Rigetti Computing (RGTI) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Rigetti Computing (RGTI) เป็นบริษัทที่สร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมครับ พูดง่ายๆ คือ คอมพิวเตอร์แบบใหม่ที่ใช้หลักฟิสิกส์ควอนตัมในการประมวลผล แทนที่จะใช้ทรานซิสเตอร์แบบเดิม โดยหน่วยประมวลผลของมันเรียกว่า "คิวบิต" แทน "บิต" ในคอมพิวเตอร์ธรรมดา
สิ่งที่ทำให้ Rigetti แตกต่างจากหลายเจ้าในอุตสาหกรรมนี้คือ บริษัทเป็น "vertically integrated" ครับ หมายความว่าทำทุกอย่างเองตั้งแต่ต้นจนจบ — ออกแบบชิป, ผลิตชิปเองในโรงงานที่ชื่อว่า Fab-1, ประกอบระบบ, ไปจนถึงส่งมอบผ่าน cloud ในชื่อ Rigetti Quantum Cloud Services (QCS) บริษัทเรียกแนวทางนี้ว่า "full-stack" คือถือทุกชั้นของ technology stack ไว้เอง
จุดที่น่าสนใจทางเทคนิคคือ Rigetti เพิ่งพัฒนา "multi-chip quantum processor" ชิ้นแรกของโลก โดยนำชิปเล็กๆ ขนาด 9 คิวบิตมาต่อกัน (เรียกว่า "chiplet") เพื่อให้ได้ระบบที่ใหญ่ขึ้น ปัจจุบันมีระบบ 36 คิวบิต (Cepheus-1-36Q) ที่เปิดตัวแล้ว และ 108 คิวบิต (Cepheus-1-108Q) ที่เพิ่งเปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนเมษายน 2026 ส่วนระบบ 84 คิวบิต Ankaa-3 ก็ยังให้บริการอยู่เช่นกัน
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้ของ Rigetti มาจาก 3 ทางหลักครับ
ทางแรกคือ Development Contracts ซึ่งเป็นสัญญากับรัฐบาลและองค์กรเอกชน ให้ Rigetti ทำงานวิจัยร่วม พัฒนา algorithm และทดสอบการใช้งาน quantum computing ในปัญหาจริง สัญญาพวกนี้มักเป็นแบบ multi-year และบริษัทระบุว่าเป็นแหล่งรายได้หลักมาตลอด และจะยังสำคัญอีกหลายปีข้างหน้า
ทางที่สองคือ การขาย QPU และระบบ quantum computing แบบติดตั้งในองค์กร (on-premises) เช่น Novera QPU ราคาเริ่มต้นที่ขายให้มหาวิทยาลัยและองค์กรวิจัย รวมถึงออร์เดอร์ 108-qubit system มูลค่า 8.4 ล้านดอลลาร์ให้ C-DAC ของอินเดีย และในปี 2025 มี purchase orders สำหรับ Novera 2 ชุดรวมประมาณ 5.7 ล้านดอลลาร์
ทางที่สามคือ QCaaS (Quantum Computing as a Service) คือให้ลูกค้าเข้าใช้ระบบ quantum computer ผ่าน cloud ทั้งผ่าน QCS platform ของตัวเอง, Amazon Braket (AWS), Microsoft Azure Quantum และ qBraid ซึ่งทางนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ในไตรมาส 1 ปี 2026 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 4.4 ล้านดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน การเติบโตนี้มาจากยอดขาย Novera QPU เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังเล็กมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่าย R&D ที่อยู่ราว 20 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งแรกสุดของ Rigetti คือการที่บริษัทเป็นเจ้าของ โรงงานผลิตชิปควอนตัม Fab-1 ครับ ในอุตสาหกรรมนี้หลายเจ้าต้องพึ่งโรงงานภายนอก แต่ Rigetti ควบคุมกระบวนการผลิตได้เอง ซึ่งบริษัทเชื่อว่าทำให้พัฒนาและทดสอบเทคโนโลยีได้เร็วกว่า
จุดแข็งที่สองคือ สถาปัตยกรรม chiplet แบบโมดูลาร์ ที่ได้จดสิทธิบัตรแล้ว ความคิดพื้นฐานคือแทนที่จะพยายามทำชิปใบเดียวให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ (ซึ่งยากมากทางวิศวกรรม) Rigetti เลือกเอาชิป 9 คิวบิตมาต่อกัน — 4 ชิป = 36 คิวบิต, 12 ชิป = 108 คิวบิต ถ้า approach นี้ scale ได้จริง มันคือเส้นทางสู่ระบบที่ใหญ่กว่านี้อีกมาก
จุดแข็งที่สามคือด้าน ความเร็วของ gate ระบบ superconducting qubit ของ Rigetti ทำ gate speed ได้ 50-70 นาโนวินาที ซึ่งบริษัทระบุว่าเร็วกว่าเทคโนโลยีอื่นอย่าง trapped ions หรือ neutral atoms ราว 1,000 เท่า อิงจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และล่าสุดสามารถทำได้ถึง 99.9% two-qubit gate fidelity บนระบบต้นแบบที่ 28 นาโนวินาที
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ฝั่งรัฐบาลสหรัฐ มี DARPA, กระทรวงพลังงาน (DOE) และ Air Force Research Laboratory (AFRL) ซึ่งเป็นแหล่ง development contract สำคัญครับ
ฝั่งเอกชน มี Amazon Web Services (AWS) ที่เปิดให้ใช้ระบบ Rigetti ผ่าน Amazon Braket, Standard Chartered Bank, และ Moody's นอกจากนี้ยังมี Microsoft Azure Quantum และ qBraid ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใหม่สำหรับระบบ Cepheus-1-108Q
ลูกค้ารายใหญ่ที่น่าสนใจในช่วงล่าสุดคือ C-DAC ของอินเดีย ซึ่งสั่งซื้อระบบ 108-qubit มูลค่า 8.4 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะติดตั้งที่เมืองเบงกาลูรูในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
พาร์ทเนอร์ระดับกลยุทธ์คือ Quanta บริษัทผลิตอุปกรณ์จากไต้หวัน ที่เข้ามาร่วมทุนในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ผ่าน Collaboration Agreement — ทั้งสองฝ่ายตกลงจะลงทุนอย่างน้อยฝ่ายละ 250 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และ Quanta ซื้อหุ้น Rigetti ไปประมาณ 35 ล้านดอลลาร์ในราคา 11.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่วนในสหราชอาณาจักร Rigetti ยังได้รับเลือกจาก Innovate UK เพื่อพัฒนา quantum error correction ร่วมกับ Riverlane Ltd. อีกด้วย
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงแรกและหนักที่สุด คือยังขาดทุนหนักและเส้นทางสู่กำไรยังไม่ชัดเจนครับ Rigetti ขาดทุนสุทธิ 216 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และ 201 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 สะสมขาดทุนรวมตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทถึง 771 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 รายได้ไตรมาส 1/2026 อยู่ที่แค่ 4.4 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่เกือบ 30 ล้านดอลลาร์ ส่วนต่างนี้ยังกว้างมาก
ความเสี่ยงที่สองคือเทคโนโลยียังอยู่ในช่วง "พิสูจน์ตัว" บริษัทกำหนดเองว่า "Quantum Advantage" ต้องการระบบ 1,000+ คิวบิต ที่มี gate fidelity เกิน 99.9% และ gate speed ต่ำกว่า 50 นาโนวินาที ปัจจุบันระบบที่ใหญ่ที่สุดคือ 108 คิวบิต ยังห่างไกลจากเป้าหมายนั้นมาก และบริษัทเองก็ยอมรับว่าเคยพลาดเป้า milestone ในปีค.ศ. 2018, 2022, 2023 และ 2025 มาแล้ว
ความเสี่ยงที่สามคือต้องการเงินทุนอีกมากในอนาคต บริษัทตกลงกับ Quanta ว่าจะลงทุนอย่างน้อย 250 ล้านดอลลาร์ใน 5 ปี รวมถึงอาจต้องอัพเกรดหรือสร้าง chip fabrication facility ใหม่ ซึ่งต้องการเงินสดก้อนใหญ่ การระดมทุนเพิ่มเติมมักมาพร้อมกับการเพิ่มหุ้น (dilution) ซึ่งกระทบผู้ถือหุ้นเดิม
ความเสี่ยงที่สี่คือการแข่งขันและปัจจัยภายนอก อุตสาหกรรม quantum computing มีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง IBM, Google, และ IonQ ด้วย นอกจากนี้ นโยบายการค้า, การควบคุมการส่งออก, และสภาพเศรษฐกิจมหภาคล้วนกระทบการเข้าถึงทุนและต้นทุนวัสดุของบริษัทได้
หมายเหตุสำคัญ: "Net income" ที่เห็นในงบ Q1/2026 ราว 33 ล้านดอลลาร์นั้น ไม่ได้มาจากการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นกำไรทางบัญชีจาก "Change in fair value of derivative warrant liabilities" ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดจริง การขาดทุนจากการดำเนินงาน (operating loss) จริงๆ อยู่ที่ 26 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
เนื่องจาก Rigetti ยังขาดทุนและรายได้ยังเล็กมาก ตัวชี้วัดที่สำคัญต้องติดตามคือ ความก้าวหน้าด้านเทคนิค ที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต ได้แก่
- Two-qubit gate fidelity: ปัจจุบันทำได้ 99.8% บน 9-qubit system (40 ns gate speed), 99.6% บน 36-qubit system, 99.1% บน 108-qubit system เป้าหมาย Quantum Advantage ต้องการ >99.9% บนระบบ 1,000+ คิวบิต — บริษัทระบุว่า
- Qubit count: ปัจจุบันสูงสุดที่ 108 คิวบิต เทียบกับเป้า Quantum Advantage ที่ต้องการ 1,000+ คิวบิต
- บริษัทระบุว่า TAM ครอบคลุมตลาด HPC และ cloud computing แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขเฉพาะเจาะจงใน filing ที่ให้มา
- Backlog ที่ทราบได้แก่ purchase order C-DAC มูลค่า 8.4 ล้านดอลลาร์ และ Novera orders รวม ~5.7 ล้านดอลลาร์
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
Rigetti วาง roadmap ไว้เป็นสองขั้นใหญ่ครับ ขั้นแรกคือ Quantum Advantage — จุดที่ quantum computer แก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ธรรมดาแก้ไม่ได้จริงๆ บริษัทระบุว่าต้องการระบบ 1,000+ คิวบิตที่ fidelity >99.9% ขั้นที่สองคือ Large-Scale Fault Tolerant Quantum Computing (LFTQC) ที่ต้องการ 10,000–1,000,000 physical qubits บริษัทระบุว่าขั้นนี้น่าจะอีก "ราวหนึ่งทศวรรษข้างหน้า"
เส้นทางสู่เป้าหมายนั้นพึ่งพา chiplet architecture เป็นหลัก — ถ้าต่อชิป 9 คิวบิตเข้าด้วยกันได้ในระดับหลายสิบชิป ก็จะไปถึง 1,000+ คิวบิตได้ในทางทฤษฎี ปี 2026 บริษัทกำลังรอส่งมอบระบบ 108-qubit ให้ C-DAC และมีแผนพัฒนา Cepheus-1-108Q ให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้แล้วผ่าน QCS, AWS Braket, Azure Quantum และ qBraid
ด้านรายได้ บริษัทคาดว่าในระยะสั้น-กลางจะยังพึ่ง development contracts และยอดขายระบบ on-premises เป็นหลัก ส่วน QCaaS จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามที่ระบบมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ความร่วมมือกับ Quanta ก็มีนัยสำคัญ เพราะนอกจากเงินลงทุนแล้ว Quanta ยังจะช่วยพัฒนาชิ้นส่วนระบบที่ไม่ใช่ QPU เช่น control systems และ dilution refrigerators ซึ่งช่วยให้ Rigetti โฟกัสที่ core technology ได้มากขึ้น
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ไตรมาส 1/2026 รายได้อยู่ที่ 4.4 ล้านดอลลาร์ เติบโต 199% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (1.5 ล้านดอลลาร์) โดยมี gross margin ราว 31% แต่ยังมี operating loss 26 ล้านดอลลาร์ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
เริ่มเลย →