คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : NDAQ

Nasdaq (NDAQ) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-12) และ 10-Q (ยื่น 2026-04-24) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Nasdaq, Inc. (ticker: NDAQ) ไม่ได้เป็นแค่ตลาดหุ้นครับ — พูดง่ายๆ คือบริษัทนี้เป็น "ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน" ที่ครอบคลุมตั้งแต่การให้บริษัทอื่นมาจดทะเบียนในตลาด ไปจนถึงการขายซอฟต์แวร์ให้ธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก

Nasdaq แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มหลักครับ กลุ่มแรกคือ Capital Access Platforms ซึ่งรวมธุรกิจข้อมูลตลาด บริการจดทะเบียนบริษัท (Listing) ดัชนีและ ETF รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์สำหรับนักลงทุนสถาบัน กลุ่มที่สองคือ Financial Technology ซึ่งขายซอฟต์แวร์ให้สถาบันการเงิน ครอบคลุมทั้งระบบจับการฟอกเงิน ระบบรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล และระบบซื้อขายในตลาดทุน และกลุ่มที่สามคือ Market Services ซึ่งคือการให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายจริงๆ ทั้งหุ้น ออปชัน และตราสารอื่นๆ ผ่านตลาด 19 แห่งทั่วโลก

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดของ Nasdaq รวมกัน 5,677 แห่ง แบ่งเป็น 4,570 รายในสหรัฐฯ และ 1,107 รายในยุโรป (Nordic และ Baltic) มูลค่าตลาดรวมในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 36.4 ล้านล้านดอลลาร์ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้รวมปี 2025 อยู่ที่ราว 8.26 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขที่สะท้อนธุรกิจจริงๆ คือ "รายได้หักค่าใช้จ่ายจากธุรกรรม" (Revenues less transaction-based expenses) ซึ่งอยู่ที่ 5.25 พันล้านดอลลาร์ เพราะ Market Services มีต้นทุนแปรผันสูง เช่น Transaction rebates และค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายต่อให้กับ SEC

แยกตามกลุ่มธุรกิจได้ดังนี้ครับ ปี 2025 Capital Access Platforms มีรายได้ 2.14 พันล้านดอลลาร์ (+9.9% จากปีก่อน) — มาจาก Data & Listing Services 804 ล้าน, Index 827 ล้าน และ Workflow & Insights 506 ล้าน กลุ่ม Financial Technology มีรายได้ 1.85 พันล้านดอลลาร์ (+14.1%) — มาจาก Capital Markets Technology 1.09 พันล้าน, Regulatory Technology 428 ล้าน และ Financial Crime Management Technology 331 ล้าน ส่วน Market Services มีรายได้ 4.21 พันล้านดอลลาร์ (+11.7%) แต่หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือน้อยกว่ามาก

กลไกหาเงินหลักมีสองแบบครับ แบบแรกคือ รายได้ประจำ (subscription/recurring) ซึ่งมาจากค่าสมาชิกข้อมูล ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนรายปี และค่าสัญญาซอฟต์แวร์ — กลุ่มนี้วัดด้วย ARR (Annualized Recurring Revenue) ซึ่งปี 2025 อยู่ที่ 1.34 พันล้านดอลลาร์เฉพาะ Capital Access Platforms และ Financial Technology โต 14% ต่อปีในฝั่ง FinTech แบบที่สองคือ รายได้ผันแปรตามปริมาณ ซึ่งมาจากค่าธุรกรรมในตลาด รายได้จาก Index ที่ขึ้นกับ AUM ของ ETP ที่ติดตามดัชนี Nasdaq ซึ่ง ณ สิ้นปี 2025 มี AUM รวมสูงถึง 882 พันล้านดอลลาร์ (all-time high) ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งหลักของ Nasdaq อยู่ที่ เครือข่ายที่สร้างมาหลายทศวรรษและยากต่อการทดแทน ครับ ฝั่ง Listing บริษัทที่จดทะเบียนใน Nasdaq มักอยู่ที่นั่นนานมาก การย้ายตลาดเกิดขึ้นน้อย แม้ปี 2025 จะเป็นปีที่มีการโอนย้ายการจดทะเบียนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ Nasdaq ก็ยังรักษาความเป็นผู้นำในการระดมทุน IPO เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยปี 2025 บริษัทในสหรัฐฯ ระดมทุน IPO ผ่าน Nasdaq รวมกว่า 24 พันล้านดอลลาร์

ฝั่ง Index และ ETF ดัชนี Nasdaq ถูก track โดย ETP กว่า 470 ตัว ใน 27 ตลาดทั่วโลก AUM รวม 836-882 พันล้านดอลลาร์ (ณ ต้นปี 2026) รายได้จากส่วนนี้โยงกับมูลค่า AUM โดยตรง ยิ่งตลาดปรับขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้นตาม ปี 2025 Index revenue โต 17% ครับ

ฝั่ง Financial Technology โดยเฉพาะ Verafin (ต่อสู้การฟอกเงิน) มีลูกค้าสถาบันการเงินกว่า 2,800 แห่ง ซึ่งเมื่อฝังระบบเข้าไปแล้ว ต้นทุนในการเปลี่ยนระบบสูงมาก — นี่คือจุดแข็งที่ทำให้รายได้ recurring มีความเสถียรครับ เช่นเดียวกับ AxiomSL และ Calypso ที่ทำหน้าที่เป็นระบบหลักในการรายงานและบริหารความเสี่ยงของธนาคารชั้นนำ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าของ Nasdaq มีหลายกลุ่มครับ ในฝั่ง Capital Access Platforms ลูกค้าหลักคือบริษัทจดทะเบียน (ทั้ง public และ private), กองทุน hedge fund, asset manager, นักลงทุนสถาบัน และ retail broker ที่ซื้อข้อมูลตลาด ในฝั่ง Financial Technology ลูกค้าคือธนาคาร, broker-dealer, asset manager, กองทุน, และหน่วยงานกำกับดูแล — Verafin ให้บริการสถาบันการเงินกว่า 2,800 แห่ง ในฝั่ง Market Services ลูกค้าคือผู้เล่นในตลาดทุก sector ตั้งแต่ proprietary trading firm ไปจนถึงนักลงทุนรายย่อย

filing ไม่ได้ระบุชื่อลูกค้ารายใหญ่รายบุคคลหรือพาร์ทเนอร์เชิงพาณิชย์โดยตรง ในส่วนนี้จึงบอกได้เฉพาะกลุ่มลูกค้าตามที่ปรากฏในเอกสารครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงแรกที่เห็นชัดจาก filing คือ ความเสี่ยงจากภาวะตลาด ครับ Market Services และ Index ล้วนมีรายได้ที่ผันแปรตามปริมาณการซื้อขายและมูลค่าสินทรัพย์ ถ้าตลาดซบเซา ปริมาณซื้อขายลด หรือ AUM ของ ETP หดตัว รายได้ส่วนนี้จะโดนผลกระทบโดยตรง บริษัทเองก็ระบุไว้ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอย, ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์, ดอกเบี้ย, และภาษีนำเข้า (tariffs) ล้วนกระทบธุรกิจได้

ความเสี่ยงที่สองคือ หนี้สินจากการซื้อกิจการ โดยเฉพาะการซื้อ Adenza ในปลายปี 2023 ส่งผลให้ Nasdaq มีหนี้ระยะยาวประมาณ 8.57 พันล้านดอลลาร์ (ณ สิ้นปี 2025) ดอกเบี้ยจ่ายต่อไตรมาสอยู่ที่ราว 87-96 ล้านดอลลาร์ บริษัทอยู่ระหว่างการทยอยชำระหนี้ (deleveraging) ซึ่งใช้เงินสดจำนวนมาก

ความเสี่ยงที่สามคือ กฎระเบียบและกฎหมาย Nasdaq ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ อยู่ภายใต้การกำกับของหลายหน่วยงานทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป ปี 2024 มีการจ่ายค่าปรับให้ SFSA (หน่วยงานกำกับดูแลสวีเดน) และปี 2025 ยังมีค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายที่บันทึกในงบด้วย นอกจากนี้บริษัทต้องรักษา regulatory capital หลายร้อยล้านดอลลาร์สำหรับการดำเนินงาน clearing ในยุโรปด้วยครับ

ความเสี่ยงที่สี่คือ ความเสี่ยงด้านสกุลเงิน เนื่องจาก Nasdaq มีรายได้จากยุโรปจำนวนมาก (Nordic, Baltic) และแปลงค่าเงินด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยรายเดือน ความผันผวนของ EUR/USD มีผลต่อรายได้ที่รายงานออกมาครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทระบุว่า ARR เป็นตัวชี้วัดหลักในการประเมินธุรกิจ recurring โดยเฉพาะในกลุ่ม Financial Technology และ Capital Access Platforms

ARR ของ Capital Access Platforms ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 1,340 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มจาก 1,240 ล้านในปี 2024) แบ่งเป็น Data & Listing Services 764 ล้าน, Workflow & Insights 495 ล้าน และ Index 81 ล้าน Financial Technology ARR บริษัทระบุว่าโต 14% ในปี 2025 สะท้อนการได้ลูกค้าใหม่ การขาย cross-sell และ upsell ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังติดตาม Quarterly annualized SaaS revenues เป็นตัวชี้วัดเสริมด้วยครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่ากลยุทธ์หลักในอนาคตมุ่งเน้น 3 ทิศทางครับ หนึ่งคือการเติบโตของ Financial Technology โดยเฉพาะ Verafin ซึ่งใช้ AI และข้อมูลจากเครือข่ายสถาบันการเงินกว่า 2,800 แห่งเพื่อตรวจจับการฟอกเงินและการทุจริต สองคือการขยาย Index และ ETF ecosystem — ปี 2025 บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Index ใหม่ 122 ตัว เกือบครึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ international และอีก 32 ตัวเป็นผลิตภัณฑ์ประกันรายได้สำหรับนักลงทุนสถาบัน สามคือการ deleveraging — บริษัทใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (ปี 2025 อยู่ที่ 2.26 พันล้านดอลลาร์) เพื่อทยอยชำระหนี้ คืนเงินผู้ถือหุ้นผ่านปันผลและซื้อหุ้นคืน ควบคู่กับการลงทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 1/2026 (Q1 2026) Nasdaq มีรายได้หักค่าใช้จ่ายธุรกรรมที่ 1,407 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.7% จาก 1,237 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน และมี Net income 519 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31.4% จาก 395 ล้านดอลลาร์ ส่วน EPS diluted อยู่ที่ 0.91 ดอลลาร์ต่อหุ้น เทียบกับ 0.68 ดอลลาร์ในปีก่อน — ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →