HIVE Digital Technologies (HIVE) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
HIVE Digital Technologies เป็นบริษัทที่ทำสองเรื่องหลักควบคู่กันครับ หนึ่งคือขุด Bitcoin โดยใช้เครื่อง ASIC ที่ติดตั้งอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์หลายประเทศ และสองคือให้บริการ High Performance Computing (HPC) ซึ่งก็คือการนำ GPU ประสิทธิภาพสูง อย่าง Nvidia H200 ออกให้เช่าใช้งานสำหรับงานประมวลผลหนักๆ เช่น AI workloads ครับ
บริษัทมีดาต้าเซ็นเตอร์กระจายอยู่หลายจุด ทั้งในแคนาดา (โตรอนโต, มอนทรีออล), สวีเดน (สต็อกโฮล์ม), และปารากวัย ซึ่งใช้พลังงานจากไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ครับ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา และจดทะเบียนที่แวนคูเวอร์ แคนาดา
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้หลักมาจากสองแหล่งครับ
แหล่งแรกคือการขุด Bitcoin ซึ่งใหญ่กว่ามาก ปีงบประมาณสิ้นสุด 31 มีนาคม 2026 ทำรายได้ไป $278.3 ล้าน คิดเป็นกว่า 93% ของรายได้รวม กลไกคือเครื่อง ASIC ทำงานแข่งกับนักขุดทั่วโลกเพื่อได้รับ Bitcoin reward แล้วบริษัทก็ขาย Bitcoin ที่ได้มาออกไปเป็นเงินสด หรือบางส่วนก็ถือไว้ในพอร์ต (HODL) ครับ ปีนี้บริษัทได้รับ Bitcoin มาทั้งหมด 876 BTC ใน Q4 เพียงไตรมาสเดียว และราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราว $76,000 ต่อเหรียญ
แหล่งที่สองคือรายได้จาก HPC Hosting คือการนำ GPU ให้เช่าผ่านทั้ง marketplace aggregators และ bare-metal contracts โดยตรง ปีนี้ทำรายได้ $19.5 ล้าน คิดเป็นราว 7% ของรายได้รวม ตัวเลขนี้เพิ่งเริ่มโตจริงจังหลังจากที่บริษัทซื้อ GPU คลัสเตอร์ H200 เข้ามาในช่วงปีงบ 2025 ครับ
ต้นทุนหลักที่ใหญ่ที่สุดคือค่าไฟฟ้า ปีล่าสุดเฉพาะ Q4 เดียวค่าไฟสำหรับการขุดอยู่ที่ $45.3 ล้านจาก operating cost ทั้งหมด $51.3 ล้าน ฉะนั้นค่าไฟคือตัวแปรสำคัญมากที่สุดตัวหนึ่งในธุรกิจนี้ครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งที่เห็นชัดจาก filing คือการมีดาต้าเซ็นเตอร์กระจายในหลายประเทศที่ใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะปารากวัยที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังน้ำซึ่งให้ต้นทุนพลังงานต่ำ และสวีเดนที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเช่นกันครับ การกระจายพื้นที่นี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องนโยบายพลังงานของแต่ละประเทศได้ระดับหนึ่ง
อีกจุดหนึ่งคือความสามารถในการอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานจากดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับขุด Bitcoin ไปเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier-III สำหรับ HPC และ AI ครับ บริษัทกำลังดำเนินการอัพเกรดสถานที่ในโตรอนโตอยู่ และมีแผนขยาย HPC อีกมาก ซึ่งเป็นทิศทางที่บริษัทกำลังพยายามหมุนตัวเองไปครับ บริษัทยังมี teaming agreement กับ Bell Canada ซึ่งเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์สำคัญสำหรับการขยาย HPC ด้วย
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ด้านการขุด Bitcoin บริษัทขายเหรียญที่ขุดได้ผ่านตลาดดิจิทัล ไม่มีการระบุลูกค้าเฉพาะรายในส่วนนี้ครับ
ด้าน HPC บริษัทให้บริการผ่านสองช่องทาง คือ GPU marketplace aggregators (ตลาดกลางออนไลน์ที่รวบรวมความต้องการ GPU) และ bare-metal contracts ซึ่งเป็นสัญญาให้เช่าตรงกับลูกค้า filing ไม่ได้ระบุชื่อ aggregator หรือลูกค้าเฉพาะรายอย่างละเอียดครับ
พาร์ทเนอร์ที่ระบุชัดเจนใน filing คือ Bell Canada ซึ่งมี teaming agreement ที่ประกาศเมื่อ 19 สิงหาคม 2025 และ Bitmain ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่อง ASIC ที่บริษัทใช้ Bitcoin เป็นมัดจำสั่งซื้ออุปกรณ์ครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดที่มองในฐานะเจ้าของธุรกิจคือรายได้ผูกกับราคา Bitcoin โดยตรงครับ ปีงบ 2025 รายได้จากการขุดอยู่ที่ $105 ล้าน พอปีงบ 2026 กระโดดไป $278 ล้าน เพราะราคา Bitcoin เปลี่ยน ถ้าราคาร่วง รายได้ก็ร่วงตามเกือบทันที ขณะที่ต้นทุนโครงสร้างอย่างค่าเสื่อมและค่าไฟยังคงอยู่
ความเสี่ยงภาษีในสวีเดนนับว่าหนักมากครับ สรรพากรสวีเดน (Skatteverket) มีการประเมินภาษี VAT ย้อนหลังรวมกันประมาณ 765.6 ล้านโครนสวีเดน หรือราว $80.5 ล้าน ครอบคลุมช่วงปี 2020-2025 โดยปฏิเสธการขอคืน VAT จากการดำเนินงานขุด Bitcoin บริษัทอุทธรณ์และบอกว่าไม่ได้ตั้งสำรองสำหรับเรื่องนี้ไว้ในงบ เพราะเชื่อว่าจะชนะ แต่ถ้าแพ้ ผลกระทบต่อเงินสดจะรุนแรงมากครับ สถานการณ์คล้ายกันนี้มีในแคนาดาด้วยกับ CRA และ Revenu Québec
ความเสี่ยงด้านนโยบายพลังงานก็ชัดเจนครับ ปารากวัยมีการขึ้นราคาค่าไฟฟ้าพลังน้ำกะทันหัน แคนาดาและสวีเดนมีนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับการขุด Bitcoin มากขึ้น ส่วนสหรัฐฯ ตอนนี้เปิดรับมากขึ้น แต่ก็อาจเปลี่ยนได้ตามการเมือง
ค่าเสื่อมราคาสูงมากครับ ปีนี้ $170 ล้าน ซึ่งทำให้ Gross Margin ติดลบ -21% แม้ Gross Operating Margin (ก่อนหักเสื่อม) จะบวก 36% ก็ตาม ถ้าเครื่อง ASIC ล้าสมัยเร็วกว่าที่คาด บริษัทต้องลงทุนซื้อใหม่ตลอด
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
บริษัทยังขาดทุนสุทธิครับ ปีงบ 2026 ขาดทุนสุทธิจาก continuing operations อยู่ที่ $148.4 ล้าน เทียบกับขาดทุน $3 ล้านในปีก่อน แม้รายได้จะเติบโตแรง ดังนั้นตัวชี้วัดที่บริษัทใช้ติดตามจริงๆ คือ Gross Operating Margin (ก่อนหักเสื่อม) ซึ่งปีนี้ทำได้ $107.9 ล้าน เพิ่มขึ้นจาก $25.1 ล้านในปีก่อน และ Adjusted EBITDA ซึ่งรวม 4 ไตรมาสแล้วอยู่ที่ราว $72.9 ล้าน (Q1: $44.6M, Q2: $31.5M, Q3: $5.7M, Q4: -$9M) ครับ การที่ Q4 ปรับตัวลงมามากสะท้อนว่า margin ผันผวนตามราคา Bitcoin และ network difficulty เป็นอย่างมาก
สำหรับ HPC ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังโตครับ รายได้เพิ่มจาก $3.4 ล้านในปีงบ 2024 มาเป็น $10 ล้านในปีงบ 2025 และ $19.5 ล้านในปีงบ 2026 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวทุกปี บริษัทระบุว่าวางแผนลงทุนในธุรกิจ HPC อีกสูงถึง $493 ล้านในช่วง 36 เดือนข้างหน้า โดยใช้จ่ายไปแล้วราว $38 ล้าน
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
ทิศทางที่บริษัทกำลังมุ่งไปชัดเจนคือการขยาย HPC และ AI compute ครับ แผนลงทุน $493 ล้านใน 36 เดือนแบ่งเป็น ที่ดิน ~$61 ล้าน, โครงสร้างพื้นฐาน ~$150 ล้าน, GPU สำหรับ HPC และ AI ~$150 ล้าน และ GPU เพิ่มเติมสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ภายใต้ความร่วมมือกับ Bell Canada อีกราว $132 ล้าน บริษัทระบุว่าแผนนี้ครับ
นอกจากนี้ยังมีแผนอัพเกรดสถานที่ในโตรอนโตไปเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier-III ซึ่งรองรับทั้ง AI และ HPC workloads ตามมาตรฐานที่สูงกว่าปัจจุบัน โดยตั้งงบไว้ $35 ล้านและยังไม่ได้ใช้จ่ายเลยครับ
ขณะเดียวกันธุรกิจขุด Bitcoin ก็ยังดำเนินต่อ บริษัทยังคงอัพเกรดเครื่อง ASIC อยู่ โดยมีเป้าหมายงบ $60 ล้านและใช้ไปแล้ว $5.9 ล้าน และเพิ่งบรรลุเป้า hashrate ที่ 25 EH/s แล้วครับ ซึ่งใช้เงินลงทุนไปถึง $423 ล้านทั้งหมด
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ปีงบ 2026 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2026) รายได้รวมโตจาก $115 ล้านเป็น $298 ล้าน หรือโตราว 158% แต่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ $148 ล้าน เพิ่มขึ้นจากที่ขาดทุน $3 ล้านในปีก่อน โดย Gross Operating Margin อยู่ที่ 36% แต่ Gross Margin รวมค่าเสื่อมติดลบ -21% ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
เริ่มเลย →