คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NOMA

Nomadar (NOMA) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-31) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-14) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

NOMA คือชื่อหุ้นของบริษัท Nomadar Corp. ครับ เป็น "แขนนวัตกรรม" (innovation arm) ของสโมสรฟุตบอล Cádiz CF จากเมือง Cádiz ทางใต้ของสเปน ซึ่งตอนนี้เล่นอยู่ในลีกรอง Segunda División ของ La Liga ครับ บริษัทเข้าเทรดบน Nasdaq Capital Market เมื่อ 31 ตุลาคม 2025 และมี Sport City Cádiz, S.L. ถือหุ้นใหญ่ ส่วน Sportech เองก็เป็นบริษัทลูกของ Cádiz CF อีกที ดังนั้นความสัมพันธ์กับสโมสรจึงแน่นมากครับ

บริษัทบอกว่ามีธุรกิจที่อยู่ในหลายระยะพัฒนา ธุรกิจที่เห็นชัดที่สุดตอนนี้คือ Nomadar HPT ซึ่งเป็นโปรแกรมฝึกนักฟุตบอลเยาวชน เอกสารอธิบายว่าเป็นโปรแกรม "designed for young athletes both under and over 18 years of age, to study, live, and immerse themselves in an elite soccer program" คือให้นักกีฬาอยู่ ฝึก และเรียนไปพร้อมกันที่ partner locations ของบริษัท อีกตัวคือ Our XI แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่เพิ่งเปิดตัวเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สอนเรื่องการทำงานเบื้องหลังของสโมสรฟุตบอลอาชีพ ตั้งแต่การตลาด การสื่อสาร การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึง AI ครับ ตัวที่สามคือแบรนด์ Mágico González ซึ่งบริษัทได้สิทธิ์ใช้นอกประเทศสเปนจาก Cádiz CF และวางแผนจะเปิดตัวในสหรัฐฯ ช่วงครึ่งหลังปี 2026 พร้อมขายออนไลน์ครับ ตัวที่สี่คือธุรกิจจัดงานอีเวนต์ที่สนาม JP Financial Stadium ของ Cádiz CF ซึ่งบริษัทเป็นคนจัดหาผู้จัดอีเวนต์มาใช้สนามครับ

ส่วนที่ใหญ่ที่สุดในแผนระยะยาวคือโครงการ JP Financial Arena ซึ่งเป็นอาคารมัลติเพอร์พัส ที่บริษัทระบุว่าจะมีที่นั่งมากกว่า 40,000 ที่ โรงแรม ศูนย์จัดประชุม ห้องเล่นกีฬา และพื้นที่การค้า บนพื้นที่ราว 110,000 ตารางเมตร ตอนนี้ยังเป็นแผนครับ บริษัทยังไม่มีเงินทุนที่ยืนยันแล้วสำหรับการก่อสร้าง จึงควรดูว่านี่คือธุรกิจที่ "ยังไม่ได้เริ่มหาเงินจริง" ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ตอนนี้เงินหลักมาจากค่าบริการครับ ในครึ่งแรกของปี 2026 บริษัทมีรายได้รวม 1,073,371 ดอลลาร์ โดยแบ่งเป็น educational services 675,291 ดอลลาร์ (ราว 63% ของรายได้รวม) ค่าตั้งชื่อสนามหรือ naming rights ของโครงการ Sportech City 194,956 ดอลลาร์ โปรแกรม HPT 150,624 ดอลลาร์ และแบรนด์ Mágico González 52,500 ดอลลาร์ ครับ จะเห็นว่ารายได้ก้อนใหญ่ตอนนี้มาจากงานให้ความรู้ที่เพิ่งเริ่ม ไม่ใช่โปรแกรมนักกีฬาที่เคยเป็นธุรกิจแรก เพราะรายได้จาก HPT ลดลงจากครึ่งแรกปี 2025 ที่ทำได้ 321,082 ดอลลาร์ ครับ

กลไกของ HPT คือนักกีฬาจ่ายค่าเข้าโปรแกรมตามระยะเวลาที่อยู่ ปกติประมาณ 1 ถึง 10 เดือน ซึ่งเป็นรายได้ต่อคนที่ค่อนข้างชัดเจนครับ ตามเอกสาร ตั้งแต่ปี 2022 มีนักกีฬาเข้าโปรแกรมประมาณ 700 คน โดยทุกคนมาเรียนที่สเปนจริง และบริษัทระบุว่าตอนนี้มีนักกีฬาอยู่ในโปรแกรมระยะยาวราว 20 คน กับอีก 10 คนที่เข้าโปรแกรมระยะสั้นครับ ส่วนรายได้จาก Mágico González และ naming rights เป็นค่าสิทธิ์และค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งมักแกว่งตามจังหวะการเซ็นสัญญาครับ

ฝั่งรายจ่ายและเงินทุนก็ต้องดูด้วยครับ บริษัทต้องจ่ายค่า royalty ให้ Cádiz CF 15% ของยอดขายสุทธิ (ยอดขายหักต้นทุนขาย) จากทั้ง HPT และ Mágico González ครับ ในครึ่งแรกปี 2026 บริษัทติดลบจากการดำเนินงานราว 757,000 ดอลลาร์ และมี accumulated deficit 6.2 ล้านดอลลาร์ ที่บริษัทจะต้องหาเงินมาอุดต่อเนื่องครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่เห็นชัดที่สุดคือความสัมพันธ์กับสโมสร Cádiz CF ครับ สโมสรมีแฟนประจำ บริษัทระบุว่ามีบัตรผู้ถือตั๋วประจำฤดูกาลมากกว่า 18,000 ใบ และตัวบริษัทเองก็อ้างถึงตำนาน Mágico González ที่เคยเล่นให้ทีมนี้หลายปีครับ ทำให้บริษัทมีชื่อเสียงและอารมณ์ร่วมของแฟนบอลในพื้นที่ที่อาจหาเองจากศูนย์ได้ยาก

จุดแข็งอีกข้อคือสิทธิ์ที่ได้มาจากสโมสรครับ บริษัทถือสิทธิ์พิเศษ (exclusive) ในการทำ HPT ทั่วโลก และ Mágico González นอกสเปน โดยสัญญาทั้งสองมีอายุ 20 ปี ส่วนเอกสารก็ระบุว่าโปรแกรม HPT เคยส่งนักกีฬาไปเล่นให้สโมสรในลีกสเปนหลายแห่ง เช่น Sevilla Atl, Villarreal CF, Mallorca และ Valladolid ครับ ซึ่งเป็นหลักฐานผลลัพธ์ที่บริษัทนำมาใช้เป็นจุดขายได้ แต่ต้องจำไว้ว่าเป็นตัวเลขที่บริษัทรายงานเองครับ

มุมจากเจ้าของธุรกิจ ผมมองว่าข้อดีของโมเดลนี้คือไม่ต้องลงทุนสร้างแบรนด์ฟุตบอลตั้งแต่ศูนย์ แต่ข้อเสียคือทุกอย่างผูกกับสโมสรและ Sportech อย่างมากครับ ซึ่งจะพูดต่อในส่วนความเสี่ยงครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

พาร์ทเนอร์ที่สำคัญที่สุดคือ Cádiz CF ครับ ตามข้อตกลง Framework Agreement ที่เริ่มเมื่อ 10 มกราคม 2025 บริษัทจัดการการรับนักกีฬาต่างชาติ ที่พัก อุปกรณ์ฝึก และเอาวิธีฝึกของตัวเองเข้าไปใช้ในการซ้อมของสโมสร ส่วนสโมสรจัดโค้ชและทีมเทคนิค รวมถึงจัดแมตช์ให้ครับ อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าคู่สัญญาฝ่ายใดก็ยกเลิกได้ด้วยการแจ้งล่วงหน้า 60 วัน และ Cádiz CF ในฐานะบริษัทแม่ของผู้ถือหุ้นใหญ่ก็มีอำนาจต่อรองค่าตอบแทนสูงครับ

ลูกค้าโดยตรงของ HPT คือนักกีฬาและครอบครัวครับ เช่นทีม Wakatake Academy จากญี่ปุ่นที่ส่งนักกีฬาห้าคนมาอยู่ที่ Cádiz หนึ่งไตรมาสในปลายปี 2024 ส่วนพาร์ทเนอร์ที่ช่วยส่งคนหรือส่งเนื้อหาให้ ได้แก่ ENJOYFOOTBALL, S.L. ของสเปน, Actingwood (ซึ่งตกลงโครงการ India Football Pathway เริ่ม 26 มกราคม 2026 และให้สิทธิ์พิเศษในการพัฒนาที่อินเดีย), Global Soccer Development, International Soccer Academy, Universidad San Ignacio de Loyola ในลิมา และ San Ignacio University ในไมอามีครับ นอกจากนี้ยังมี H.O.P.E. Foundation ในเอกวาดอร์ และ Mexiaa FC ในปาชูกา ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเอกสารระบุว่ารายได้หรือค่าใช้จ่ายจากสองข้อตกลงนี้ยังน้อยมากครับ

ฝั่งที่ต้องดูเป็นพิเศษคือ Sportech ครับ นอกจากเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว Sportech ยังให้บริษัทเช่าที่ดินโครงการ มีสัญญาให้ทุนสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2025 ถึง 2027 และเป็นคู่สัญญาเงินกู้ด้วยครับ ความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้รายการระหว่างกันมีจำนวนมาก ซึ่งนักลงทุนควรไปอ่านใน related party notes ของงบเต็มครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

เรื่องแรกที่ต้องรู้คือบริษัทยังไม่มีกำไรครับ เอกสารระบุชัดว่าเป็น startup ที่มีประวัติดำเนินงานสั้นและขาดทุนมาตลอด และบริษัทบอกเองว่าไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีกำไรเมื่อไร หรือจะมีกำไรหรือไม่ครับ ผู้สอบบัญชีก็ตั้งข้อสังเกต going concern ไว้แล้ว หมายความว่ามีความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อไปอีกหนึ่งปีครับ เงินสดปลายมิถุนายน 2026 อยู่ที่ราว 438,578 ดอลลาร์ ขณะที่ปี 2025 ทั้งปีบริษัทมีเงินสดไม่ถึงแสนดอลลาร์ตามที่ระบุใน risk factors ครับ

เรื่องที่สองคือการพึ่งเงินทุนจากคนในครับ บริษัทระบุว่าจะต้องพึ่ง Sportech และแหล่งเงินทุนอื่นต่อไป ทั้งการขายหุ้นให้นักลงทุนรายที่สาม ซึ่งมีวงเงินที่ประกาศไว้ 1.74 ล้านและ 2.28 ล้านดอลลาร์ และสัญญา SEPA กับ Yorkville วงเงิน 30 ล้านดอลลาร์ที่มี convertible notes ซึ่งแปลงเป็นหุ้นได้ที่ราคาคงที่ 3.65 ดอลลาร์ครับ ความเสี่ยงที่ตามมาคือการเจือจางผู้ถือหุ้นเดิม ถ้ามีการแปลงหุ้นหรือขายหุ้นเพิ่มเยอะ

เรื่องที่สามคือการพึ่งสโมสรและสถานะการแข่งขันของทีมครับ บริษัทเขียนไว้ตรงๆ ว่าผลงานหรือความนิยมของทีมชุดใหญ่ Cádiz CF ที่ตกลง จะกระทบธุรกิจโดยตรง รวมถึงการที่สัญญาอนุญาตสิทธิ์ของ HPT และ Mágico González อาจถูกยกเลิกได้ในอนาคตครับ บริษัทยังเป็น "controlled company" ตามกฎ Nasdaq ทำให้คนในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ควบคุมคะแนนเสียงเกิน 50% ซึ่งผู้ถือหุ้นรายย่อยมีอำนาจตัดสินใจจำกัดครับ

เรื่องสุดท้ายที่ควรรู้คือความเสี่ยงของโครงการอสังหาฯ ครับ JP Financial Arena ยังไม่มีเงินทุนที่ยืนยันแล้ว การก่อสร้างมีแผนเริ่มต้นปี 2027 และเสร็จราวปี 2031 แต่บริษัทบอกว่าไม่มีการรับประกันว่าจะเสร็จตามกำหนด ตามงบประมาณ หรือเสร็จเลย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมโปรแกรมและผู้เข้าชมงาน เรื่องการแข่งขันในธุรกิจฟิตเนสและกีฬา และเรื่องการขยายตลาดต่างประเทศที่บริษัทเองระบุว่ายังเป็นการคาดการณ์ครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังขาดทุนอยู่ ตัวชี้วัดที่เอกสารรายงานชัดเจนมีไม่มาก ที่เห็นได้คือ ARR, NRR หรือ backlog ที่เป็นรูปธรรมยังไม่ได้ถูกเปิดเผยครับ ส่วนตัวเลขที่มีคือจำนวนนักกีฬาที่บริษัทระบุว่าเคยเข้าโปรแกรมราว 700 คนตั้งแต่ปี 2022 และจำนวนนักกีฬาปัจจุบันประมาณ 20 คนในโปรแกรมระยะยาวบวกอีก 10 คนระยะสั้นครับ ซึ่งดูเล็กมากเมื่อเทียบกับแผนขนาดใหญ่ที่บริษัทวางไว้ครับ

ส่วนการเติบโตของรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 669,571 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 114% จากปีก่อน และครึ่งปีแรกโตราว 115% ครับ แต่ควรระวังว่าฐานรายได้ปี 2025 ยังเล็กมาก และรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มบริการการศึกษาที่เพิ่งเริ่ม ซึ่งยังต้องดูต่อไปครับ ตัวเลข TAM, pipeline หรือยอดคาดการณ์ที่บริษัทอ้างอิงในเอกสารต้องกำกับว่า "บริษัทระบุว่า" ทั้งหมดครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

ตามที่บริษัทระบุ แผนแรกที่ใกล้ที่สุดคือการเปิดตัว Mágico González ในสหรัฐฯ ภายในครึ่งหลังปี 2026 พร้อมช่องทาง e-commerce ครับ ส่วนการขยาย Nomadar HPT ไปนอกสเปนและทั่วโลกก็เป็นเป้าหมายที่บริษัทพูดถึงอยู่ตลอดครับ โดยเอกสารระบุว่ายังไม่มีการเริ่มเรียนออนไลน์หรือการสอนทางไกลใดๆ ในปี 2025 และศูนย์ฝึกยังอยู่ที่ Cádiz เท่านั้นครับ

แผนใหญ่ที่สุดคือ Sportech City ครับ บริษัทได้ใช้สิทธิ์ซื้อที่ดิน โดยระบุว่าซื้อพื้นที่ 130,000 ตารางเมตรในราว 3.79 ล้านยูโร (ประมาณ 4.45 ล้านดอลลาร์) และสิทธิ์ซื้อส่วนที่เหลือ 161,433 ตารางเมตรในราว 4.71 ล้านยูโร (ประมาณ 5.49 ล้านดอลลาร์) ครับ ตัวอาคารนั้นบริษัทวางแผนก่อสร้างเริ่มต้นปี 2027 และคาดว่าเสร็จราว 2031 โดยมีพื้นที่พาณิชย์ราว 20,000 ตารางเมตร และพื้นที่อาหารราว 3,000 ตารางเมตรครับ ส่วนการจัดหาเงินทุนยังเป็นงานที่ต้องทำต่อครับ

ในเรื่องพาร์ทเนอร์ บริษัทมองไปที่การเพิ่มโปรแกรมร่วมกับ Actingwood ในอินเดียและพาร์ทเนอร์ในละตินอเมริกาครับ และ Our XI ก็ตั้งใจเปิดตัวให้ตลาดภาษาสเปนทั้งสเปน ละตินอเมริกา และชุมชนที่พูดภาษาสเปนในสหรัฐฯ ครับ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่บริษัทระบุว่าจะทำ ยังไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นแล้วครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทมีรายได้ 669,571 ดอลลาร์ โตราว 114% จากปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 439,941 ดอลลาร์ ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปี 2025 แต่ครึ่งปีแรกยังขาดทุนสุทธิ 2,026,895 ดอลลาร์ โดยส่วนหนึ่งมาจากการปรับมูลค่า convertible notes ที่ไม่ใช่เงินสดครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ NOMA →