คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 ZNB

Zeta Network (ZNB) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 20-F (ยื่น 2026-10-19) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

ZNB หรือ Zeta Network Group ตอนนี้ธุรกิจหลักคือการขุด Bitcoin ผ่านบริษัทลูกชื่อ Model Queen ครับ บริษัทเริ่มขุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 โดยซื้ออุปกรณ์ขุดเฉพาะทาง (mining machines) ประมาณ 10,000 เครื่องมาจาก BTC KZ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งในคาซัคสถาน เครื่องทั้งหมดวางและเดินอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลของ BTC KZ ทำให้บริษัทไม่ต้องลงทุนสร้างสถานที่หรือดูแลระบบไฟฟ้าเองครับ

ก่อนหน้านี้ ZNB มีหลายธุรกิจมาก ตั้งแต่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างในจีน ไปจนถึงธุรกิจบันเทิง ดนตรี และแพลตฟอร์ม Color World แต่บริษัทขายบริษัทลูก Color Star DMCC ที่ดูแลธุรกิจบันเทิงทั้งหมดเสร็จเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 ส่วน CACM ที่เคยให้บริการที่ปรึกษาการก่อสร้างก็หยุดแล้ว ตอนนี้บริษัทจึงเหลือหลักๆ คือการขุดและการถือสินทรัพย์ดิจิทัลครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้ของบริษัททั้งหมดมาจาก Cryptocurrency Mining ครับ กลไกคือเครื่องขุดช่วยคำนวณให้ mining pool แล้วได้ Bitcoin กลับมา หลังหัก pool fee 1% ผู้ให้บริการโฮสติ้งจะรับ Bitcoin แทนบริษัท คิดมูลค่าตามราคาในวันนั้น แล้วโอนรายได้ให้บริษัทครับ ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026) บริษัทขุดได้ 312.17 BTC สร้างรายได้ประมาณ 28.4 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ เทียบกับปีก่อนที่ขุดได้แค่สามเดือนและได้ราว 8.7 ล้านดอลลาร์ ราคาเฉลี่ยต่อ BTC ที่บริษัทรับรู้ลดลงจาก 98,557 เหลือ 90,855 ดอลลาร์สหรัฐครับ

ต้นทุนใหญ่คือค่าโฮสติ้งรวมค่าไฟฟ้า 23.35 ล้านดอลลาร์ ค่าบำรุงรักษา 0.54 ล้านดอลลาร์ และค่าเสื่อมราคาเครื่องขุด 9.76 ล้านดอลลาร์ ผลคือปีนี้ขาดทุนขั้นต้น (gross loss) 5.3 ล้านดอลลาร์ครับ นอกจากนี้บริษัทยังมีกลไกการเงินอีกส่วนคือการถือ SolvBTC ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้มาจากการออก units กับนักลงทุนช่วงตุลาคม 2025 ราคาสินทรัพย์นี้ลดลงมากจนบริษัทบันทึกการด้อยค่ากว่า 114 ล้านดอลลาร์ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

เอกสารไม่ได้ระบุจุดแข็งเชิงแข่งขันไว้ชัดเจนครับ สิ่งที่เห็นจากข้อมูลคือโมเดลที่ไม่ต้องลงทุนสร้างศูนย์ขุดเองทั้งหมด เพราะ BTC KZ รับผิดชอบโฮสติ้ง ดูแลการเชื่อมต่อกับ mining pool และถือใบอนุญาตขุดในคาซัคสถาน ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุนเริ่มต้นและความซับซ้อนด้านการดำเนินงานของบริษัทได้ระดับหนึ่งครับ

ขนาดของฝูงเครื่องประมาณ 10,000 เครื่องกับอัตรา hash rate รวมราว 1.9 EH/s ตามที่บริษัทใช้ในตัวอย่างคำนวณ ก็เป็นสเกลที่ควรพิจารณาครับ แต่ต้องชั่งน้ำหนักกับข้อจำกัดว่าเครื่องต้องเปลี่ยนรุ่นบ่อยเมื่อเทคโนโลยีพัฒนา และค่าเสื่อมราคาก็กินกำไรไปมากครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าของบริษัทในเชิงธุรกิจคือ mining pool ที่รับ hash rate ไป แต่ผู้ที่ทำสัญญาโดยตรงและเป็นคู่ค้าหลักคือ BTC KZ ครับ BTC KZ เป็นทั้งผู้ให้บริการโฮสติ้ง ผู้จ่ายรายได้ และผู้ให้กู้เงินกู้มูลค่า 31.6 ล้านดอลลาร์ที่ทำเมื่อกรกฎาคม 2025 โดยมียอดคงค้างณ 30 มิถุนายน 2026 ที่ 8.59 ล้านดอลลาร์ ใช้เครื่องขุดเป็นหลักประกันครับ

ความสัมพันธ์นี้สำคัญมากครับ เพราะลูกหนี้จากการขุดทั้งหมดอยู่กับ BTC KZ นอกจากนี้บริษัทยังมีเงินกู้ระยะสั้นจากบุคคลภายนอก 0.3 ล้านดอลลาร์ และเป็นหนี้ 0.31 ล้านดอลลาร์ต่อ Hui Xu ผู้จัดการทั่วไปของ CACM ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงแรกคือธุรกิจขุดยังขาดทุนครับ ปีนี้รายได้จากการขุดน้อยกว่าค่าโฮสติ้งและค่าบำรุงรักษาในไตรมาสที่สิ้นสุด 31 มีนาคม และ 30 มิถุนายน 2026 ค่าโฮสติ้งเพิ่มเป็น 0.072 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ถ้า network difficulty เพิ่มต่อ ค่าไฟขึ้น หรือราคา Bitcoin ลง ขาดทุนก็อาจต่อเนื่องครับ

ความเสี่ยงที่สองคือการพึ่งพาคู่ค้ารายเดียวครับ BTC KZ มีเงินที่ต้องจ่ายให้บริษัท แต่ในสองไตรมาสล่าสุดบริษัทระบุว่า BTC KZ ไม่ได้จ่ายด้วย USDT ให้เลย ถ้าเกิดปัญหาด้านการเงินหรือการดำเนินงานของ BTC KZ ผลกระทบต่อรายได้และสภาพคล่องจะรุนแรงมากครับ ขณะที่สัญญาโฮสติ้งปัจจุบันจะหมดอายุ 20 มีนาคม 2027 และการต่อสัญญาต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่ายครับ

ความเสี่ยงที่สามคือเรื่อง Bitcoin halving ซึ่งทุกประมาณสี่ปีรางวัลการขุดจะลดลงครึ่งหนึ่ง ถ้าราคาไม่ปรับขึ้นตามทันบริษัทอาจไม่มีแรงจูงใจขุดต่อ นอกจากนี้ห่วงโซ่อุปทานเครื่องขุดพึ่งพาผู้ผลิตจีนค่อนข้างมาก และอาจมีปัญหาขาดชิป ซึ่งกระทบการอัปเกรดเครื่องครับ

ความเสี่ยงที่สี่คือสถานะการเงิน บริษัทระบุว่ามีเงินสดเพียงประมาณ 44,000 ดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2026 และมี accumulated deficit ประมาณ 412.7 ล้านดอลลาร์ สินทรัพย์หมุนเวียนราว 116.8 ล้านดอลลาร์เป็นลูกหนี้ที่อยู่ในรูปคริปโต ซึ่งมูลค่าผันผวนตามตลาด บริษัทระบุว่ามีความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญเรื่องการดำเนินงานต่อเนื่อง (going concern) ครับ

ความเสี่ยงที่ห้าคือการเจือจางหุ้น บริษัทระดมทุนผ่านหุ้นและตราสารหนี้แปลงสภาพหลายรอบ และเคยทำ reverse split หลายครั้ง รวมถึงแผนอนุมัติ reverse split ได้สูงสุด 1 ต่อ 250 ด้วยครับ นอกจากนี้ ธุรกิจขุดเป็นธุรกิจที่ตั้งขึ้นเมื่อไม่นาน (เริ่มเมษายน 2025) จึงยังมีประวัติการดำเนินงานให้ดูน้อยครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทขาดทุน จึงมีตัวชี้วัดที่ควรดูตามนี้ครับ ปริมาณ Bitcoin ที่ขุดได้เพิ่มจาก 88.54 BTC (ช่วงสามเดือนของปี 2025) เป็น 312.17 BTC ในปี 2026 ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่ช่วงเวลาไม่เท่ากันครับ ต้นทุนเงินสดต่อ BTC อยู่ที่ประมาณ 76,533 ดอลลาร์ เพิ่มจาก 68,432 ดอลลาร์ ส่วนต้นทุนรวมรวมค่าเสื่อมราคาอยู่ที่ประมาณ 110,125 ดอลลาร์ครับ

บริษัทระบุว่าได้ทำตัวอย่างคำนวณจุดคุ้มทุน (ไม่ใช่การคาดการณ์) สมมติฐานคือเครื่องทั้ง 10,000 เครื่องทำงานตาม spec ระดับเดียวกับที่เอกสารระบุ และอัตราค่าไฟกับค่าโฮสติ้งเป็นไปตามที่กำหนด บริษัทระบุว่าจุดคุ้มทุนเงินสดประมาณ 71,500 ดอลลาร์ต่อ BTC และจุดคุ้มทุนรวมประมาณ 96,800 ดอลลาร์ต่อ BTC โดยอ้างราคาราว 83,600 ดอลลาร์ ณ 30 กันยายน 2026 ครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่ากำลังพยายามหาทุนเพิ่มผ่านการออกหุ้นเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียน แต่ไม่มีการรับประกันว่าจะสำเร็จครับ ในเดือนสิงหาคม 2026 บริษัทระบุว่าทำ private placement มูลค่า 10.0 ล้านดอลลาร์โดยจ่ายเป็น SolvBTC ประมาณ 156.65 หน่วย ส่วนแผนการขยายธุรกิจ บริษัทระบุว่ากำลังประเมินโอกาสเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจการขุดที่ยังใหม่อยู่ครับ ทั้งหมดนี้ยังไม่มีรายละเอียดตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจนในเอกสารครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

รายได้ปี 2026 โตขึ้น 225% เป็นประมาณ 28.4 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทขาดทุนสุทธิประมาณ 157.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการด้อยค่าสินทรัพย์คริปโตราว 114 ล้านดอลลาร์และค่าใช้จ่ายทางการเงินครับ ดูตัวเลขและกราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ ZNB →