คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 STTK

Shattuck Labs (STTK) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-05) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-11) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

พูดง่ายๆ บริษัทนี้เป็นบริษัทพัฒนายาชีววัตถุ (biotech) ที่ยังอยู่ในขั้น clinical-stage ครับ คือยังทดลองยาในคนอยู่ ยังไม่มียาตัวไหนได้รับอนุมัติให้ขาย งานหลักคือพัฒนาแอนติบอดี้ทั้งแบบ monoclonal และ bispecific ที่ไปบล็อกตัวรับชื่อ Death Receptor 3 (DR3) ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นตัวรับตัวเดียวที่รู้จักของ TL1A ครับ เป้าหมายคือใช้กับโรค inflammatory and immune-mediated diseases โดยโฟกัสหลักที่ inflammatory bowel disease (IBD) ซึ่งรวม ulcerative colitis (UC) และ Crohn's disease (CD) ครับ

ตัวยาหลักคือ SL-325 เป็น high-affinity DR3 blocking monoclonal antibody ครับ ตอนนี้ผ่าน Phase 1 ในอาสาสมัครสุขภาพดีแล้ว และบริษัทระบุว่าจะเริ่ม Phase 2b ชื่อ RECEPTIVE-CD1 ในผู้ป่วย Crohn's disease ในไตรมาส 3 ปี 2026 ครับ ส่วน SL-425 คือเวอร์ชันที่ยืดครึ่งชีวิตของยาในร่างกายให้นานขึ้น อยู่ระหว่างทำการศึกษาความเป็นพิษก่อนเข้าคนครับ และ SL-846 เป็น bispecific antibody ที่จับทั้ง DR3 และ IL-23 receptor พร้อมกันครับ ตอนนี้อยู่ในขั้นศึกษาความเป็นพิษในลิงครับ บริษัทระบุว่าจะเปิดข้อมูลเพิ่มในช่วงครึ่งหลังปี 2026 และเริ่มทดลองเฟส 1 ในปี 2027 ครับ

ถ้ามองแบบเจ้าของธุรกิจ นี่คือบริษัทที่ขายอนาคตของยาที่ยังไม่เสร็จ ความสำเร็จขึ้นกับว่าข้อมูลทางคลินิกในขั้นถัดไปจะออกมาดีตามที่คาดไหมครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ตอนนี้บริษัท ยังไม่มีรายได้จากการขายยา ครับ ในงบ 6 เดือนแรกของปี 2026 รายได้เป็นศูนย์ และบริษัทเขียนไว้ชัดว่าจะยังไม่มีรายได้สำคัญจนกว่าจะพัฒนาและได้อนุมัติขายผลิตภัณฑ์ ซึ่งบริษัทคาดว่าต้องใช้เวลาหลายปีครับ

เงินที่ใช้ทำงานมาจากการระดมทุนเป็นหลักครับ ในเดือนสิงหาคม 2025 บริษัทออกหุ้นสามัญพร้อมวอร์แรนต์ระดมได้ราว 45.7 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในครึ่งแรกปี 2026 มีการใช้วอร์แรนต์แปลงเป็นเงินสดราว 52.8 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยการขายหุ้นผ่าน ATM ได้ 21.4 ล้านดอลลาร์ และการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะในเดือนมิถุนายน 2026 ได้ราว 86.2 ล้านดอลลาร์ครับ ฝั่งการใช้เงิน ในครึ่งแรกปี 2026 บริษัทขาดทุนสุทธิ 29.9 ล้านดอลลาร์ โดยค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) อยู่ที่ 22.6 ล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายบริหาร (G&A) 9.1 ล้านดอลลาร์ครับ

ถ้าเราเป็นเจ้าของ สิ่งที่ควรดูคือเงินสดหมุนเวียนและการระดมทุนต่อเนื่องครับ เพราะธุรกิจนี้ยังไม่มีกระแสเงินสดจากการขายเลย

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกคือข้อมูลด้านความปลอดภัยและ immunogenicity ที่บริษัทนำเสนอครับ ใน Phase 1 ที่มีอาสาสมัคร 72 คน บริษัทรายงานว่ามีผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับยาระดับ Grade 1 เพียง 12 คน และไม่พบหลักฐาน DR3 agonism ครับ ส่วนอัตรา anti-drug antibody (ADA) ที่เกิดขึ้นอยู่ที่ 3.7% (2 จาก 54 คน) ซึ่งบริษัทระบุว่าเทียบกับยากลุ่ม anti-TL1A ที่รายงานไว้ระหว่าง 48-82% ในการศึกษาคล้ายกันครับ บริษัทอธิบายว่าเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการเลือกเป้าหมายที่เป็น DR3 แทน TL1A ซึ่งไม่ทำให้เกิด immune complex แบบที่ยาในกลุ่ม TL1A ประสบ ข้อนี้บริษัทระบุว่าเป็นความเห็นของตนเองครับ

จุดแข็งที่สองคือระยะเวลาการออกฤทธิ์ครับ บริษัทรายงานว่าครึ่งชีวิตของ SL-325 ประมาณ 16 วัน และการยับยั้ง DR3 คงอยู่นานกว่า 76 วันที่ขนาด 1 mg/kg ขึ้นไป บริษัทคาดว่าอาจให้ยาแบบปีละ 4 ครั้งในช่วงบำรุงรักษาได้ครับ (บริษัทระบุว่าเป็นการคาดการณ์จากแบบจำลองของตนเอง) ส่วนจุดแข็งที่สามคือความสามารถด้านการพัฒนาและผลิตภายในครับ เพราะบริษัทระบุว่าใช้ทั้ง in-house process development และ manufacturing ในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับการศึกษาครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ข้อมูลที่เอกสารให้มาไม่มีการระบุลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ทางการค้าที่มีสัญญาจ่ายเงินให้บริษัทครับ เพราะบริษัทยังไม่มีรายได้จากการขายยา ข้อมูลส่วนนี้จึงไม่พอสำหรับการประเมินครับ

สิ่งที่เอกสารระบุคือคู่แข่งและกลุ่มยาที่เกี่ยวข้องครับ ได้แก่ยากลุ่ม TL1A ที่พัฒนาโดยบริษัทอื่น เช่น tulisokibart, duvakitug, afimkibart รวมถึง XmAb942 และ SPY-002 ที่บริษัทอ้างอิงในข้อมูลเปรียบเทียบ และยาที่อาจใช้ร่วมกันในอนาคต เช่น vedolizumab, risankizumab, mirikizumab และ guselkumab ครับ บริษัทระบุว่าความคล้ายกันของลำดับโปรตีนอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อใช้ร่วมกันครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงแรกที่ใหญ่ที่สุดคือยาตัวหลัก SL-325 ยังไม่ผ่านการทดลองระยะ 2 และ 3 ครับ บริษัทระบุว่าพึ่งพาความสำเร็จของ SL-325 มาก และการทดลองอาจไม่สำเร็จในการแสดงความปลอดภัยและประสิทธิผล ซึ่งจะกระทบการอนุมัติและการขายยาในอนาคตครับ การพัฒนายาลักษณะนี้ก็อาจล่าช้าหรือต้องเปลี่ยนแผน

ความเสี่ยงที่สองคือเรื่องเงินทุนครับ บริษัทระบุว่าเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น ณ 30 มิถุนายน 2026 อยู่ที่ 208.3 ล้านดอลลาร์ และเพียงพอดำเนินงานถึงปี 2029 แต่ประมาณการนี้ขึ้นอยู่กับสมมติฐานหลายข้อ รวมถึงการใช้วอร์แรนต์คงค้างทั้งหมด ถ้าระดมทุนไม่ได้ตามเวลาที่ต้องการ บริษัทอาจต้องลดหรือหยุดโครงการ การระดมทุนด้วยหุ้นยังทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกเจือจางครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดีถ้าเราถือหุ้นอยู่ครับ

ความเสี่ยงที่สามคือการผลิตและห่วงโซ่อุปทานครับ บริษัทระบุว่าพึ่งพาบุคคลที่สามในการจัดหาวัตถุดิบและผลิตยาบางส่วน ซึ่งอาจเกิดปัญหาการผลิตที่ทำให้การทดลองล่าช้าครับ ความเสี่ยงอื่นที่บริษัทระบุไว้คือการแข่งขันจากยากลุ่ม TL1A ที่ไปถึงขั้นทดลองก่อนแล้วครับ รวมถึงเรื่องสิทธิบัตร ภาวะเศรษฐกิจ และนโยบายการค้าครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังไม่มีรายได้และยังขาดทุนต่อเนื่องครับ ตัวชี้วัดที่ควรติดตามจึงเป็นด้านคลินิกและการเงินมากกว่า ARR หรือ NRR ครับ ตัวเลขสำคัญจากเอกสารคือ อัตรา ADA ใน Phase 1 ที่ 3.7% ครึ่งชีวิต SL-325 ประมาณ 16 วัน และขนาดกลุ่มทดลอง RECEPTIVE-CD1 ประมาณ 232 คน โดยข้อมูลส่วนหนึ่งของการทดลองระยะ induction คาดว่าจะออกในครึ่งแรกของปี 2028 ตามที่บริษัทระบุครับ

ด้านการเงิน ขาดทุนสุทธิปี 2025 อยู่ที่ 48.8 ล้านดอลลาร์ ลดจาก 75.4 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 และขาดทุนสะสมสิ้นปี 2025 อยู่ที่ 430.5 ล้านดอลลาร์ครับ ส่วนขาดทุนสะสม ณ 30 มิถุนายน 2026 เพิ่มเป็น 460.4 ล้านดอลลาร์ครับ ไม่มีข้อมูล TAM หรือ pipeline ที่เป็นตัวเลขมูลค่าตลาดในเอกสารที่ให้มาครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุแผนหลักว่าจะเดินหน้า SL-325 ไปสู่ Phase 2b ในผู้ป่วย Crohn's disease ที่มีผู้ป่วยประมาณ 232 คน แบ่งเป็นสี่กลุ่มสุ่ม 1:1:1:1 ครับ โดยระยะ induction ใช้เวลา 12 สัปดาห์ และบริษัทระบุว่าจะวัดผลหลักที่การตอบสนองทาง endoscopic ที่สัปดาห์ที่ 12 ครับ นอกจากนี้บริษัทตั้งใจจะศึกษา SL-325 ในโรคอักเสบและภูมิคุ้มกันอื่นที่เกี่ยวข้องกับแกน DR3/TL1A ด้วยครับ

บริษัทยังระบุว่าจะขยายไปที่ bispecific antibody ที่ยับยั้ง DR3 ร่วมกับเป้าหมายอื่นอีกหลายตัวครับ บริษัทคาดว่าจะเปิดเผยเป้าหมายของ bispecific ตัวหลักในครึ่งแรกของปี 2026 ครับ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นแผนที่บริษัทระบุไว้ และยังขึ้นกับผลการทดลองและการระดมทุนในอนาคตครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทไม่มีรายได้และขาดทุนสุทธิ 15.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 21.6% จากค่าใช้จ่าย R&D ที่โตตามการทดลอง SL-325 และ SL-846 ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ STTK →