คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : LMT

Lockheed Martin (LMT) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-01-29) และ 10-Q (ยื่น 2026-04-23) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Lockheed Martin (LMT) คือบริษัทด้านอาวุธและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกครับ พูดง่ายๆ คือรับงานจากรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตร ออกแบบ ผลิต และดูแลรักษาอาวุธยุทโธปกรณ์ — ตั้งแต่เครื่องบินรบ ขีปนาวุธ เฮลิคอปเตอร์ ระบบป้องกันขีปนาวุธ ไปจนถึงยานอวกาศและระบบเรดาร์

ธุรกิจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักครับ

Aeronautics ทำเครื่องบินทหาร โปรแกรมใหญ่สุดคือ F-35 Lightning II ซึ่งเป็นเครื่องบินรบสเตลธ์รุ่น 5 ที่ขายให้สหรัฐฯ และพันธมิตรอีก 19 ประเทศ นอกจากนี้ยังมี C-130 Hercules สำหรับขนส่งทางยุทธวิธี และ F-16 ที่ยังได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

Missiles and Fire Control (MFC) ผลิตขีปนาวุธและระบบควบคุมการยิง เช่น PAC-3 และ THAAD สำหรับป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงขีปนาวุธโจมตี JASSM, LRASM และ PrSM ที่กำลังเร่งผลิตอยู่

Rotary and Mission Systems (RMS) ทำเฮลิคอปเตอร์ทหาร เช่น Black Hawk และ Seahawk รวมถึงระบบ Aegis สำหรับป้องกันขีปนาวุธทางเรือ และระบบเรดาร์ต่างๆ

Space รับงานด้านอวกาศและขีปนาวุธพิสัยไกล เช่น Fleet Ballistic Missile (FBM), โครงการ Next Generation Interceptor (NGI), และ Orion ของ NASA

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้รวมปี 2025 อยู่ที่ราว 75,000 ล้านดอลลาร์ครับ แบ่งเป็นขายสินค้า (ตัวเครื่องบิน ขีปนาวุธ ฯลฯ) ประมาณ 83% และบริการ (ซ่อมบำรุง อัปเกรด ฝึกอบรม) อีกราว 17%

ลูกค้าหลักคือรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง คิดเป็น 69% ของรายได้ในไตรมาสล่าสุด (Q1 2026) ซึ่งในนั้นมาจาก Department of Defense ถึง 59% ส่วนที่เหลืออีก 31% มาจากลูกค้าต่างประเทศ ทั้งที่ซื้อตรงและผ่านระบบ Foreign Military Sales (FMS) ของรัฐบาลสหรัฐฯ

กลไกรับเงินจริงๆ คือสัญญาระยะยาวครับ ส่วนใหญ่เป็นสัญญาแบบ cost-plus (บวกกำไรตามที่ตกลง) หรือ fixed-price (ราคาคงที่) บันทึกรายได้แบบ percentage-of-completion คือยิ่งทำงานคืบหน้าเท่าไร ก็ยิ่งรับรู้รายได้เท่านั้น ไม่ได้รอส่งมอบของก่อน ทำให้รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดอายุสัญญา ซึ่งอาจยาวหลายปีถึงหลายสิบปี

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่ชัดที่สุดคือ backlog หรืองานในมือ ครับ ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีงานในมือทั้งหมด 193,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 176,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2024 ในจำนวนนี้เป็น funded backlog (มีงบฯ อนุมัติแล้ว) ถึง 120,200 ล้านดอลลาร์ บริษัทคาดว่าจะแปลง backlog เป็นรายได้ได้ราว 37% ภายใน 12 เดือน และ 60% ภายใน 24 เดือน นั่นหมายความว่ารายได้ในอีก 2 ปีข้างหน้าถูกล็อกไว้ระดับหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่สะสมมานานมากครับ โดยเฉพาะ F-35 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สหรัฐฯ วางแผนจัดหาถึง 2,456 ลำ และมีพันธมิตร 7 ประเทศบวกลูกค้า FMS อีก 12 ราย ตัวเครื่องบินและระบบอาวุธหลายอย่างเป็นมาตรฐานที่พันธมิตรต้องพึ่งพาในระยะยาว ทำให้งานซ่อมบำรุงและอัปเกรดไหลเข้ามาต่อเนื่องหลังส่งมอบแล้ว

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าหลักคือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD/DoW) ครับ คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของรายได้ นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรในโปรแกรม F-35 ได้แก่ สหราชอาณาจักร อิตาลี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นอร์เวย์ เดนมาร์ก และแคนาดา

ในฝั่ง MFC ลูกค้าต่างประเทศที่ใช้ PAC-3 มีถึง 17 ประเทศ ส่วน Aegis มีลูกค้าหลักอย่างญี่ปุ่น สเปน เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ขณะที่ Black Hawk และ Seahawk ถูกส่งออกไปยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ ไทย ซาอุดีอาระเบีย กรีซ และอีกหลายประเทศ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงด้านงบประมาณรัฐบาล คือความเสี่ยงหลักครับ เพราะรายได้กว่า 69% มาจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง ถ้าสภาคองเกรสล่าช้าในการอนุมัติงบฯ หรือมีการปรับลดลำดับความสำคัญของโปรแกรม ก็กระทบรายได้ได้ทันที แม้ตอนนี้ทิศทางดูเป็นบวก เพราะ FY 2026 มีงบฯ DoW ที่ 839,200 ล้านดอลลาร์ และ FY 2027 มีการเสนอถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ แต่บริษัทเองก็ระบุว่าตัวเลขนี้ยังขึ้นอยู่กับกระบวนการในสภาฯ ซึ่งยังไม่แน่นอน

ความเสี่ยงด้านต้นทุนสัญญาคงที่ ชัดเจนมากในปี 2025 ที่บริษัทต้องรับรู้ reach-forward loss บนสัญญาลับในส่วน Aeronautics และโปรแกรม CMHP ใน RMS ซึ่งดึง margin ลงครับ สัญญา fixed-price ถ้าต้นทุนจริงสูงกว่าที่ประเมินไว้ บริษัทต้องแบกส่วนต่างเอง

ซัพพลายเชนและวัตถุดิบ เป็นความเสี่ยงที่บริษัทพูดถึงชัดเจนใน filing ครับ ทั้งการขาดแคลนชิ้นส่วน ผู้ผลิตรายย่อยทำของส่งไม่ทัน รวมถึงแรร์เอิร์ธมิเนอรัล (แร่หายากที่ใช้ในระบบอาวุธ) ที่ห่วงเรื่องการเข้าถึง โดยเฉพาะในบริบทความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้า (tariffs) ที่อาจดันต้นทุนขึ้น

ความเสี่ยงด้านบำนาญพนักงาน บริษัทมีภาระผูกพันด้านบำนาญขนาดใหญ่ ปี 2025 มี non-service FAS pension expense ถึง 874 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ไม่ได้อยู่ใน segment ปกติ และผันผวนได้ตามอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนกองทุน

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

Backlog คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของบริษัทนี้ครับ เพราะสะท้อนรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ณ สิ้นปี 2025 backlog รวมอยู่ที่ 193,600 ล้านดอลลาร์ (funded 120,200 ล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้นจาก 176,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 — นั่นคือ backlog มากกว่ารายได้ต่อปีถึงกว่า 2.5 เท่า ซึ่งให้ visibility ของรายได้ค่อนข้างดีครับ นอกจากนี้บริษัทระบุว่าในไตรมาสล่าสุดมีการแสดงเจตจำนงซื้อ F-35 เพิ่มอีก 72 ลำจากลูกค้าต่างประเทศ เกินกว่าที่อยู่ใน program of record เดิม

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

ทิศทางหลักที่บริษัทมุ่งไปคือการเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกครับ โดยเฉพาะในส่วนของขีปนาวุธ (MFC) ที่กำลัง ramp-up การผลิต PAC-3, JASSM, LRASM และ PrSM อย่างเห็นได้ชัดจากตัวเลข Q1 2026

ในแง่เทคโนโลยี บริษัทระบุว่ากำลังผนวก AI, ระบบอัตโนมัติ, open-architecture และ advanced networking เข้าไปในผลิตภัณฑ์ รวมถึงลงทุนใน early-stage companies ผ่าน equity investments เพื่อดึงนวัตกรรมจากภาคเอกชนมาเสริม

ด้านงบประมาณกลาโหม บริษัทระบุว่าการเสนองบ FY 2027 ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ของฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อ F-35 เพิ่ม, โครงการ Golden Dome (ระบบป้องกันขีปนาวุธ) และโครงการต่อเรือขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ LMT โดยตรง — อย่างไรก็ตามบริษัทย้ำว่าตัวเลขนี้ยังต้องผ่านกระบวนการสภาฯ ซึ่งยังไม่แน่นอนครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ปี 2025 รายได้รวม 75,048 ล้านดอลลาร์ เติบโต 6% จากปีก่อน ส่วน Q1 2026 รายได้ 18,021 ล้านดอลลาร์ ทรงตัวใกล้เคียงกับ Q1 2025 ที่ 17,963 ล้านดอลลาร์ แต่กำไรสุทธิลดลงจาก 1,712 ล้านเป็น 1,488 ล้านดอลลาร์ EPS diluted อยู่ที่ 6.44 ดอลลาร์ต่อหุ้น ลดลงจาก 7.28 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและ gross profit margin ที่แคบลง ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →