบินได้แต่ยังไม่พร้อมทันที และอีก 1 ลำยังบินไม่ได้ครับ ฐานปฏิบัติการหลักอยู่ที่ฟลอริดา ส่วนอีกแห่งอยู่ที่เท็กซัสครับ
เครื่องบินลำนี้เคยถูก NASA ใช้วิจัยการบินความเร็วสูงมานาน บริษัทบอกว่าความต้องการบริการแบบเดียวกันยังมีอยู่ ทั้งการฝึกนักบิน การทดสอบระหว่างบิน และการใช้เป็นแท่นปล่อยจรวด บริษัทจึงยึดกลุ่มบริการเดิมคือ Pilot and Astronaut Training, Launch Services และ In-flight Testing ไว้เป็นฐานรายได้ครับ
ส่วนที่บริษัทวางเป็นการเติบโตคือ New Services ได้แก่ Launch Services ที่ใช้เครื่องบิน F-104 เป็นด่านแรกปล่อยจรวด StarLaunch I และ StarLaunch II และ Hypersonic R&D และ T&E Test Bed ที่ให้เครื่องบินเป็นแท่นทดสอบยานความเร็วเหนือเสียงครับ เอกสารระบุว่าบริษัทยังให้บริการกลุ่ม Historical Services เป็นฐานหลัก ขณะกำลังพัฒนาความสามารถรองรับ New Services ส่วนบริการฝึกนักบินและทดสอบยังทำต่อไปครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
ใน 10-K บริษัทระบุว่ารายได้ส่วนใหญ่ในอดีตมาจากบริการ Pilot Training และ In-flight Testing และยังเป็นเช่นนั้นอยู่ครับ บริการที่ระบุชัดมีทั้ง captive carry payload testing, windstream testing, การทดสอบ payload สำหรับความสูงและ hypersonic, space flight hardware testing, suborbital spaceflight simulation รวมถึงงานทดสอบ batteries, optics และ receivers/transmitters ครับ ฝั่งภาครัฐและการป้องกันประเทศมี jet warbird training, adversary air training support และ avionics testing ครับ ส่วนรายได้รวมแต่ละ segment ในเอกสารที่ให้มาไม่ครบ จึงยังบอกตัวเลขเป็นรายส่วนไม่ได้ ข้อมูลไม่พอครับ
สิ่งที่เห็นชัดคือรายได้จาก flight training ที่เป็นงานครั้งคราวให้ลูกค้าพลเรือน ในครึ่งแรกของปี 2025 มี 354,140 ดอลลาร์ แต่ครึ่งแรกปี 2026 เป็น 0 ครับ ตอนนี้เงินหลักที่เข้าบริษัทมาจากการระดมทุนมากกว่าการขายบริการ เพราะกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินในครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 14.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบประมาณ 10.1 ล้านดอลลาร์ครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งแรกคือการเป็นเจ้าของกองเครื่องบิน F-104 ที่บริษัทบอกว่าไม่มีคู่แข่งเชิงพาณิชย์ที่มีความเร็วและสมรรถนะการไต่ระดับเทียบเท่าในตลาดครับ บริษัทยังได้รับอนุญาตจาก FAA ให้ใช้น่านฟ้าเหนือ Kennedy Space Center ทำการฝึกนักบิน และบอกว่าตนเป็นบริษัทพลเรือนเพียงรายเดียวที่ได้สิทธินี้ครับ นักบินที่ได้รับใบอนุญาตจะได้ฝึกกับเครื่องบินรุ่นเดียวกับที่ NASA ใช้เตรียมนักบินอวกาศครับ
จุดแข็งที่สองคือผลทดสอบล่าสุดของ STARLAUNCH 1 ครับ เดือนมกราคม 2026 บริษัทประกาศว่าทดสอบ wind tunnel สำเร็จ 10 รอบ ที่ Mach 0.85 และ Mach 1.3 แยกตัวออกจากเครื่องบินได้สะอาด และผลการทดลองตรงกับการจำลอง CFD ค่อนข้างมากครับ บริษัทบอกว่านี่เป็นการลดความเสี่ยงสำคัญก่อนเข้าสู่การทดสอบของจริงครับ
จุดแข็งที่สามคือการอยู่ในโครงการ HyCAT ร่วมกับ Innoveering ภายใต้การกำกับของ Defense Innovation Unit ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และบริษัทบอกว่า wind tunnel สำหรับงานวิจัย hypersonic ในสหรัฐฯ มีจำกัด ทำให้ F-104 เป็นทางเลือกที่ได้ข้อมูลเร็วและคาดการณ์ได้มากกว่าครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ชื่อที่เอกสารระบุชัดคือ Boom Supersonic ซึ่งบริษัทบินฝึกนักบินให้ครับ ส่วนความร่วมมือด้านการพัฒนาจรวดทำกับ GE Aeronautics โดย Innoveering ซึ่งเคยร่วมพัฒนาถูก GE Aeronautics ซื้อไปในปลายปี 2022 ครับ ในโครงการ HyCAT ยังมี GE Aerospace และ Spectre Propulsion เป็นพาร์ทเนอร์ครับ ผู้กำกับและผู้ให้การรับรองที่ระบุในเอกสารได้แก่ FAA, Defense Innovation Unit และ Pentagon's Testing Resource Management Center ซึ่งบริษัทบอกว่ายอมรับแพลตฟอร์มนี้ในฐานะ R&D ครับ การทดสอบ captive carry ของ Aviolancio rocket platform ทำร่วมกับ National Research Council of Italy ครับ
ลูกค้าโดยรวมบริษัทระบุว่าเป็นภาครัฐ ภาคการป้องกันประเทศ ภาคพลเรือน และสถาบันการศึกษาครับ แต่สัดส่วนรายได้แยกตามลูกค้าแต่ละรายไม่มีในเอกสารที่ให้มา ข้อมูลไม่พอครับ ส่วนพาร์ทเนอร์ด้านการเงินและพื้นที่ที่ปรากฏ ได้แก่ Space Florida ที่เคยให้เงินกู้ซึ่งถูกแปลงเป็นหุ้นตอนเข้าตลาด และ Midland Development Corporation ที่มีข้อตกลงช่วยค่าเช่าและค่าย้ายฐานปฏิบัติการไปเท็กซัสครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องความต่อเนื่องของกิจการ บริษัทระบุว่ายังมีความไม่แน่นอนที่มีนัยสำคัญ และคิดว่าเงินสดที่มีไม่พอสำหรับภาระในรอบ 12 เดือนข้างหน้า จึงต้องพึ่งการระดมทุนต่อเนื่องครับ
เรื่องที่สองคือคดีความ อดีต CEO Rick Svetkoff ฟ้องบริษัทและกรรมการ โดยเรียกค่าเสียหายที่ระบุว่าเกิน 26 ล้านดอลลาร์ บริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดและระบุว่าพบการถอนและโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุมัติรวม 1,921,159 ดอลลาร์ ซึ่งกำลังพยายามเรียกคืนครับ ขณะที่บัญชีธนาคาร Flagship มีเงินถูกล็อกประมาณ 1.19 ล้านดอลลาร์ และบัญชี Regions ของบริษัทลูกในเท็กซัสถูกล็อกประมาณ 0.21 ล้านดอลลาร์ครับ
เรื่องที่สามคือดีลซื้อเครื่องบิน กับ Aerovision ซึ่งบริษัทจ่ายเงินมัดจำไปแล้ว 5 ล้านดอลลาร์ แต่ติดต่อไม่ได้และยังไม่ได้รับเครื่องบินตามที่ตกลง บริษัทบันทึกการด้อยค่าเงินมัดจำในงวดนี้ 5.15 ล้านดอลลาร์ และยื่นฟ้องเรียกเงินคืนเมื่อ 10 สิงหาคม 2026 ครับ การไม่ได้เครื่องบินใหม่ทำให้แผนเพิ่มฝูงบินซับซ้อนขึ้นครับ
เรื่องที่สี่คือความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ ฝูง F-104 มีแค่ 3 ลำที่พร้อมบินทันที และบริษัทเองก็บอกว่ากำลังหาเครื่องรุ่นใหม่ที่มีอายุการใช้งานยาวกว่า ส่วน StarLaunch I ตั้งเป้าเริ่มบินทดสอบช่วง Q4 2025/Q1 2026 ในเอกสาร 10-K แต่ 10-Q ปี 2026 ระบุว่ากำลังจัดซื้อ instrumented drop test articles ก่อนครับ เป้าการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ครั้งแรกภายในสิ้นปี 2026 ขึ้นกับการอนุมัติและเงินทุนครับ
เรื่องที่ห้าคือการเจือจางหุ้น หุ้นที่แปลงจากตราสารหนี้ตอนเข้าตลาดถูกออกที่ส่วนลด 40% และการระดมทุนรอบพฤษภาคม 2026 ออกหุ้นที่ราคา 3.35 ดอลลาร์ครับ ค่าใช้จ่ายจากหุ้นให้ผู้บริหารและที่ปรึกษาก็สูงมากในงวดนี้ด้วยครับ รายการความเสี่ยงฉบับเต็มใน 10-K ที่ได้มามีบางส่วนไม่ครบ จึงหยิบเฉพาะที่เห็นชัดมาเล่าครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
บริษัทยังขาดทุนอยู่ จึงต้องดูตัวชี้วัดนี้ครับ เอกสารไม่ได้เปิดเผย ARR, NRR, backlog หรือ RPO ของบริษัท ข้อมูลไม่พอครับ ตัวเลขที่มีคือค่าใช้จ่ายขายและบริหาร (SG&A) ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 10.42 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 3.61 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน โดยมี 4.46 ล้านดอลลาร์เป็นค่าหุ้นให้ผู้บริหารและที่ปรึกษาครับ ขาดทุนสุทธิปี 2025 อยู่ที่ 16.54 ล้านดอลลาร์ จากปี 2024 ที่ 7.91 ล้านดอลลาร์ครับ
บริษัทอ้างอิงรายงานของ Space Foundation ว่าเศรษฐกิจอวกาศโลกปี 2024 มีมูลค่า 613 พันล้านดอลลาร์ โดยขับเคลื่อนจากภาคเอกชนครับ ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมตลาดของอุตสาหกรรม ไม่ใช่ TAM ที่บริษัทประเมินเองครับ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่า STARLAUNCH 1 ผ่านการทดสอบ wind tunnel แล้ว และกำลังเดินหน้าไปสู่การทดสอบบินจริงครับ ถ้าการบินและการปฏิบัติตามกฎผ่าน บริษัทจะได้ใบอนุญาตปล่อยจรวดจาก FAA อายุ 5 ปี ครับ ส่วน StarLaunch II ถูกวางไว้เป็นจรวดที่จะพาดาวเทียมขนาดเล็กขึ้นสู่วงโคจรต่ำครับ
บริษัทยังบอกว่าต้องการเครื่องบิน Platform II รุ่นใหม่มาเสริมฝูงบินครับ เงินที่ได้จากการระดมทุนรอบล่าสุดจะนำไปใช้ขยายการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐานครับ ส่วนการเติบโตของบริการ Supersonic Pilot Training บริษัทบอกว่าอยากต่อยอดไปสู่บทบาทในธุรกิจขนส่งความเร็วเหนือเสียงในอนาคตครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ครึ่งแรกปี 2026 บริษัทขาดทุนสุทธิ 15.73 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 4.59 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน และไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียวขาดทุนสุทธิ 11.46 ล้านดอลลาร์ครับ ปิดท้ายว่า ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ FJET →