Solid Power (SLDP) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Solid Power (SLDP) เป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาจากสหรัฐอเมริกา ที่ทำงานอยู่กับ "สารอิเล็กโทรไลต์ของแข็ง" ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่เรียกว่า solid-state battery พูดง่ายๆ คือ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไปที่ใช้ในรถ EV ตอนนี้มีของเหลวอยู่ข้างในเพื่อนำไฟฟ้า — Solid Power พัฒนาวัสดุของแข็งชนิดหนึ่งที่ทำจากสารประกอบกำมะถัน (sulfide-based) มาทดแทนของเหลวนั้น
เป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้คือทำให้แบตเตอรี่มีพลังงานต่อน้ำหนักสูงขึ้น อายุการใช้งานดีขึ้น และปลอดภัยกว่าเดิม เพราะไม่มีของเหลวไวไฟ ณ ตอนนี้บริษัทยังอยู่ในขั้นวิจัยและนำร่อง ยังไม่มีการขายเชิงพาณิชย์จริงๆ ครับ
บริษัทดำเนินงานในฐานะ one operating segment คือทั้งองค์กรทำงานเป้าหมายเดียวกัน ไม่มีการแบ่งเป็นหลาย segment ตามที่ระบุใน filing
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
ตอนนี้รายได้หลักมาจาก 3 ทาง ครับ
ทางแรกคือสัญญากับพันธมิตรเอกชน โดยเฉพาะ SK On ที่จ่ายเงินตาม milestone ต่างๆ — มีทั้งค่าลิขสิทธิ์ R&D ซึ่งรวมมูลค่าราว 20 ล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2024–2027, ค่าออกแบบและติดตั้งสายการผลิตในเกาหลีมูลค่าประมาณ 22 ล้านดอลลาร์ และสัญญาขายอิเล็กโทรไลต์อย่างน้อย 8 metric ton จนถึงปี 2030 คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 8.3 ล้านดอลลาร์ ทางที่สองคือเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐ (DOE) ภายใต้ Assistance Agreement วงเงินสูงสุด 50 ล้านดอลลาร์ สำหรับการสร้างสายผลิตอิเล็กโทรไลต์แบบ continuous process ทางที่สามคือดอกเบี้ยจากพอร์ตลงทุนหลักทรัพย์ที่บริษัทถืออยู่ ซึ่งให้ดอกเบี้ยประมาณ 8 ล้านดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026
รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์ (รวม grant income) ลดลงจาก 13.6 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน — ตัวเลขนี้ขึ้นลงมากตาม milestone ที่ทำสำเร็จแต่ละงวด ไม่ใช่รายได้ที่ไหลสม่ำเสมอครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดคือ Solid Power เป็น "เจ้าเดียวที่รู้" ว่าตัวเองระบุไว้ใน filing ว่าเป็นองค์กรเดียวที่มีทั้งสายการผลิตอิเล็กโทรไลต์ซัลไฟด์ในระดับ pilot และสายผลิตเซลล์ solid-state ในระดับ pilot พร้อมกัน ข้อนี้สำคัญเพราะทำให้ทีมภายในสามารถทดสอบอิเล็กโทรไลต์ในเซลล์จริงได้เอง แล้วนำผลที่ได้กลับมาปรับปรุงวัสดุ — ไม่ต้องรอข้อมูลจากลูกค้าอย่างเดียว
ทรัพย์สินทางปัญญาก็เป็นอีกจุดหนึ่งครับ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัทมีสิทธิบัตรที่ออกแล้วในสหรัฐ 24 ฉบับ, คำขอสิทธิบัตรในสหรัฐอีก 100 ฉบับ และสิทธิบัตร/คำขอต่างประเทศอีก 111 ฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุอิเล็กโทรไลต์ กระบวนการผลิต ไปจนถึงดีไซน์เซลล์ โดยสิทธิบัตรเริ่มหมดอายุในปี 2036 เป็นต้นไป
โมเดลธุรกิจที่ไม่แข่งกับลูกค้าก็เป็นจุดสำคัญ — บริษัทไม่วางแผนผลิตเซลล์เชิงพาณิชย์เอง แต่จะขายอิเล็กโทรไลต์และให้ใบอนุญาตกระบวนการผลิตแก่ผู้ผลิตแบตเตอรี่และค่ายรถยนต์แทน ซึ่งหมายความว่าต้องการเงินลงทุนในโรงงานน้อยกว่าคู่แข่งที่ต้องสร้างโรงงานผลิตเซลล์เองครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
BMW เป็นพันธมิตรที่ยาวนานที่สุด ความสัมพันธ์เริ่มตั้งแต่ปี 2016 BMW Holding ยังเป็นผู้ถือหุ้นและมีสิทธิแต่งตั้งกรรมการในบอร์ดด้วย ในเดือนพฤษภาคม 2025 BMW นำเซลล์ของ Solid Power ใส่ในรถทดสอบ i7 ซึ่งถือเป็น milestone ที่บริษัทระบุว่าสำคัญมากครับ
Samsung SDI เข้ามาในภาพในเดือนตุลาคม 2025 ผ่าน Joint Evaluation Agreement สามฝ่ายร่วมกับ BMW AG โดย Samsung SDI จะรับอิเล็กโทรไลต์จาก Solid Power ไปผลิตเซลล์ แล้วให้ BMW ประเมินผลสมรรถนะ ข้อตกลงระยะแรกหมดอายุ 30 กันยายน 2026 และบริษัทระบุว่ามองโอกาสต่ออายุด้วยความมั่นใจ
SK On เป็นพันธมิตรที่มีสัญญาชัดเจนที่สุดในเชิงตัวเลข ลงทุน 30 ล้านดอลลาร์ในบริษัทตั้งแต่ปี 2021 และในปี 2024 เซ็นชุดสัญญา SK On Agreements ครบทั้งส่วน R&D license, การติดตั้งสายผลิต และการซื้ออิเล็กโทรไลต์ — สายการผลิตในเกาหลีเพิ่งผ่าน site acceptance testing เสร็จในไตรมาส 1 ปี 2026
Ford Motor Company มีสัญญา JDA ด้วย แต่สัญญาหมดลงในต้นปี 2026 และบริษัทระบุว่าหวังจะกลับมาในฐานะลูกค้าซื้ออิเล็กโทรไลต์แทนครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือยังไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์จริงๆ เลย บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน 56.6 ล้านดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2026 และยังเผาเงินสดจากการดำเนินงานอีก 27.2 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน รายได้ที่มีอยู่ผันผวนมากตาม milestone ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2026 ถึงขั้นติดลบ (-1 ล้านดอลลาร์) เพราะต้องบันทึกการคืนรายได้ที่เคยรับรู้ไปแล้วครับ
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยียังมีอยู่สูง — บริษัทใช้คำว่า "may" และ "potential" ตลอดเวลาที่พูดถึงสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ แสดงว่ายังไม่การันตีได้ว่าอิเล็กโทรไลต์จะทำงานตามที่หวัง สายการผลิตแบบ continuous ที่จะเปิดในปลายปี 2026 ก็ยังเป็นแค่ proof-of-concept ก่อนจะขยายไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์จริง
ความเสี่ยงด้านวัตถุดิบก็น่าจับตา โดยเฉพาะ lithium sulfide (Li2S) ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นวัตถุดิบที่ยังผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้จำกัด และต้องวางแผนทั้งซื้อจากหลายแหล่งและพัฒนากระบวนการผลิตเองควบคู่กันไป
การพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกเป็นความเสี่ยงระยะยาว — บริษัทระดมทุนจากการออกหุ้นมาตลอด ในปี 2025 ระดมได้ 88.8 ล้านดอลลาร์ผ่าน ATM และในต้นปี 2026 ระดมได้อีก 121.3 ล้านดอลลาร์จาก registered direct offering ถ้าตลาดทุนปิดหรือเงื่อนไขไม่ดี บริษัทอาจถูกบีบให้ลดค่าใช้จ่ายลงครับ สุดท้าย เงินสนับสนุน DOE 50 ล้านดอลลาร์ก็มีเงื่อนไขและภาระผูกพันในการรายงาน และบริษัทระบุว่าอาจไม่ได้รับเงินตามที่คาด
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
บริษัทยังอยู่ในขั้น pre-commercial revenue ครับ ตัวชี้วัดที่น่าติดตามมีดังนี้
กำลังการผลิตอิเล็กโทรไลต์ — ปัจจุบันผลิตจากสายนำร่องแบบ batch process สองสาย บริษัทระบุว่าหากสายผลิต continuous process แล้วเสร็จในปลายปี 2026 จะขยายกำลังผลิตได้สูงสุด 75 metric ton ต่อปี และในระยะยาวมองหาพันธมิตรในเกาหลีเพื่อสร้างโรงงานที่ผลิตได้ถึง 500 metric ton ต่อปี
สภาพคล่อง — ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 บริษัทมีสภาพคล่องรวม 419.3 ล้านดอลลาร์ (เงินสด 24.3 ล้าน + หลักทรัพย์ available-for-sale 395 ล้าน) ไม่มีหนี้เลย ตัวเลขนี้สำคัญมากสำหรับบริษัทที่ยังเผาเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 27 ล้านดอลลาร์ทุก 6 เดือน
Runway — บริษัทระบุว่ามีเงินเพียงพอสำหรับอย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้า และยังมี ATM เหลืออีก 58.8 ล้านดอลลาร์ที่ใช้ได้ถ้าต้องการ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
แผนระยะใกล้ชัดเจนที่สุดคือทำให้สายผลิต continuous electrolyte แล้วเสร็จภายในปลายปี 2026 ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นขั้นที่จำเป็นก่อนจะขยายไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ การยืนยันสายการผลิตนี้จะช่วยพิสูจน์ว่ากระบวนการ production-intent จริงๆ ใช้ได้ครับ
ในเชิงพาณิชย์ บริษัทกำลังเจรจากับพันธมิตรเพื่อตั้ง joint venture ผลิตอิเล็กโทรไลต์เชิงพาณิชย์ในเกาหลีใต้ — ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นก้าวกระโดดสำคัญมากจากการเป็นบริษัท R&D ไปสู่ผู้ผลิตเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันยังมีแผนเจรจา electrolyte supply agreement กับ BMW หลังจาก BMW ผ่านการทดสอบสายการผลิตของตัวเองเสร็จ
บริษัทระบุว่ามองเห็นสัญญาณว่าผู้ผลิตแบตเตอรี่และค่ายรถยนต์รายใหญ่กำลังบรรจบกันที่เทคโนโลยี sulfide solid-state เป็น architecture หลักของอนาคต และมองว่าการที่หลายรายส่งคำขอตัวอย่างอิเล็กโทรไลต์มาในปี 2025 เป็นสัญญาณบวก — แต่ทั้งหมดนี้คือ "บริษัทระบุว่า" ครับ ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะเดินหน้าตามแผนได้จริงแค่ไหน
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ช่วง 6 เดือนแรกปี 2026 รายได้รวม (รวม grant income) อยู่ที่ 2.8 ล้านดอลลาร์ ลดลง 79% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักคือ milestone ภายใต้สัญญา SK On ส่วนใหญ่ถูกรับรู้ไปแล้วในปีที่แล้ว ขณะที่ค่าใช้จ่าย R&D ทรงตัวที่ประมาณ 37 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 36.8 ล้านดอลลาร์ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ SLDP →