Miami International Holdings (MIAX) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
พูดง่ายๆ คือ MIAX ไม่ได้ขายสินค้าอุปโภคบริโภค แต่สร้างและดำเนินการ "ตลาด" ที่ให้คนมาซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้อย่างถูกกฎหมายครับ บริษัทระบุว่าตัวเองเป็นผู้นำด้านการสร้างและดำเนินงานตลาดการเงินที่มีการกำกับดูแล ครอบคลุมหลายประเภทสินทรัพย์และหลายประเทศ โดยเริ่มจาก MIAX Options ซึ่งเปิดตัวในปี 2012 ครับ
ตอนนี้บริษัทมีตลาดและธุรกิจหลักดังนี้ครับ
- MIAX Options, MIAX Pearl, MIAX Emerald, MIAX Sapphire: ตลาด listed options (ออปชันของหุ้นรายตัวและ ETP เช่น ETF) กำกับโดย SEC แต่ละแห่งใช้โมเดลการจัดสรรคำสั่งและการคิดค่าธรรมเนียมต่างกันครับ
- MIAX Pearl Equities: ตลาด listed U.S. equities และบริการซื้อขาย ETP ครับ
- MIAX Futures: ตลาด futures และ options on futures กำกับโดย CFTC มีทั้ง DCM และ DCO license ทำให้ทำทั้งการ listing และ clearing ได้ในบริษัทเดียวครับ
- Bermuda Stock Exchange (BSX): ตลาดหลักทรัพย์ระหว่างประเทศที่ใช้สำหรับ listing ของ equities, debt, funds และ insurance linked securities ครับ
- TISE (ผ่าน TISEG): ตลาดที่ Guernsey บริษัทระบุว่า QIBM ของ TISE เป็นตลาดชั้นนำในยุโรปสำหรับการ listing high yield bonds ครับ
- Dorman Trading: FCM แบบ full-service ที่ให้บริการ execution และ clearing ครับ
ส่วนของ MIAXdx (เดิมคือ LedgerX) ที่ทำ futures, options on futures และ swaps ที่ใช้ collateral เต็มจำนวนนั้น บริษัทขาย 90% ให้ joint venture ของ Robinhood กับ Susquehanna ตั้งแต่ 20 มกราคม 2026 และยังถือ 10% ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Rothera ครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
ก้อนหลักคือ transaction and clearing fees ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่เก็บจากสมาชิกทุกครั้งที่มีการ execute trade บนตลาดของบริษัท และยังรวมค่า clearing ของ MIAX Futures, Dorman Trading และ BSX ครับ ในไตรมาส 2 ปี 2026 ก้อนนี้อยู่ที่ 331.9 ล้านดอลลาร์จากรายได้รวม 387.6 ล้านดอลลาร์ ราวๆ 86% ครับ
รายได้ส่วนที่เหลือมาจาก access fees (ค่าเชื่อมต่อเครือข่ายเข้ากับตลาด) market data fees (ค่าข้อมูลตลาด ทั้งส่วนแบ่งจาก U.S. Tape Plans ตามสัดส่วน volume และการขายข้อมูลของบริษัทเอง) และ other revenue เช่น listing fees จาก TISE, BSX และ MIAX Futures รวมถึงค่าปรับสมาชิกและดอกเบี้ย ครับ
ฝั่งต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดคือ liquidity payments ที่จ่ายให้ผู้วางสภาพคล่องและผู้ส่ง order flow ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 206.6 ล้านดอลลาร์ครับ บริษัทระบุว่าบางครั้งจ่ายมากกว่าค่าธรรมเนียมที่เก็บ (inverted pricing) เพื่อดึงปริมาณเข้าตลาดใหม่ ทำให้กำไรของผลิตภัณฑ์ใหม่ยังไม่โดดเด่นครับ นอกจากนี้ Section 31 fees เป็นค่าที่ SEC เก็บ บริษัทแค่เก็บแทนและจ่ายต่อ อัตราเคยลดเป็น 0 ในช่วงปี 2025 และบริษัทระบุว่าจะกลับมาที่ 20.60 ดอลลาร์ต่อล้านตั้งแต่ 4 เมษายน 2026 ครับ หลังหักต้นทุนพวกนี้แล้ว รายได้คงเหลือในไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 141.1 ล้านดอลลาร์ครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งแรกคือเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาเองครับ บริษัทชูเรื่อง throughput, latency, ความเสถียร และ wire-order determinism ว่าเป็นจุดที่ต่างจากคู่แข่ง ส่วนนี้เป็นการอ้างจากบริษัทเองครับ
จุดแข็งที่สองคือการมีตลาดหลายแห่งที่ใช้โมเดลไม่เหมือนกัน ทำให้ปรับให้เข้ากับนักเทรดแต่ละกลุ่มได้ครับ ตลอดปี 2025 ตลาด multi-listed options บนตลาดของบริษัทมีปริมาณ 2.4 พันล้านสัญญา เพิ่มขึ้น 41.1% และมี market share 17.1% ครับ บริษัทระบุว่าอยู่อันดับ 13 ของผู้ดำเนินงาน derivatives exchange ทั่วโลกตามจำนวนสัญญาที่ซื้อขายในปี 2025 และ MIAX Options อยู่อันดับ 2 ด้าน market share ของ electronic complex orders ตามข้อมูล OPRA ครับ
จุดแข็งที่สามคือโครงสร้างสมาชิกที่ผูกกับบริษัท บริษัทจัด Equity Rights Programs ห้าโครงการ ให้สมาชิกที่ทำปริมาณซื้อขายถึงเป้าได้สิทธิ์ถือหุ้นของ MIH ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยสร้างการเติบโตของ market share ครับ นอกจากนี้ MIAX Sapphire ยังเข้าถึง multi-listed volume ได้ราว 94% และมีห้องเทรดจริงที่ไมอามีตั้งแต่ กันยายน 2025 เพื่อรองรับส่วนที่เหลือ 6% ที่ยังซื้อขายบนฟลอร์ครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ลูกค้าหลักคือ exchange member firms ที่ส่งคำสั่งเข้าตลาด รวมถึง market makers และ order flow providers ครับ ใน 6 เดือนแรกของปี 2026 ลูกค้าสามรายแรกคิดเป็น 16%, 16% และ 12% ของรายได้รวมตามลำดับ ซึ่งรวมกันราว 44% ครับ บริษัทระบุว่าลูกค้าไม่มีสัญญาผูกมัดให้ใช้บริการต่อ จึงไม่มีการันตีว่ารายได้จากกลุ่มนี้จะคงอยู่ครับ
พาร์ทเนอร์สำคัญที่ระบุไว้มีหลายราย ได้แก่ Bloomberg ที่ให้สิทธิ์ 10 ปีในการ list futures, options on futures และ cash-settled index options บนดัชนี B500, B500 Volatility และ B100Q ครับ Bloomberg Media ก็มี broadcast position บนฟลอร์ของ MIAX Sapphire ด้วยครับ อีกรายคือ Pyth Network ที่ทำข้อตกลงให้ BSX เผยแพร่ข้อมูลตลาดหุ้น และได้รับโทเคน Pyth ตามตารางปลดล็อกครับ และล่าสุดคือ joint venture ของ Robinhood กับ SIG ที่เป็นผู้ซื้อ MIAXdx ส่วนใหญ่ไปครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
- รายได้ผูกกับปริมาณการซื้อขายโดยตรงครับ บริษัทระบุว่า net transaction and clearing fees คิดเป็น 60.6% ของรายได้คงเหลือในปี 2025 ถ้าปริมาณลด หรือ mix ไปทางสินค้าที่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า รายได้จะลดตามครับ
- การแข่งขันสูงและการไหลของ order flow ไม่แน่นอนครับ สมาชิกอาจลดกิจกรรมได้ด้วยเหตุผลหลายอย่าง และบริษัทบอกว่าแรงกดดันด้านค่าธรรมเนียมยังมีอยู่ครับ
- ต้นทุนส่วนใหญ่คงที่ครับ บริษัทระบุว่าถ้ารายได้ลดและลดต้นทุนไม่ทัน กำไรจะกระทบทันทีครับ
- สินค้าใหม่ยังต้องผ่านด่านกฎระเบียบและการยอมรับของตลาดครับ โดยเฉพาะ Bloomberg Products ที่บริษัทต้องทำให้มีสภาพคล่องพอสมควรครับ
- Clearing และ FCM มีความเสี่ยงด้านเครดิตครับ ทั้งการผิดนัดของสมาชิก clearing และการที่สถาบันการเงินที่ถือเงินของ Dorman Trading มีปัญหาครับ
- คดีความเกิดขึ้นได้ครับ ในไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทบันทึกค่า litigation settlement 30 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง filing ระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีที่เกี่ยวกับ Nasdaq ครับ
- มูลค่าโทเคน Pyth ผันผวนครับ การเปลี่ยนแปลงมูลค่าจะไปลงในรายการ non-operating ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิแกว่งได้ครับ
- จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นมากครับ diluted weighted average shares อยู่ที่ 110.7 ล้านหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบกับ 78.5 ล้านหุ้นปีก่อน และบริษัทระบุว่าไม่มีแผนจ่ายปันผลในตอนนี้ครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
ตัวชี้วัดที่บริษัทรายงานและสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจนี้คือปริมาณการซื้อขายครับ average daily volume ของ U.S. options บนตลาด MIAX ในปี 2025 อยู่ที่ 9.5 ล้านสัญญาต่อวัน เทียบกับ 6.7 ล้านในปี 2024 และบริษัทระบุว่า CAGR ตั้งแต่ปี 2015 ที่มี 1.0 ล้านสัญญาต่อวัน อยู่ที่ 25.3% ครับ ส่วน futures บน MIAX Futures มีปริมาณ 3.3 ล้านสัญญาในปี 2025 เพิ่มขึ้นเพียง 2.2% ครับ ไม่มีตัวชี้วัดประเภท ARR, NRR หรือ backlog ที่บริษัทรายงานใน filing ชุดนี้ครับ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่าจะเริ่ม list Bloomberg Products บนตลาดของตัวเองในไตรมาส 2 ปี 2026 ครับ ซึ่งจะเป็นการทดสอบว่าสินค้าใหม่สร้างปริมาณได้จริงหรือไม่ครับ
บริษัทยังบอกว่าจะเพิ่มฟังก์ชันใหม่บนฟลอร์ของ MIAX Sapphire เพื่อดึงปริมาณเพิ่มครับ ส่วน Rothera ที่บริษัทยังถืออยู่ 10% ก็คาดว่าจะเปิดตัวสินค้าในไตรมาส 2 ปี 2026 ครับ ฝั่ง TISE บริษัทระบุว่าจะเน้น QIBM, REITs และ sustainable finance ต่อ ครับ สำหรับโทเคน Pyth ที่ยังถูกล็อกอยู่ 125 ล้านโทเคนจะปลดล็อกในวันที่ 20 พฤษภาคม 2027 ครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้รวมโต 18.3% เป็น 387.6 ล้านดอลลาร์ และรายได้คงเหลือโต 34.8% เป็น 141.1 ล้านดอลลาร์ โดย Adjusted EBITDA margin อยู่ที่ 54.4% ครับ แต่ไตรมาสนี้มีค่า litigation settlement 30 ล้านดอลลาร์ และครึ่งปีแรกมีกำไรจากการขาย MIAXdx รวมอยู่ด้วย ดังนั้นควรดูกำไรปกติควบคู่กันครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ MIAX →