คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : NI

Nisource (NI) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-11) และ 10-Q (ยื่น 2026-05-06) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

NiSource (NI) คือบริษัทสาธารณูปโภคที่ให้บริการก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนและธุรกิจในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกาครับ พูดง่ายๆ คือบริษัทเดินท่อก๊าซและสายไฟเข้าบ้านคน แล้วเก็บค่าบริการทุกเดือน

แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักครับ ส่วนแรกคือ Columbia Operations ซึ่งให้บริการก๊าซธรรมชาติใน 5 รัฐ ได้แก่ โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย เวอร์จิเนีย เคนตักกี้ และแมริแลนด์ มีลูกค้าอยู่ราวๆ 2.4 ล้านรายรวมกัน ส่วนที่สองคือ NIPSCO Operations ซึ่งให้บริการทั้งก๊าซและไฟฟ้าในแถบอินเดียนาตอนเหนือ ทั้งสองส่วนนี้ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐและ FERC เต็มรูปแบบ ซึ่งหมายความว่าอัตราค่าบริการต้องขอ "อนุมัติ" จากคณะกรรมการกำกับก่อนถึงจะปรับได้ครับ

นอกจากธุรกิจสาธารณูปโภคปกติแล้ว NiSource ยังกำลังขยายไปในทิศทางใหม่ที่น่าสนใจมากครับ นั่นคือการพัฒนาโรงไฟฟ้าและระบบจัดเก็บพลังงานเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของลูกค้า data center โดยเฉพาะ โดยมีบริษัท Blackstone เข้ามาถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจนี้

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้หลักมาจากการเรียกเก็บค่าก๊าซและค่าไฟจากลูกค้าครับ ปี 2025 รายได้รวมอยู่ที่ราวๆ 6,642 ล้านดอลลาร์ โดย Columbia Operations ทำรายได้ 3,343 ล้านดอลลาร์ และ NIPSCO Operations คิดเป็นส่วนที่เหลือ

ในฝั่ง Columbia Operations รายได้แยกตามประเภทลูกค้าได้ชัดเจนครับ ลูกค้าบ้านพักอาศัยเป็นกลุ่มใหญ่สุด ทำรายได้ราวๆ 2,284 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยลูกค้าเชิงพาณิชย์ 768 ล้านดอลลาร์ และลูกค้าอุตสาหกรรม 169 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นรายได้จากการขาย Off-System และอื่นๆ

กลไกหาเงินที่สำคัญมากของธุรกิจนี้คือ "regulatory tracker" ครับ หมายความว่าเมื่อบริษัทลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เปลี่ยนท่อเก่า วางสายไฟใหม่ หน่วยงานกำกับจะอนุมัติให้บริษัทเก็บเงินค่าลงทุนคืนจากลูกค้าได้ผ่านอัตราค่าบริการที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้รายได้เติบโตตามการลงทุนแทบจะโดยตรงครับ ตัวอย่างเช่น ในปี 2025 Columbia Operations มีรายได้เพิ่มขึ้นจาก new rates และ regulatory capital programs ถึง 178.9 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ต้นทุนพลังงาน (ก๊าซและไฟ) ก็ถูก "pass-through" ผ่าน GCA (Gas Cost Adjustment) และ FAC (Fuel Adjustment Clause) ไปยังลูกค้าโดยตรง บริษัทแทบไม่รับความเสี่ยงราคาพลังงานเองครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งหลักของ NiSource อยู่ที่การเป็น "regulated utility" ครับ ธุรกิจนี้มีสัมปทานให้บริการในพื้นที่เฉพาะโดยไม่มีคู่แข่งรายอื่นมาวางท่อหรือสายไฟแข่งในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ฐานลูกค้าค่อนข้างมั่นคง กว่า 2.4 ล้านราย เฉพาะส่วน Columbia Operations เท่านั้น

ระบบ "tracker" ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับช่วยให้บริษัทสามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแล้วได้รับเงินคืนจากลูกค้าค่อนข้างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอกระบวนการ rate case ที่ใช้เวลานานเต็มรูปแบบทุกครั้งครับ

หลายรัฐยังมีระบบ weather normalization adjustment ครับ คือถ้าฤดูหนาวอากาศอุ่นกว่าปกติ ลูกค้าใช้ก๊าซน้อยลง รายได้บริษัทจะไม่ตกมากนักเพราะกลไกนี้ช่วยปรับสมดุล รวมถึงการเก็บ fixed customer charge รายเดือนโดยไม่ขึ้นกับปริมาณการใช้งาน ทำให้กระแสรายได้มีความสม่ำเสมอพอสมควรครับ

อีกส่วนหนึ่งคือการที่ Blackstone เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนในส่วน GenCo และ NIPSCO Holdings II ช่วยแบ่งเบาภาระเงินทุนก้อนใหญ่ที่บริษัทต้องลงทุนเพื่อรองรับลูกค้า data center ครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าหลักคือบ้านพักอาศัยและธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางใน 5 รัฐที่ Columbia Operations ให้บริการ บวกกับในอินเดียนาตอนเหนือของ NIPSCO ครับ ส่วน Columbia Operations ณ สิ้นปี 2025 มีลูกค้าบ้านพักอาศัย 2,237,810 ราย ลูกค้าเชิงพาณิชย์ 189,792 ราย และลูกค้าอุตสาหกรรม 1,988 ราย

ในด้านพาร์ทเนอร์ สิ่งที่น่าสนใจคือ Blackstone ครับ บริษัทนี้เข้ามาถือหุ้นส่วนน้อยในสองโครงสร้าง ได้แก่ NIPSCO Holdings II และ Generation Holdings II (GenCo) โดย Blackstone มีพันธะต้องจ่ายเงินลงทุนเพิ่มเติมสูงสุดถึง 1,325 ล้านดอลลาร์ในช่วง 7 ปีสำหรับ GenCo และส่วนเพิ่มเติมสำหรับ NIPSCO Holdings II อีก 175 ล้านดอลลาร์ครับ นอกจากนี้ยังมีลูกค้า data center ที่ทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว แม้ filing จะไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าโดยตรงครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแล คือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดครับ แม้ระบบ regulated utility จะดูมั่นคง แต่รายได้ที่บริษัทจะได้รับขึ้นอยู่กับการอนุมัติของหน่วยงานรัฐในแต่ละรัฐ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Columbia of Pennsylvania ขอรายได้เพิ่ม 110.4 ล้านดอลลาร์ แต่ได้รับอนุมัติ 55.6 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นแค่ครึ่งเดียวที่ขอไปครับ

ความเสี่ยงด้านการลงทุนขนาดใหญ่ ก็สำคัญมากครับ บริษัทระบุว่าค่าใช้จ่ายลงทุนรวมเพื่อรองรับลูกค้า data center อยู่ที่ประมาณ 9.25 ถึง 9.75 พันล้านดอลลาร์ และแผนการลงทุนรวมทั้งหมดในช่วงปี 2026-2030 อยู่ที่ราวๆ 5-6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งต้องระดมทุนจากทั้งหนี้และการออกหุ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากโปรแกรม ATM ที่ยังมีพื้นที่ออกหุ้นเหลืออีกราวๆ 1.25 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026

ความเสี่ยงด้านพลังงาน เป็นเรื่องที่น่าจับตาครับ โรงไฟฟ้าถ่านหิน R.M. Schahfer ที่ควรจะปิดตัวไปแล้วในปลายปี 2025 ถูกกระทรวงพลังงานสหรัฐออกคำสั่งฉุกเฉินให้เดินเครื่องต่อไปก่อน เนื่องจากภาวะวิกฤตพลังงานในระบบ MISO บริษัทต้องยื่นขอ FERC เพื่อกำหนดกลไกให้ได้รับค่าใช้จ่ายคืนครับ

ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ ก็มีผลตรงๆ ครับ แม้จะมีระบบ weather normalization แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมทุกรัฐและทุกกลุ่มลูกค้า ปี 2025 อากาศหนาวกว่าปกติ 3% ช่วยให้รายได้เพิ่มขึ้น 53.9 ล้านดอลลาร์ แต่ปี 2024 อากาศอุ่นกว่าปกติ 17% ก็กดรายได้ลงครับ นอกจากนี้ยังมีกรณีพายุในเดือนมีนาคม 2026 ที่ทำให้โซลาร์ฟาร์ม Dunn's Bridge I เสียหาย ซึ่งบริษัทระบุว่าคาดว่าประกันจะคุ้มครองส่วนใหญ่ครับ

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม ก็เป็นประเด็นที่ต้องติดตามครับ การเปลี่ยนแปลงนโยบาย EPA ของสหรัฐ ทั้งเรื่อง GHG และ CCR อาจกระทบต้นทุนการดำเนินงานและปิดหลุมฝังเถ้าถ่านหิน แม้บางมาตรการจะถูกผ่อนผันไปบ้างแล้วก็ตาม

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

NiSource กำลังเดินหน้าสองทิศทางพร้อมกันครับ ทิศทางแรกคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก๊าซและไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องผ่าน rate case และ regulatory tracker โดยบริษัทระบุว่าคาดการณ์การลงทุนในส่วน base business ปี 2026 ไว้ที่ราวๆ 3.9-4.1 พันล้านดอลลาร์ และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2029 ที่ 4.9-5.1 พันล้านดอลลาร์ครับ

ทิศทางที่สองคือการรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก data center ครับ NIPSCO กำลังพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบจัดเก็บพลังงาน โดยมีโครงการ Templeton ที่เป็น wind BTA ขนาด 200 MW กำลังจะเสร็จในปี 2027 บริษัทระบุว่าการลงทุนส่วน GenCo ในปี 2026 อยู่ที่ราวๆ 1.3-1.5 พันล้านดอลลาร์ และจะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 2.2-2.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2028 ก่อนจะลดลงครับ แนวทางนี้ทำให้ NiSource กำลังเปลี่ยนโปรไฟล์ตัวเองจากแค่ utility ท่อก๊าซ มาเป็น utility ที่มีธุรกิจผลิตไฟฟ้าให้ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ด้วยครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ปี 2025 รายได้รวมเติบโตราวๆ 22% จาก 5,455 ล้านดอลลาร์ เป็น 6,642 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น NiSource เพิ่มขึ้นจาก 760 ล้านดอลลาร์ เป็น 930 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.95 ดอลลาร์ ขณะที่ Operating Income Margin อยู่ที่ราวๆ 27.6% ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →