คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 TPET

Trio Petroleum (TPET) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-01-20) และ 10-Q (ยื่น 2026-09-09) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

พูดง่ายๆ TPET คือบริษัทที่หาแหล่งน้ำมันกับแก๊สธรรมชาติ แล้วเจาะ ผลิต และขายน้ำมันครับ ตอนนี้บริษัทมีการดำเนินงานอยู่ 4 พื้นที่ ได้แก่ Monterey County ในแคลิฟอร์เนีย, Uintah County ในยูทาห์, Lloydminster ในซัสแคตเชวัน และ County of Vermilion River ในอัลเบอร์ตา สองแห่งหลังอยู่ในแคนาดาครับ

พื้นที่หลักแรกคือ South Salinas Project ขนาดราว 9,300 เอเคอร์ใน Monterey County ซึ่งบริษัทถือส่วนแบ่งรายได้สุทธิ (net revenue interest) ประมาณ 68.62% หลังหักค่าลิขสิทธิ์ (royalties) แล้วครับ แต่ ณ 31 ตุลาคม 2025 และ 2024 บริษัทยังไม่มี proved reserves สำหรับโครงการนี้เลย หลุม HV-3A เคยผลิตน้ำมันได้หลังเริ่มทดสอบการผลิตใหม่ในเดือนมีนาคม 2024 แต่ตอนนี้หยุดพักอยู่ระหว่างประเมินว่าจะปรับปรุงการผลิตอย่างไรต่อครับ

พื้นที่ที่บริษัทโตจริงในตอนนี้คือ แคนาดา โดยจัดตั้งบริษัทลูก Trio Petroleum Canada Corp ในเดือนมีนาคม 2025 เพื่อซื้อและบริหารสินทรัพย์น้ำมันกับแก๊สในแคนาดาโดยเฉพาะครับ ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือน้ำมันดิบหนัก (heavy oil) ในภูมิภาค Lloydminster ที่เพิ่งซื้อมาจาก Novacor ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ตอนนี้รายได้หลักมาจาก การขายน้ำมันดิบ ที่ผลิตได้จากสินทรัพย์ในแคนาดาครับ ใน 9 เดือนที่สิ้นสุด 31 กรกฎาคม 2026 บริษัทขายน้ำมันได้ประมาณ 11,757 บาร์เรล และมีรายได้สุทธิ 679,031 ดอลลาร์ครับ ส่วนไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส 3) ขายได้ประมาณ 5,400 บาร์เรล รายได้ 348,581 ดอลลาร์ครับ

กลไกคือบริษัทซื้อแหล่งน้ำมันที่มีหลุมผลิตอยู่แล้ว แล้วทำ workover (ซ่อมบำรุงและปรับปรุงหลุม) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ค่าใช้จ่ายหลักของงานนี้จะอยู่ในต้นทุนขาย (cost of goods sold) ซึ่งครอบคลุมค่าซ่อมบำรุง การให้บริการหลุม และค่าดำเนินงานภาคสนามครับ

ส่วนที่คนมักมองข้ามคือ เงินทุนจากการระดมทุน ใน 9 เดือนนี้บริษัทได้เงินจากการขายหุ้นผ่านโปรแกรม ATM ราว 26.99 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ารายได้จากการขายน้ำมันหลายสิบเท่าครับ เงินก้อนนี้คือสิ่งที่ค้ำจุนธุรกิจตอนนี้ ไม่ใช่กำไรจากการผลิตครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกที่เห็นชัดคือ การเข้าไปซื้อสินทรัพย์ที่มีหลุมผลิตอยู่แล้ว ในแคนาดา บริษัทระบุว่าซื้อกิจการจาก Novacor ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคนี้ และ Novacor ยังทำหน้าที่ผู้ดำเนินงานหน้างาน (on-site operator) ให้ด้วยครับ ทำให้บริษัทไม่ต้องสร้างทีมปฏิบัติการเองตั้งแต่ต้นครับ

จุดแข็งที่สองคือ ความยืดหยุ่นในการเลือกพื้นที่ เห็นได้จากการที่บริษัทย้ายโฟกัสจาก California ไปยังยูทาห์และแคนาดา เพราะบริษัทระบุว่าต้นทุนการเจาะที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการจัดการน้ำเสียในแคลิฟอร์เนียทำให้ McCool Ranch ไม่คุ้มค่าในระยะยาว จึงยกเลิกสัญญาและตัดค่าใช้จ่ายสะสมราว 5 แสนดอลลาร์ออกไปครับ

จุดแข็งที่สามคือ สถานะการเงินที่ดีขึ้นมาก จากที่เคยขาดเงินทุนหมุนเวียนราว 0.79 ล้านดอลลาร์ ณ ตุลาคม 2025 มาเป็นมีเงินทุนหมุนเวียนบวกประมาณ 23.48 ล้านดอลลาร์ ณ กรกฎาคม 2026 ครับ อย่างไรก็ตาม จุดนี้มาจากการระดมทุน ไม่ใช่จากกำไรที่สร้างเอง

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ในส่วนที่ผมเห็นจากเอกสาร ไม่ได้ระบุชื่อผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ จึงเขียนได้แค่ว่าบริษัทขายน้ำมันที่ผลิตจากสินทรัพย์ในแคนาดาครับ

พาร์ทเนอร์ที่สำคัญคือ:
- Trio LLC เป็นผู้ดำเนินงานของ South Salinas และถือส่วนแบ่งการผลิตประมาณ 3.9% ครับ บริษัทระบุว่าค่าใช้จ่ายส่วนของตนที่ Trio LLC เรียกเก็บมาเป็นค่าดูแลกฎระเบียบและการขออนุญาต
- Novacor Exploration เป็นผู้ขายสินทรัพย์ Lloydminster และเป็นผู้ดำเนินงานหน้างานครับ บริษัทสามารถยกเลิกบทบาทนี้ได้โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วันครับ
- Heavy Sweet Oil LLC (HSO) เป็นคู่สัญญาเรื่องพื้นที่ Asphalt Ridge ในยูทาห์ โดยตอนนี้เป็นเพียง LOI ที่ยังไม่มีผลผูกพัน ซึ่งเลื่อนเงื่อนไขการผลิตไปถึง 15 พฤษภาคม 2028 แล้วครับ
- Ladenburg Thalmann เป็นตัวแทนขายหุ้นในโปรแกรม ATM ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงแรกที่ต้องจับตาคือ ยังไม่มีปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว (proved reserves) ในโครงการหลักที่แคลิฟอร์เนียครับ ซึ่งหมายความว่าการผลิตในอนาคตยังไม่มีตัวเลขยืนยันทางเทคนิค และหลุม HV-3A ก็ยังหยุดพักอยู่ครับ การขออนุญาตใช้พื้นที่ เช่น conditional use permit และใบอนุญาตบ่อกำจัดน้ำ ก็ยังดำเนินอยู่ ไม่ได้เสร็จสิ้นครับ

ความเสี่ยงที่สองคือ การขาดทุนและต้นทุนที่บานปลาย ใน 9 เดือนบริษัทขาดทุนสุทธิ 4.25 ล้านดอลลาร์ครับ ไตรมาส 2 ขาดทุนขั้นต้นเพราะค่าซ่อมหลุมที่ผลิตได้น้อย และ G&A เพิ่มขึ้นเป็น 2.80 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน 2026 CEO ได้โบนัสเงินสด 3 แสนดอลลาร์ และเงินเดือนพื้นฐานเพิ่มจาก 4 แสนเป็น 6 แสนดอลลาร์ ต่อปีครับ

ความเสี่ยงที่สามคือ การเจือจางของผู้ถือหุ้น บริษัทขายหุ้นผ่าน ATM ไปแล้ว 3,860,043 หุ้น และได้รับอนุมัติเพิ่มวงเงินเป็นสูงสุด 89.2 ล้านดอลลาร์ครับ นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายหุ้นให้ผู้ขาย ผู้รับจ้าง และแผนแจกหุ้นให้ผู้บริหาร และบริษัทได้ทำการแตกพาร์ (reverse stock split) 1 ต่อ 9 ไปแล้วเมื่อ 28 สิงหาคม 2026 ครับ ตัวเลขหุ้นที่เห็นในอดีตจึงไม่เท่ากับตอนนี้ครับ

ความเสี่ยงที่สี่คือ ราคาน้ำมันและค่าใช้จ่ายภาคสนาม รวมถึงการพึ่งพา Novacor เป็นผู้ดำเนินงานหน้างาน และการขาดแคลนอุปกรณ์เจาะกับบุคลากรที่เอกสารระบุไว้ครับ นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายการที่จ่ายเป็นดอลลาร์แคนาดา ทำให้ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนครับ เช่น ไตรมาสล่าสุดบริษัทขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 4.1 หมื่นดอลลาร์ครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังขาดทุนอยู่ จึงมีตัวเลขที่ควรดูดังนี้ครับ
- รายได้ 9 เดือนโตขึ้น 199.8% ส่วนไตรมาส 3 โตขึ้น 81.2% ครับ
- ขาดทุนสุทธิ 9 เดือนอยู่ที่ 4.25 ล้านดอลลาร์ ไตรมาส 3 ขาดทุนสุทธิ 1.97 ล้านดอลลาร์ครับ
- ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด เช่น stock-based compensation สูงถึง 1.38 ล้านดอลลาร์ใน 9 เดือนครับ
- บริษัทไม่ได้รายงาน ARR, NRR หรือ backlog ในเอกสารที่เห็นครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าแคนาดาคือโอกาสเติบโตระยะใกล้ที่สุดครับ โดยเน้นงาน workover และ optimization กับสินทรัพย์ที่ซื้อจาก Novacor (เมษายน 2025 และธันวาคม 2025) และ Capital Land (พฤศจิกายน 2025) ครับ สองหลุมของ Capital Land เริ่มผลิตได้ในเดือนพฤษภาคม 2026 แล้วครับ

ที่ California บริษัทระบุว่ากำลังขออนุญาตและเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุน และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการกักเก็บคาร์บอน (carbon capture and storage) โดยใช้หลุมลึกที่มีอยู่แล้วครับ ซึ่งยังเป็นแค่การประเมินความเป็นไปได้ ไม่ใช่โครงการที่ตัดสินใจแล้วครับ

บริษัทระบุว่าวงเงิน ATM ที่ขยายขึ้นจะช่วยเร่งการซื้อสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดได้มากขึ้นในทั้งแคนาดาและสหรัฐฯ ครับ แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะซื้ออะไรเป็นพิเศษครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

รายได้ 9 เดือนล่าสุดอยู่ที่ 679,031 ดอลลาร์ โตขึ้น 199.8% แต่ gross profit ลดลง 52.9% เหลือ 55,881 ดอลลาร์ เพราะไตรมาส 2 มีค่าซ่อมหลุมสูง ส่วนไตรมาส 3 กลับมามี gross profit 108,153 ดอลลาร์ครับ ดูตัวเลขกับกราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ TPET →