Patterson Uti Energy (PTEN) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
พูดง่ายๆ PTEN คือบริษัทรับจ้างเจาะและทำให้บ่อน้ำมันกับก๊าซพร้อมผลิตครับ ลูกค้าเป็นบริษัทที่สำรวจและผลิตน้ำมันกับก๊าซ (E&Ps) ส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ส่วนที่เหลือก็มีบ้างในประเทศอื่นที่ได้เลือกไปเป็นรายๆ ไป บริษัทแบ่งธุรกิจออกเป็นสามส่วนหลักที่รายงานแยกกันครับ
ส่วนแรกคือ Drilling Services ซึ่งเป็นการรับจ้างเจาะบ่อด้วยแท่นเจาะ (rig) ของตัวเอง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 บริษัทมีแท่นเจาะบนบก 148 แท่นที่พร้อมให้เช่า กระจายอยู่ใน West Texas 63 แท่น, Rockies 22, Appalachia 21, Oklahoma 16, South Texas 13, East Texas 7 และที่ต่างประเทศอีกส่วนหนึ่งเช่น Colombia, Ecuador และ Argentina ส่วนนี้ยังมีบริการ directional drilling ที่เจาะบ่อแนวเอียงหรือแนวนอนในแหล่งหินหลักของสหรัฐฯ และมี electrical controls กับ automation ให้กับอุตสาหกรรมพลังงาน ทางทะเล และเหมืองแร่ในอเมริกาเหนือครับ
ส่วนที่สองคือ Completion Services เป็นงานทำให้บ่อพร้อมผลิต ประกอบด้วย hydraulic fracturing, wireline and pumping, completion support และ cementing นอกจากนี้ยังมีธุรกิจ power solutions ที่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และธุรกิจ proppant last mile logistics and storage ที่จัดการการขนส่งและเก็บ proppant ส่วนนี้ทำงานในแหล่งสำคัญหลายแห่งของสหรัฐฯ เช่น Permian, Marcellus/Utica, Eagle Ford, Haynesville และ Bakken/Rockies ครับ
ส่วนที่สามคือ Drilling Products ผลิตและจัดจำหน่าย drill bits กับ downhole tools ไปมากกว่า 30 ประเทศ ใช้ในงานสำรวจน้ำมันกับก๊าซ งานพลังงานความร้อนใต้พิภพ (geothermal) และเหมืองแร่ โรงงานผลิตและซ่อมอยู่ที่ Fort Worth (Texas), Leduc (Alberta) และ Saudi Arabia ครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
ในครึ่งแรกของปี 2026 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 2,345 ล้านดอลลาร์ครับ ก้อนใหญ่ที่สุดมาจาก Completion Services ราว 61% ตามด้วย Drilling Services ราว 31% และ Drilling Products ราว 7% ที่เหลือเป็นธุรกิจ Other เล็กน้อย ทำให้ฝั่ง completion เป็นตัวที่ขยับรายได้ของบริษัทมากที่สุดครับ
กลไกการหาเงินของแต่ละส่วนต่างกันครับ ของ Drilling Services บริษัทระบุว่ารายได้ขึ้นกับ day rate ที่ลูกค้าจ่ายและจำนวนแท่นที่ทำงานอยู่ ไตรมาส 2 ปี 2026 มีจำนวนวันทำงานในสหรัฐฯ 8,361 วัน และธุรกิจ directional drilling เพิ่มวันทำงานขึ้น 16% ฝั่ง Completion Services รายได้ผูกกับปริมาณงานอัดของเหลวและชั่วโมงการสูบ ไตรมาส 2 ปี 2026 ชั่วโมงการสูบ (pumping hours) เพิ่มขึ้น 6% ส่วน Drilling Products รายได้ขึ้นกับกิจกรรมขุดเจาะในสหรัฐฯ เป็นหลักครับ
ถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ สิ่งที่ต้องดูคือเงินก้อนนี้วิ่งผ่านบริษัทแล้วเหลือเท่าไหร่ ซึ่งจะไปดูในส่วนตัวชี้วัดและผลล่าสุดครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งแรกคือฝูงแท่นเจาะระดับสูง บริษัทมีแท่นเจาะ 137 แท่นที่จัดเป็น "Tier-1, super spec" จากทั้งหมด 148 แท่นที่พร้อมให้เช่า บริษัทนิยาม super-spec ว่าเป็นแท่นที่มีกำลังอย่างน้อย 1,500 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบ AC มี hookload อย่างน้อย 750,000 ปอนด์ ระบบหมุนเวียนของเหลวที่ 7,500 psi และเคลื่อนย้ายไปยัง pad ได้ ลูกค้าที่เจาะบ่อแนวนอนในหินชั้นยาวๆ ต้องการแท่นแบบนี้ครับ
จุดแข็งที่สองคือการลงทุนเรื่องพลังงานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติแทนดีเซล บริษัทระบุว่ากำลังขยายชุดอุปกรณ์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ เช่น electric, direct drive และ dual fuel pumps เพื่อแทนอุปกรณ์ diesel รุ่นเก่า และไตรมาส 2 ปี 2026 ก็มีการขยาย "Emerald 100% natural gas completions equipment" ด้วยครับ ฝั่งเทคโนโลยี บริษัทมี Vertex ซึ่งเป็นกระบวนการ completions แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบและปิดวงจร (fully automated, closed-loop completions process) เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มจัดการงาน completions ดิจิทัลชื่อ eos ที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง
จุดแข็งที่สามคือความยืดหยุ่นของงบ เช่น หุ้นกู้ก้อนใหม่ 500 ล้านดอลลาร์ครบกำหนดปี 2036 ใช้เงินนั้นไถ่ถอนหุ้นกู้ปี 2028 ที่มีอยู่ 483 ล้านได้ทั้งหมด และ credit agreement ที่มีวงเงิน 500 ล้านก็ยังมีส่วนที่ยืดอายุไปถึงปี 2031 ครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ลูกค้าของบริษัทเป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซขนาดใหญ่ และมีความเข้มข้นสูงพอสมควรครับ ในปี 2025 บริษัทระบุว่าลูกค้า 10 รายแรกคิดเป็นประมาณ 57% ของรายได้ดำเนินงาน ลูกค้า 5 รายแรกคิดเป็น 39% และลูกค้ารายใหญ่ที่สุดรายเดียวคิดเป็นประมาณ 12% ครับ นี่คือสิ่งที่ต้องจับตาเพราะการที่ลูกค้าควบรวมกิจการกันก็กระทบปริมาณงานได้ทันที
ด้านการทำสัญญากับลูกค้ารายใหม่ ในเดือนมกราคม 2026 บริษัทลงนามสัญญาหลายปีให้เช่าแท่นเจาะสองแท่นกับ DLS Archer Ltd. S.A. เพื่อรองรับการทำงานของ Archer ในแหล่ง Vaca Muerta ของอาร์เจนตินาครับ ส่วนซัพพลายเออร์หลักที่ปรากฏใน filing ได้แก่ผู้ขายอุปกรณ์และวัตถุดิบ เช่น proppants, cement และ tungsten powder ที่ใช้ในบาง matrix bit ครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
- ราคาน้ำมันและก๊าซผันผวนมาก ราคาน้ำมันเฉลี่ยไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 59.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไตรมาส 1 ปี 2026 อยู่ที่ 72.74 และไตรมาส 2 ปี 2026 ขึ้นไปที่ 95.65 ครับ ลูกค้าจะตัดงบเมื่อราคาลงเสมอ ซึ่งกระทบปริมาณงานของบริษัทโดยตรงครับ
- Backlog ในสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง จาก 830 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 เหลือ 291 ล้านในสิ้นปี 2025 และฟื้นขึ้นมาเป็น 365 ล้านณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 บริษัทระบุว่าประมาณ 15% ของ backlog นี้คาดว่าจะยังคงอยู่ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2027 ครับ
- สัญญาระยะคงที่อาจถูกยกเลิกได้ ถ้าลูกค้ายกเลิกโดยไม่จ่ายค่าปรับ บริษัทก็อาจรับรู้รายได้ตาม backlog ไม่ครบ โดยเฉพาะกรณีแท่นเจาะถูกทำลาย บริษัทล้มละลาย หรือผิดสัญญา
- ลูกค้าควบรวมและเข้มข้น ดังที่กล่าวไปแล้วว่าลูกค้า 5 รายแรกคิดเป็น 39% ของรายได้ ถ้าเสียลูกค้าใหญ่รายเดียวก็กระทบได้มากครับ
- เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว บริษัทต้องลงทุนปรับปรุงและซื้อแท่นรุ่นใหม่ตลอด ถ้าตามไม่ทันคู่แข่งที่มีทรัพยากรมากกว่า ความต้องการใช้บริการอาจลดลงได้ครับ
- คนทำงานสำคัญขาดได้ยาก บริษัทระบุว่าค่าแรงจะปรับขึ้นในช่วงความต้องการสูงและเงินเฟ้อ และอาจหาคนมีฝีมือได้ยากหลังช่วงตกต่ำ
- การขาดแคลนอุปกรณ์และการขนส่ง ทั้งจากภัยอากาศ นโยบายภาษีนำเข้า และการขาดซัพพลายเออร์ ทำให้ต้นทุนและการส่งมอบอาจล่าช้าครับ
- ความเสี่ยงไซเบอร์และประกัน บริษัทระบุว่าหลายส่วนของความเสี่ยงไซเบอร์ไม่ได้ประกันไว้ และประกันอาจไม่คุ้มครองความเสียหายทั้งหมดครับ
- การออกจากโคลอมเบีย ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทตัดสินใจออกจากธุรกิจ contract drilling ที่โคลอมเบีย ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่รับรู้ในไตรมาสนั้นรวม 21.0 ล้านดอลลาร์ครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
บริษัทยังขาดทุนสุทธิครับ ปี 2025 ขาดทุนสุทธิ 93.1 ล้านดอลลาร์ และครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนสุทธิ 43.8 ล้านดอลลาร์ จึงควรดูตัวชี้วัดเชิงปฏิบัติการไปพร้อมกับงบปกติครับ ตัวแรกคือ Adjusted EBITDA ซึ่งเป็นตัววัดที่บริษัทคำนวณเอง ปี 2023 อยู่ที่ 1,183 ล้านดอลลาร์ ปี 2024 อยู่ที่ 1,182 ล้าน และปี 2025 อยู่ที่ 918 ล้าน ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 437 ล้าน เทียบกับ 478 ล้านในช่วงเดียวกันของปีก่อนครับ
ตัวชี้วัดที่สองคือ backlog ในสหรัฐฯ ที่บอกว่างานที่รับไว้ล่วงหน้ามีเท่าไหร่ ซึ่งตามที่เล่าไปแล้วลดลงจากปี 2022 แต่กลับมาเพิ่มขึ้นในปี 2026 ครับ ตัวชี้วัดที่สามคือจำนวนแท่นที่ทำงานจริง บริษัทระบุว่าไตรมาส 2 ปี 2026 มีแท่นทำงานเฉลี่ย 92 แท่น และตอนสิ้นไตรมาสมี 96 แท่น
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่าสำหรับไตรมาส 3 ปี 2026 คาดว่า adjusted gross profit ของทั้งสามส่วนหลักจะสูงกว่าไตรมาส 2 ครับ ฝั่ง Drilling Services คาดว่าจำนวนแท่นเฉลี่ยในสหรัฐฯ จะอยู่ราว 100 แท่น และจะปิดไตรมาสสูงกว่าค่าเฉลี่ย ฝั่ง Completion Services คาดว่าจะใช้อุปกรณ์ frac เกือบเต็มกำลังและราคาดีขึ้นอีก ฝั่ง Drilling Products คาดว่าจะได้แรงหนุนจากกิจกรรมขุดเจาะในสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของแคนาดาหลังฤดูใบไม้ผลิ
ในด้านการลงทุน บริษัทมีคำสั่งซื้ออุปกรณ์หลักที่ยังไม่ได้รับมอบประมาณ 169 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 และยังขยายการใช้ก๊าซธรรมชาติกับงาน Vertex/eos ต่อไป ส่วนการเมืองและนโยบายในโคลอมเบียเป็นเหตุผลหลักของการถอนตัว ทำให้การลงทุนใหม่ที่นั่นลดลงครับ บริษัทยังจ่ายปันผลไตรมาสละ 0.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายวันที่ 15 กันยายน 2026 ครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,228 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 10% จากไตรมาส 1 ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 232 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 205 ล้านครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ PTEN →