คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 PODC

PodcastOne (PODC) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-06-29) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-14) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

พูดง่ายๆ คือ PodcastOne (ticker PODC) เป็นบริษัททำ podcast แบบครบวงจรครับ ไม่ได้ทำแค่แอปฟังอย่างเดียว แต่ผลิตคอนเทนต์ให้พิธีกรและลูกค้า ทั้ง vodcasts (video podcasts), branded podcasts, merchandise และ live events แล้วเอาไปกระจายผ่าน Apple Podcasts, Spotify, Amazon Music, YouTube และ iHeartRadio ครับ

บริษัทแยกตัวออกจาก LiveOne และเข้าตลาด Nasdaq Capital Market เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2023 ครับ ปัจจุบัน LiveOne ยังถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ ดังนั้นต้องรู้ไว้ว่าบริษัทนี้ยังอยู่ใต้การควบคุมของ LiveOne ครับ นอกจากนี้บริษัทยังมี LaunchpadOne ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟรีให้ผู้ทำ podcast อิสระอัปโหลด กระจายเสียง และหารายได้ด้วยตัวเอง ทางบริษัทระบุว่าใช้เป็นแหล่งหาพิธีกรและรายการใหม่ๆ ด้วยครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ส่วนนี้คือรายได้ก้อนหลักของบริษัทครับ เป็นโมเดล ad-supported คือฟังฟรี แล้วเงินมาจากโฆษณา รูปแบบหลักมีหลายแบบ ได้แก่ host-read embedded ads (พิธีกรอ่านโฆษณาในตัวรายการ), dynamic ads (DAI), segment sponsorships และ programmatic ซึ่งขายโฆษณาแบบอัตโนมัติผ่านระบบโฆษณา โดยคิดราคาเป็น CPM คือจ่ายตามจำนวน impressions ครับ

อีกจุดที่ควรรู้คือบริษัทแบ่งรายได้โฆษณาให้พิธีกรเป็นเปอร์เซ็นต์ตามข้อตกลง (host-read, DAI และ programmatic) ซึ่งทางบริษัทบอกว่าช่วยให้ความร่วมมือแน่นขึ้นครับ แต่ก็แปลว่าส่วนที่บริษัทเก็บไว้จะน้อยกว่ายอดโฆษณาทั้งหมดครับ ส่วนลูกค้าแบรนด์ที่ซื้อ branded podcast ก็จ่ายค่าผลิตและได้สิทธิ์เต็มในการเป็นผู้สนับสนุนเพียงรายเดียว รวมถึงรายได้จาก live tours, merch และ IP ของรายการ ข้อมูลไม่พอที่จะแยกสัดส่วนรายได้ของแต่ละรูปแบบครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งหลักคือทีมภายในครบทั้ง sales, production, marketing และ tech ทางบริษัทบอกว่าทำให้ดูแลพิธีกรและลูกค้าได้ใกล้ชิด และขยายงานได้โดยไม่ต้องพึ่งบุคคลภายนอกมากนักครับ ทีมนี้ยังช่วยดึงพิธีกรที่มีฐานคนฟังและนำแบรนด์โฆษณาเข้ามาด้วยครับ

อีกจุดคือความครอบคลุมของคอนเทนต์และการโปรโมตข้ามรายการ บริษัทมีรายการกว่า 200 รายการครอบคลุมหลายหมวด ตั้งแต่ sports, true crime, business ไปจนถึง self-growth และถ้าคนฟังรายการ true crime ของบริษัท ก็มีโอกาสได้ยินโปรโมตรายการอื่นในหมวดเดียวกันของบริษัทครับ ผลงานที่บริษัทระบุไว้ก็มีทั้งการเข้าอันดับ Top Podcast Publishers ของ Podtrac สูงสุดอันดับที่ 8 และรายการหลายรายการติดท็อป 100 บน Apple Charts ครับ ตัวเลขนี้ทางบริษัทเป็นคนรายงานเอง ควรดูประกอบกับข้อมูลอิสระด้วยนะครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

พาร์ทเนอร์ฝั่งคอนเทนต์ที่บริษัทระบุชื่อไว้ ได้แก่ Adam Carolla, Kaitlyn Bristowe, Jordan Harbinger, LadyGang, A&E's Cold Case Files และ Varnamtown ครับ ฝั่งลูกค้าโฆษณาบริษัทบอกว่าส่วนใหญ่ซื้อผ่านเอเจนซี่โฆษณา แต่เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ลูกค้ารายใหญ่ ข้อมูลไม่พอครับ

ฝั่งช่องทางกระจายเสียงมีทั้ง Apple Podcasts, Spotify, Amazon Music, YouTube, iHeartRadio และแพลตฟอร์มในรถยนต์บางยี่ห้อครับ ส่วนพาร์ทเนอร์สำคัญที่สุดก็คือ LiveOne ซึ่งเป็นทั้งบริษัทแม่และผู้ถือหุ้นใหญ่ครับ บริษัทเองก็ยอมรับในความเสี่ยงว่าพึ่งพาความสัมพันธ์กับผู้สร้างคอนเทนต์และ stakeholder ในอุตสาหกรรมมาก ถ้าความสัมพันธ์เหล่านี้เปลี่ยนไป ผลกระทบก็จะตามมาครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

มุมแรกคือเรื่องการเงิน บริษัทขาดทุนมาตั้งแต่ก่อตั้งครับ ปีงบประมาณล่าสุดขาดทุนสุทธิ 2.6 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนสะสม 38.7 ล้านดอลลาร์ และมี net working capital deficit 2.9 ล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่ามีความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง (going concern) และอาจต้องระดมทุนเพิ่มซึ่งอาจหาได้ยากหรือได้ในเงื่อนไขที่ไม่ดีครับ

มุมที่สองคือความสัมพันธ์กับ LiveOne ครับ LiveOne มีหนี้ที่บริษัทระบุว่าอาจกระทบการดำเนินงานและกระแสเงินสดของ PODC ได้ และ PODC ถูกจัดเป็น controlled company ซึ่งทำให้ LiveOne มีอำนาจควบคุมเรื่องที่ผู้ถือหุ้นต้องโหวต รวมถึงอาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในข้อตกลงกับบริษัทแม่ครับ

มุมที่สามคือการแข่งขันและพึ่งพาคนสร้างรายการ เพราะเวลาที่คนฟังมีจำกัด ทำให้ต้องแข่งกับคู่แข่งทุกคนเพื่อแย่งเวลาฟังที่มีโฆษณา บริษัทยังต้องจ่าย minimum guarantee ให้พิธีกรบางราย ซึ่งเป็นภาระจ่ายล่วงหน้าที่อาจจำกัดความยืดหยุ่นทางธุรกิจ และถ้าต้นทุนพิธีกรสูงขึ้น กำไรก็จะถูกกดดันครับ

มุมที่สี่คือวงจรโฆษณาและการวัดผล ความต้องการโฆษณาขึ้นกับเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจถดถอยรายได้ก็อาจลดลงได้ครับ อีกเรื่องคือการเปลี่ยนมาวัดแบบ viewable impression และการซื้อโฆษณาแบบอัตโนมัติ ซึ่งยังไม่มีมาตรฐานกลางของอุตสาหกรรม และบริษัทบอกว่าส่วนใหญ่ชั่วโมงฟังของผู้ฟังฟรีเกิดบนมือถือ ถ้ายังทำเงินจากมือถือไม่ได้ดีพอ รายได้โฆษณาก็อาจได้รับผลกระทบครับ

มุมสุดท้ายคือเรื่องบริษัทเอง มีความเสี่ยงเรื่องการควบคุมภายในและการ restatement งบการเงินที่เคยออกไปแล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่คดีความได้ มีการพึ่งพาผู้บริหารหลักบางคน ค่าใช้จ่ายของการเป็นบริษัทมหาชนก็สูงขึ้น ราคาหุ้นอาจผันผวนมาก และบริษัทไม่มีแผนจ่ายเงินปันผลครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

เนื่องจากบริษัทยังขาดทุนครับ จึงใส่ตัวชี้วัดการเติบโตที่มีในเอกสารไว้ดังนี้ครับ รายได้ปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 61.7 ล้านดอลลาร์ โต 18% จาก 52.1 ล้านดอลลาร์ ปีก่อน มีการดาวน์โหลดรวม 228 ล้านครั้งในปีนั้น บริษัทรายงานว่ามีผู้ฟังไม่ซ้ำกันราว 5.8 ล้านคนต่อเดือนในสหรัฐฯ และมี impressions ข้ามช่องทางกว่า 1 พันล้านครั้งต่อเดือนครับ ส่วนตัวชี้วัดแบบ ARR, NRR หรือ backlog ไม่ได้อยู่ในเอกสารที่ให้มา ข้อมูลไม่พอครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าตั้งใจจะซื้อสินทรัพย์เพิ่มเรื่อยๆ ในธุรกิจ podcast ที่กว้างขึ้น แล้วพัฒนาเองเพื่อสร้างผลตอบแทนผ่านการเติบโตจากธุรกิจเดิม การขายสิทธิ์ออกไป (out-licensing) การขาย หรือการแยกออกเป็นบริษัทใหม่ครับ อย่างไรก็ตาม บริษัทเองก็บอกว่าไม่แน่ใจว่าจะซื้อได้เมื่อไรหรือจะซื้อได้จริงหรือไม่ครับ

ฝั่งตลาด บริษัทระบุว่าคาดว่า podcast ในสหรัฐฯ จะยังเป็นส่วนที่โตเร็วในอีกห้าปีข้างหน้า และคนอเมริกันราว 230 ล้านคนเคยฟัง podcast อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ส่วนกลุ่ม superfans ฟังมากกว่า 11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในปี 2025 ครับ ส่วนแพลตฟอร์ม LaunchpadOne ก็จะยังเป็นช่องทางหาคนทำรายการใหม่ของบริษัทต่อไปครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

รายได้ปีงบประมาณ 2026 โตประมาณ 18% เป็น 61.7 ล้านดอลลาร์ครับ ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 2.6 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 4% ของรายได้ ดีขึ้นจาก 6.5 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ PODC →