คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : LDOS

Leidos Holdings (LDOS) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-17) และ 10-Q (ยื่น 2026-05-05) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Leidos (ติกเกอร์: LDOS) คือบริษัทที่ให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีแก่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหลัก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1969 โดยนักฟิสิกส์ชื่อ Dr. Robert Beyster มีพนักงานราว 50,000 คนทั่วโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่ Reston รัฐ Virginia ครับ

พูดง่ายๆ คือ Leidos รับงานจากรัฐบาลและทหารสหรัฐฯ ในการออกแบบ พัฒนา และดูแลระบบที่ซับซ้อน ตั้งแต่ระบบ IT ของกองทัพ ระบบบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์สำหรับทหารผ่านศึก ไปจนถึงระบบตรวจจับภัยคุกคามตามท่าอากาศยานและชายแดน รวมถึงยานยนต์ไร้คนขับใต้ทะเล ครับ

ธุรกิจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก (ตามโครงสร้างที่ปรับใหม่ในปี fiscal 2026) ได้แก่ Intelligence & Digital, Health, Homeland และ Defense โดยรายได้ประมาณ 87% มาจากสัญญากับรัฐบาลสหรัฐฯ และอีกราว 8% มาจากลูกค้าต่างประเทศ เช่น รัฐบาลอังกฤษและออสเตรเลีย ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้รวมช่วงไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุด 3 เมษายน 2026) อยู่ที่ 4,400 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส หรือคิดเป็นระดับรายปีราว 17,000-18,000 ล้านดอลลาร์ครับ แต่ละ segment มีสัดส่วนดังนี้

กลุ่ม Intelligence & Digital (เดิมคือ National Security & Digital ที่มีสัดส่วน 44% ของรายได้ทั้งหมดใน fiscal 2025) รับงานด้านการปรับปรุงระบบ IT ของรัฐ, ซอฟต์แวร์ความมั่นคงแห่งชาติ, ปฏิบัติการไซเบอร์ และการวิเคราะห์ข่าวกรอง รายได้ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 1,513 ล้านดอลลาร์ครับ

กลุ่ม Health (เดิมคือ Health & Civil ที่มีสัดส่วน 30%) ให้บริการด้านสุขภาพแก่ทหารผ่านศึกผ่านคลินิกทั่วประเทศ, ดูแลระบบ Electronic Health Record ให้กระทรวงกลาโหมและ VA, รวมถึงระบบควบคุมการจราจรทางอากาศให้ FAA รายได้ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 1,188 ล้านดอลลาร์ และมี operating margin สูงถึง 23.9% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดา segment ทั้งหมดครับ

กลุ่ม Homeland (เดิมรวมอยู่ใน Commercial & International ที่มีสัดส่วน 13%) ดูแลผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัย เช่น เครื่องสแกนกระเป๋าตามสนามบินกว่า 30,000 เครื่องใน 120+ ประเทศ, ระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ตามชายแดน และงาน energy infrastructure ให้บริษัทสาธารณูปโภค รายได้ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 816 ล้านดอลลาร์ครับ

กลุ่ม Defense (เดิมคือ Defense Systems ที่มีสัดส่วน 13%) พัฒนาและผลิตระบบอาวุธและเซ็นเซอร์ขั้นสูง ทั้งยานยนต์ไร้คนขับทางทะเล ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบ hypersonic และระบบตรวจจับทางอากาศ รายได้ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 883 ล้านดอลลาร์ครับ

กลไกหาเงินหลักคือ "สัญญากับรัฐบาล" ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาวหลายปี ทั้งแบบ cost-plus (รัฐจ่ายต้นทุนบวกกำไรที่ตกลงกัน) และ fixed-price (ราคาตายตัว) ทำให้มีรายได้ที่ค่อนข้างคาดเดาได้ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ Leidos คือ "ความสัมพันธ์ระยะยาวและความไว้วางใจจากลูกค้ารัฐบาล" ครับ งานหลายอย่างที่ Leidos ทำเกี่ยวข้องกับข้อมูลลับระดับชาติ ระบบ IT ของกองทัพ หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ การที่จะเปลี่ยนผู้รับเหมารายใหม่มาทำงานเหล่านี้แทนนั้นยุ่งยากมาก ต้องใช้เวลาในการสร้างความคุ้นเคยกับระบบ การได้รับ security clearance และการพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาหลายปี

นอกจากนี้ Leidos มี backlog รวมล่าสุด (ณ 3 เมษายน 2026) อยู่ที่เกือบ 48,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรายได้ที่มีสัญญารองรับแล้วล่วงหน้า บ่งบอกถึงความมั่นคงของรายได้ในอีกหลายปีข้างหน้าครับ

ความสามารถครอบคลุมหลาย domain พร้อมกัน ทั้ง IT, สุขภาพ, ความมั่นคง และระบบอาวุธ ทำให้ Leidos สามารถรับงานขนาดใหญ่ที่ต้องการความเชี่ยวชาญหลายด้านในสัญญาเดียว ซึ่งคู่แข่งขนาดเล็กทำไม่ได้ครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าหลักที่ filing ระบุชัดเจน ได้แก่ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoW หรือเดิมคือ DoD), หน่วยงานข่าวกรอง (U.S. Intelligence Community), กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS), องค์การบริหารการบินแห่งชาติ (FAA), กรมกิจการทหารผ่านศึก (VA), สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยการขนส่ง (TSA) และสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ครับ

ฝั่งต่างประเทศมีรัฐบาลอังกฤษและออสเตรเลีย รวมถึงสนามบินและหน่วยงานดูแลชายแดนในกว่า 120 ประเทศที่ใช้ผลิตภัณฑ์ตรวจสอบความปลอดภัยของ Leidos ครับ

ในไตรมาสล่าสุด Leidos ยังเพิ่งปิดดีล acquisition บริษัท Entrust (ในกลุ่ม Homeland) ด้วยมูลค่าสุทธิประมาณ 2,338 ล้านดอลลาร์ และก่อนหน้านั้นได้ซื้อ Kudu Dynamics เพื่อเสริมความสามารถด้าน cyber ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงจากการพึ่งพางบประมาณรัฐบาลสหรัฐฯ คือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดครับ รายได้ 87% ขึ้นกับรัฐบาลสหรัฐฯ หากงบประมาณถูกตัด เกิด government shutdown (ซึ่งเพิ่งมีเหตุการณ์นี้ครับ โดย Congress ผ่านกฎหมายฟื้นงบ DHS เมื่อ 30 เมษายน 2026) หรือลำดับความสำคัญของการใช้งบเปลี่ยนไป รายได้ Leidos ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง

ความเสี่ยงจากสัญญาที่ยกเลิกได้ตลอดเวลา เป็นลักษณะเฉพาะของงานรัฐครับ รัฐบาลสามารถยกเลิก ปรับแก้ หรือไม่ต่อสัญญาได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องให้เหตุผลมากนัก

ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน Leidos ต้องประมูลแข่งกับบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น SAIC, Booz Allen Hamilton, Raytheon และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และกระบวนการประมูลงานรัฐอาจถูก "bid protest" หรือคัดค้านจากคู่แข่ง ทำให้โครงการล่าช้าหรือพลิกผันได้ครับ

ความเสี่ยงด้านหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังการซื้อกิจการ Entrust หนี้รวมของบริษัทเพิ่มจาก 4,600 ล้านดอลลาร์ (ณ สิ้นปีงบ 2025) เป็น 6,300 ล้านดอลลาร์ (ณ 3 เมษายน 2026) ในเวลาเพียงไตรมาสเดียว โดยมีการออกหุ้นกู้ใหม่ 1,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มภาระดอกเบี้ยอย่างเห็นได้ชัดครับ

ความเสี่ยงด้านไซเบอร์และข้อมูลลับ เนื่องจาก Leidos ถือครองและดูแลข้อมูลลับของรัฐบาล หากเกิดการละเมิดระบบความปลอดภัย ผลกระทบต่อชื่อเสียงและการต่อสัญญาในอนาคตอาจรุนแรงมากครับ

ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ งานรัฐบาลมีกฎเกณฑ์และการตรวจสอบมากมาย หากพบว่าละเมิดกฎการจัดซื้อจัดจ้าง อาจถูกระงับสิทธิ์ในการประมูลงานรัฐซึ่งจะกระทบรายได้โดยตรงครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่ากำลังมุ่งเติบโตใน 5 แกนหลัก ได้แก่ space and maritime, energy infrastructure, digital modernization and cyber, mission software และ managed health services ครับ

การซื้อกิจการ Entrust เพิ่งปิดดีลในช่วงต้น fiscal 2026 ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในกลุ่ม Homeland โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยชายแดนและ digital identity และยังมีการซื้อ Kudu Dynamics เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน cyber operations ในกลุ่ม Intelligence & Digital ด้วย บริษัทระบุว่าใช้การซื้อกิจการเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพิ่มความสามารถอย่างต่อเนื่องครับ

อีกแนวโน้มที่น่าสังเกตคือ AI และ machine learning ถูกระบุใน filing ว่าเป็นส่วนสำคัญของหลายบริการ ทั้งการวิเคราะห์ข่าวกรอง ระบบ multi-domain operations และซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคง ซึ่งสอดคล้องกับงบประมาณที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเหล่านี้มากขึ้นครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุด 3 เมษายน 2026) รายได้อยู่ที่ 4,400 ล้านดอลลาร์ เติบโต 3.7% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ operating margin ลดลงจาก 12.5% เหลือ 11.5% ส่วนหนึ่งจากต้นทุนการซื้อกิจการ Entrust และ write-downs ในบางโครงการ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →