คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 SKYQ

Sky Quarry (SKYQ) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-31) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-13) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

พูดง่ายๆ คือตอนนี้ SKYQ หาเงินจากโรงกลั่นน้ำมันขนาดภูมิภาคชื่อ Eagle Springs Refinery ครับ โรงนี้รับน้ำมันดิบจากผู้ขายวัตถุดิบ แล้วกลั่นออกมาเป็น diesel, VGO, naphtha และ liquid paving asphalt ครับ บริษัทเข้าซื้อโรงกลั่นนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2022 ผ่านบริษัทลูกชื่อ Foreland (เดิมชื่อ Petro Source Resources) ครับ

อีกขาหนึ่งของธุรกิจคือ P.R. Springs ซึ่งยังอยู่ในขั้นพัฒนาครับ เป้าหมายคือเอาเทคโนโลยีไปแยกน้ำมันออกจากทรายที่มีน้ำมันปน และนำ asphalt shingles ที่ถูกทิ้งแล้วมารีไซเคิลเป็นน้ำมันดิบกลั่นได้ครับ หัวใจของเรื่องนี้คือเทคโนโลยีชื่อ ECOSolv ที่ใช้ตัวทำละลายแบบเป็นกรรมวิธีของบริษัทเองครับ บริษัทระบุว่าตัวทำละลายนำกลับมาใช้ใหม่ได้สูงสุด 99% และไม่ต้องใช้น้ำครับ ผลทดสอบในห้องปฏิบัติการ (bench test) แยกน้ำมันได้สูงสุด 95% ครับ แต่ต้องย้ำว่านี่เป็นผลทดสอบระดับห้องแล็บ ยังไม่ใช่การผลิตเชิงพาณิชย์ครับ

ถ้าดูในมุมงบการเงิน บริษัทรายงานเป็นส่วนงานเดียวครับ เพราะรายได้ทั้งหมดมาจากผลิตภัณฑ์ของ Foreland ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

กลไกหลักคือซื้อน้ำมันดิบเข้าโรงกลั่น แล้วขายผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ให้ลูกค้าครับ กำไรขั้นต้นจึงขึ้นกับราคาขายเทียบกับต้นทุนน้ำมันดิบและค่าใช้จ่ายการผลิตครับ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 รายได้ราว 10.9 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น Liquid Asphalt ราว 4.1 ล้าน (ประมาณ 38%), Diesel ราว 3.6 ล้าน (ประมาณ 33%), VGO ราว 2.9 ล้าน (ประมาณ 27%) และ Naphtha ราว 0.2 ล้าน (ประมาณ 2%) ครับ จะเห็นว่าสองตัวหลักคือ liquid paving asphalt กับ diesel ครับ

ฝั่งต้นทุน ก้อนใหญ่สุดคือน้ำมันดิบครับ ในช่วงเดียวกันปี 2025 ต้นทุนขายรวมราว 11.7 ล้านดอลลาร์ ในนั้นเป็นน้ำมันดิบราว 7.5 ล้าน ที่เหลือคือค่าขนส่งเข้าและออก ค่าแรง ค่าเชื้อเพลิงและสารเคมี และค่าเสื่อมราคาครับ บริษัทระบุว่าต้นทุนขายไม่ได้เปลี่ยนตามยอดขายโดยตรง เพราะมีต้นทุนคงที่บางส่วนที่ต้องกระจายไปตามปริมาณการผลิตครับ ดังนั้นพอโรงกลั่นหยุด ต้นทุนคงที่ยังอยู่ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกคือบริษัทมีโรงกลั่นที่เป็นธุรกิจดำเนินงานอยู่แล้ว ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ครับ อย่างไรก็ตาม บริษัทเองก็ระบุว่าเป็นธุรกิจที่เพิ่งเข้าซื้อมาไม่นานครับ

จุดแข็งที่สองคือเทคโนโลยี ECOSolv ที่เป็นกรรมวิธีของบริษัทเองและมีผลทดสอบเบื้องต้นครับ ถ้านำไปใช้ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม ก็จะเป็นข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อมที่ชัดขึ้นครับ แต่ตอนนี้ยังพิสูจน์ในระดับโรงงานจริงไม่ได้ครับ

จุดแข็งที่สามคือทรัพย์สินด้านทรายน้ำมัน บริษัทถือสิทธิ์เช่าแหล่งยางมะตอย (bitumen leases) ราว 5,930 เอเคอร์ในพื้นที่ P.R. Spring ครับ บริษัทระบุว่าแหล่งทรายน้ำมันส่วนใหญ่อยู่ใกล้ผิวดินหรือความลึกไม่มากนัก จึงเป็นโอกาสในการขุดแบบ surface mining ครับ

ส่วนตลาดรองรับ มีข้อมูลที่น่าสนใจครับ EPA ประเมินว่าขยะ asphalt shingles ในสหรัฐฯ ราว 15.1 ล้านตันต่อปี และกว่า 96% ไปจบที่หลุมฝังกลบครับ ขณะที่ NAPA รายงานว่าการใช้ recycled asphalt shingles ในปี 2022 เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ปี 2025 ลูกค้าสามรายแรกคิดเป็นสัดส่วนยอดขายราว 31%, 33% และ 24% ตามลำดับ รวมกันเกือบ 90% ครับ ปี 2024 สัดส่วนก็สูงเช่นกันที่ 35%, 23% และ 22% ครับ ที่สำคัญคือลูกค้าเหล่านี้ไม่มีข้อผูกพันที่จะซื้อสินค้าในระยะยาว และเอกสารไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าเหล่านี้ครับ

ฝั่งซัพพลายเออร์ ปี 2025 ผู้ขายรายเดียวคิดเป็น 17% ของแหล่งน้ำมันดิบและปัจจัยการผลิตหลัก ส่วนปี 2024 มีสามรายรวมกันราว 44% ครับ บริษัทระบุว่าเคยมีปัญหาการจัดหาวัตถุดิบ โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2025 ครับ

ด้านการเงิน บริษัทมีพาร์ทเนอร์เป็นตัวแทนขายหุ้น ATM คือ Muriel Siebert & Co. (ก่อนหน้าเป็น Cantor Fitzgerald) ครับ ส่วนผู้ให้กู้ที่มีบทบาทสำคัญในเอกสารคือ LendSpark, Libertas Funding และ KF Business Ventures ครับ ซึ่งสองรายแรกมีบทบาทในเรื่องหนี้ที่ค้างชำระ ดูในหัวข้อความเสี่ยงได้เลยครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

- ความเสี่ยงเรื่องการดำเนินงานต่อเนื่อง: บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน 9.25 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และ 7.52 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ครับ ขาดทุนสะสมตั้งแต่ก่อตั้งถึง 30 มิถุนายน 2026 รวม 42.5 ล้านดอลลาร์ครับ ผู้สอบบัญชีจึงใส่ข้อความเตือนเรื่อง going concern ครับ
- หนี้ค้างชำระและการยึดทรัพย์: หนี้ค้างชำระราว 7.6 ล้านดอลลาร์ครับ Foreland ผ่อนจ่ายบางส่วนให้เจ้าหนี้ ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการผิดสัญญาครับ Foreland ได้จำนองทรัพย์สินทั้งหมดเป็นหลักประกัน ถ้าเจ้าหนี้ยึดได้จริง บริษัทอาจต้องพิจารณาการล้มละลายครับ
- คดีความ: เมื่อ 4 มีนาคม 2026 KF Business Ventures ฟ้องบริษัทที่ศาลในรัฐยูทาห์ เรียกให้ชำระหนี้และยึดทรัพย์ครับ บริษัทบอกว่าจะสู้คดี แต่คดียังอยู่ในขั้นต้นครับ
- โรงกลั่นหยุดเดินเครื่อง: โรงกลั่นหยุดจากการซ่อมหม้อต้ม (boiler) ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2025 และยังหยุดต่อเนื่องถึงครึ่งแรกปี 2026 ครับ ทำให้รายได้เกือบเป็นศูนย์ครับ การกลับมาเดินเครื่องต้องใช้วัตถุดิบและต้องผ่านการตรวจของรัฐด้วยครับ
- ลูกค้าและซัพพลายเออร์กระจุกตัว: ถ้าลูกค้ารายใหญ่หายไปหรือซัพพลายเออร์รายหลักมีปัญหา ผลกระทบจะหนักทันทีครับ
- การเจือจางของผู้ถือหุ้น: บริษัททำ reverse split 1-for-8 มีผลวันที่ 15 มีนาคม 2026 ครับ และขายหุ้นใหม่ผ่านโปรแกรม ATM ไปแล้วราว 4.78 ล้านหุ้น ครับ จำนวนหุ้นเฉลี่ยถัวถ่วงน้ำหนักในไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ราว 5.26 ล้านหุ้นครับ เทียบกับ 2.70 ล้านหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนครับ
- ทีมงานและความรู้เฉพาะทาง: เอกสารระบุชัดว่าผู้บริหารไม่มีประสบการณ์รีไซเคิล asphalt shingles มาก่อนครับ และบริษัทไม่มีประกันชีวิตผู้บริหารหลักครับ
- ข้อจำกัดในสัญญาเงินกู้: สัญญาบางฉบับจำกัดการควบรวมกิจการหรือขายทรัพย์สินสำคัญ และถ้าผิดเงื่อนไขเจ้าหนี้อาจประกาศให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดทันทีครับ
- ต้นทุนดอกเบี้ย: เอกสารระบุว่าเงินกู้แบบ term notes มีดอกเบี้ยสูงกว่าเงินกู้ทั่วไปมากครับ และดอกเบี้ยเป็นตัวกดผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทตอนนี้ขาดทุนและยอดขายแทบเป็นศูนย์ครับ จึงมีตัวชี้วัดที่ควรดูดังนี้ครับ ยอดขายครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 383 ดอลลาร์ เทียบกับ 10.87 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกปี 2025 ครับ ไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดขายเป็นศูนย์ครับ ส่วนกำไรขั้นต้นติดลบครับ

ส่วนตัวเลขตลาด บริษัทอ้างอิงข้อมูลภายนอกไว้ เช่น ตลาดวัสดุมุงหลังคาที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ มีมูลค่าราว 16 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าโตราว 4.5% ต่อปีถึงปี 2030 ตามรายงานของ Grand View Research ครับ ตัวเลขนี้เป็นตลาดภาพกว้างของวัสดุมุงหลังคาทั้งหมด ไม่ได้บอกว่าบริษัทจะได้ส่วนแบ่งเท่าไรครับ

เอกสารไม่มีตัวชี้วัดแบบ ARR, NRR, backlog หรือ RPO ของบริษัทเองครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าคาดว่าการผลิตจะกลับมาในเดือนกันยายน 2026 และโรงกลั่นจะกลับมาดำเนินงานได้ภายในปลายไตรมาส 3 ปี 2026 ครับ งานสำคัญของช่วงนี้คือการหาวัตถุดิบมาป้อนโรงกลั่นให้ต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมองว่าจะช่วยเพิ่ม contribution margin ได้ครับ

ฝั่ง P.R. Springs บริษัทตั้งใจจะปรับปรุงสถานที่ให้เสร็จ โดยรายงานฉบับ 10-Q ระบุว่าทำได้ในปี 2027 เมื่อได้เงินทุนมาครับ ฉบับ 10-K ก่อนหน้าเคยเขียนว่าภายใน 12 เดือน จึงเห็นว่ากรอบเวลาขยับไปแล้วครับ เป้าหมายคือผลิตน้ำมันและวัสดุ asphalt paving aggregate จากแหล่ง bitumen ครับ พร้อมแผนสร้างโรงรีไซเคิลขนาดภูมิภาคแบบโมดูลาร์ครับ

อีกเรื่องที่ต้องติดตามคือบริษัททำ exclusivity agreement กับคู่สัญญารายหนึ่งในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อประเมินการซื้อสินทรัพย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครับ แต่บริษัทระบุว่ายังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขและยังไม่มีสัญญาผูกพันครับ

บริษัทยังบอกด้วยว่าจะหาเงินทุนผ่านการออกหุ้นหรือหุ้นกู้ ปรับโครงสร้างหนี้ และหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ครับ แต่เอกสารย้ำว่าไม่มีการันตีว่าจะระดมทุนได้เพียงพอครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ครึ่งแรกปี 2026 บริษัทมียอดขายเพียง 383 ดอลลาร์ ขาดทุนสุทธิ 6.38 ล้านดอลลาร์ หรือ -1.44 ดอลลาร์ต่อหุ้นหลังปรับ reverse split ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ SKYQ →