คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : UAMY

United States Antimony (UAMY) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-19) และ 10-Q (ยื่น 2026-05-14) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

United States Antimony Corporation (UAMY) ทำธุรกิจหลักสองเรื่องครับ — หนึ่งคือแอนติโมนีและโลหะมีค่า อีกหนึ่งคือแร่ซีโอไลต์

พูดถึงแอนติโมนีก่อนครับ บริษัทซื้อแร่ดิบจากซัพพลายเออร์ต่างประเทศ แล้วนำมาถลุงและแปรรูปที่โรงงานในรัฐมอนทานา กับอีกสองโรงงานในเม็กซิโก ผลิตออกมาเป็นสามรูปแบบหลัก คือ แอนติโมนีไตรออกไซด์ (ความบริสุทธิ์ประมาณ 83%) ใช้ทำสารหน่วงไฟในพลาสติก ยาง สีทา และสิ่งทอ / แอนติโมนีเมทัลอิงกอต (บริสุทธิ์ 99.65%) ใช้ในแบตเตอรี่ ตลับลูกปืน และอาวุธยุทโธปกรณ์ / แอนติโมนีไตรซัลไฟด์ (บริสุทธิ์ประมาณ 71.4%) ใช้เป็นไพรเมอร์ในกระสุน นอกจากนี้แร่ที่ซื้อมาแปรรูปที่มอนทานายังมีทองและเงินปนอยู่ด้วย ซึ่งจะขายคืนให้ซัพพลายเออร์เจ้าของแร่นั้นเป็นหลัก

ส่วนซีโอไลต์นั้นดำเนินการผ่านบริษัทย่อย Bear River Zeolite (BRZ) ในรัฐไอดาโฮครับ ทำครบวงจรตั้งแต่ขุดเอง แปรรูปเอง ขายเอง ซีโอไลต์ใช้กรองน้ำ บำบัดน้ำเสีย ผสมอาหารสัตว์ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง

สองธุรกิจนี้รายงานแยกกันเป็น 2 segment ครับ คือ Antimony Segment และ Zeolite Segment

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้รวมปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 39.3 ล้านดอลลาร์ครับ เพิ่มขึ้น 163% จากปี 2024 ที่ทำได้แค่ 14.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการเติบโตหลักมาจากฝั่งแอนติโมนีเกือบทั้งหมด โดยสาเหตุหลักคือราคาขายต่อปอนด์เพิ่มขึ้นถึง 230% เทียบปีต่อปี ไม่ได้มาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นมากนักครับ

กลไกหาเงินจริงๆ คือ ซื้อแร่ดิบเข้ามา → ถลุงและแปรรูปให้บริสุทธิ์ตามความต้องการของลูกค้า → ขายแอนติโมนีสำเร็จรูปให้อุตสาหกรรมและภาครัฐ ส่วนทองและเงินที่ได้ระหว่างกระบวนการนั้นขายคืนเจ้าของแร่เดิม รายได้ตรงนี้จึงเป็นแค่ "ผ่านมือ" แทบไม่มีกำไรเพิ่มครับ

ฝั่งซีโอไลต์มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย แต่เป็นตัวเลขที่เล็กกว่ามาก โดยปี 2025 ปริมาณขายเพิ่ม 8% และราคาขายต่อตันเพิ่ม 6% รวมกัน Gross Profit ทั้งบริษัทปี 2025 อยู่ที่ 9.9 ล้านดอลลาร์ หรือ Gross Margin ประมาณ 25% ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของ UAMY คือสถานะ "ผู้แปรรูปแอนติโมนีรายเดียวในสหรัฐอเมริกาที่ยังดำเนินการอยู่และมีใบอนุญาตครบถ้วน" ครับ ซึ่งทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่เป็นประโยชน์มากในช่วงที่สหรัฐฯ กังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสำคัญ เพราะแอนติโมนีอยู่ใน Critical Minerals List ของรัฐบาลสหรัฐฯ ทุกรายการ

นอกจากนี้บริษัทระบุว่าตัวเองเป็นหนึ่งในบริษัทไม่กี่แห่งของโลก นอกจากรัสเซียและจีน ที่ทำได้ครบวงจรตั้งแต่ขุดแร่ ถลุง ไปจนถึงขายสินค้าสำเร็จรูปครับ และโรงถลุงที่เม็กซิโกก็ระบุว่าเป็นโรงถลุงแอนติโมนีที่ใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก

ส่วนซีโอไลต์ก็ทำแบบ vertically integrated เช่นกัน ขุดเอง ขายเอง ซึ่งบริษัทบอกว่าเป็นโมเดลที่ตั้งใจจะขยายไปใช้กับทุกธุรกิจครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดที่ filing ระบุชัดเจนคือ U.S. Defense Logistics Agency (DLA) Strategic Materials ครับ ซึ่งดูแลคลังสำรองแห่งชาติ (National Defense Stockpile) โดยในเดือนกันยายน 2025 บริษัทเซ็นสัญญา IDIQ แบบ sole-source 5 ปี มูลค่าสูงสุด 248 ล้านดอลลาร์ สำหรับขายแอนติโมนีเมทัลอิงกอต (บริสุทธิ์ 99.65%) ไปจนถึงปี 2030 โดยมีออเดอร์เข้ามาแล้ว ~12 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่ได้รับรู้รายได้ใน fiscal 2025

นอกจากนั้นยังมีสัญญา 5 ปีกับลูกค้าอุตสาหกรรมเอกชนรายใหม่ (filing ไม่ระบุชื่อ) สำหรับขายแอนติโมนีไตรออกไซด์ ตั้งแต่พฤศจิกายน 2025 ครับ

ด้านพาร์ทเนอร์ บริษัทเซ็น Joint Venture กับ Americas Gold and Silver Corporation เพื่อสร้างโรงงาน hydrometallurgical แห่งใหม่ โดย UAMY ถือหุ้น 49% และเป็น managing member และในเดือนตุลาคม 2025 บริษัทยังซื้อหุ้นประมาณ 10% ของ Larvotto Resources Limited บริษัทสำรวจแร่จากออสเตรเลียที่เน้นแอนติโมนีและทอง รวมมูลค่า 37.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการลงทุนด้านการเงิน ไม่ใช่ partnership เชิงปฏิบัติการโดยตรงครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ยังขาดทุนอยู่ครับ แม้รายได้จะโตแรง 163% ในปี 2025 แต่บริษัทยังขาดทุนสุทธิ 4.3 ล้านดอลลาร์ (ปี 2024 ขาดทุน 1.7 ล้านดอลลาร์) เหตุหลักคือค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานพุ่งถึง 18.3 ล้านดอลลาร์ ในนี้มีค่าชดเชยหุ้น (stock-based compensation) แบบไม่ใช่เงินสดถึง 7.1 ล้านดอลลาร์ รวมถึงค่าจ้างพนักงานและค่าที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้นมาก ส่วน accumulated deficit ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 45.5 ล้านดอลลาร์ครับ

ราคาแอนติโมนีผันผวน รายได้ที่โตขึ้น 163% มาจากราคาตลาดที่พุ่งถึง 230% เป็นหลัก ไม่ใช่จากปริมาณขายที่เพิ่ม ถ้าราคาแอนติโมนีในตลาดโลกดิ่งลง รายได้และ margin ก็จะหดตามไปด้วยครับ

พึ่งซัพพลายเออร์แร่จากต่างประเทศ แม้ปี 2025 จะขุดแร่ได้เองบ้างที่มอนทานา (840 ตัน) แต่หลักๆ ยังต้องซื้อแร่จากต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงทั้งเรื่องความล่าช้า คุณภาพแร่ที่อาจต่างจากที่คาด ต้นทุนโลจิสติกส์ และนโยบายการค้า/ภาษีนำเข้าที่อาจเปลี่ยน

สัญญา DLA ยังไม่ได้รับรู้รายได้ สัญญา 248 ล้านดอลลาร์ฟังดูใหญ่มากครับ แต่เป็นแบบ IDIQ หมายความว่าราคาต่อหน่วยและปริมาณกำหนดตอนออเดอร์แต่ละครั้ง ไม่ใช่รายได้ที่การันตีตายตัว และในปี 2025 ก็ยังไม่มีรายได้จากสัญญานี้เลยแม้แต่บาทเดียวครับ

โครงการขยายและ mining claims ส่วนใหญ่ยังไม่ผลิตรายได้ ทั้งพื้นที่ในแคนาดา อะแลสกา และมอนทานาที่เพิ่งซื้อ ยังอยู่ในขั้นสำรวจ ยังไม่มีรายได้จริง และเงินอุดหนุน 27 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลก็เป็นแบบ milestone-based ซึ่งหากทำตามเงื่อนไขไม่ครบก็อาจไม่ได้รับครบครับ

ความเสี่ยงด้านการเงินจากการลงทุนหุ้น Larvotto บริษัทใช้เงินสด 37.2 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้น Larvotto ซึ่งเป็นหุ้นบริษัทสำรวจแร่ที่ราคาผันผวน ปี 2025 มี unrealized gain 3.3 ล้านดอลลาร์ แต่หากราคาหุ้น Larvotto ตก ก็จะกลายเป็น unrealized loss ที่กระทบงบได้ครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังขาดทุนอยู่ครับ จึงมีตัวชี้วัดที่ควรติดตามเพิ่มเติมจากงบปกติ ได้แก่

สัญญา DLA มูลค่าสูงสุด 248 ล้านดอลลาร์ (5 ปี) — บริษัทระบุว่าได้ออเดอร์แล้วประมาณ 12 ล้านดอลลาร์ในช่วงกันยายน 2025 และมกราคม 2026 แต่ยังไม่รับรู้รายได้ในปีบัญชี 2025 ตัวเลขที่ต้องติดตามคือว่าออเดอร์จริงๆ จาก DLA จะมาในอัตราเท่าไรต่อปีครับ

กำลังการผลิตที่กำลังขยาย — บริษัทระบุว่าโรงงานที่มอนทานาอยู่ระหว่างขยาย และเมื่อแล้วเสร็จคาดว่าจะเพิ่มกำลังผลิตได้มากกว่า 3 เท่า ซึ่งเป็น enabler หลักสำหรับการรับออเดอร์ DLA ครับ

เงินอุดหนุน (Grant) จากรัฐบาล 27 ล้านดอลลาร์ — บริษัทระบุว่าได้รับการอนุมัติ milestone เบื้องต้น 12.8 ล้านดอลลาร์แล้ว ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2026 ส่วนที่เหลือขึ้นกับการผ่าน milestone ครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

แผนหลักของบริษัทเป็นเรื่อง vertical integration ครับ คือลดการพึ่งพาแร่จากซัพพลายเออร์ต่างชาติ โดยขยายการขุดในดินแดนอเมริกาและแคนาดา ทั้งในมอนทานา อะแลสกา และ Fostung Properties ในออนแทรีโอ แคนาดา (50 แปลงสิทธิขุดทังสเตน) รวมถึงพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งเข้าซื้อสิทธิสำรวจ

ด้านกำลังผลิต บริษัทระบุว่ากำลังก่อสร้างขยายโรงถลุงมอนทานาให้เพิ่มกำลังผลิตเกิน 3 เท่า เพื่อรองรับออเดอร์ DLA และลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ และในมกราคม 2026 บริษัทซื้อโรงงาน flotation and concentration ที่ Radersburg รัฐมอนทานา มูลค่า 4.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมกระบวนการกลางน้ำครับ

ส่วน Joint Venture กับ Americas Gold and Silver เพื่อสร้างโรงงาน hydrometallurgical แห่งใหม่นั้น บริษัทระบุว่าอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งหากสำเร็จจะเพิ่มความสามารถด้านการแปรรูปอีกทางครับ

ซีโอไลต์ก็มีแผนขยายตลาดอาหารสัตว์ผ่านพาร์ทเนอร์รายใหม่ที่บริษัทระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างทำสัญญาอย่างเป็นทางการครับ แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงที่ finalize

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ปี 2025 รายได้โต 163% เป็น 39.3 ล้านดอลลาร์ Gross Margin อยู่ที่ประมาณ 25% แต่ยังขาดทุนสุทธิ 4.3 ล้านดอลลาร์ เพราะค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่งแรงกว่า gross profit ที่เพิ่มขึ้นครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →