Palantir บริษัทซอฟต์แวร์ที่ช่วยองค์กรเอาข้อมูลและ AI ไปใช้ในงานจริง ทำรายได้เกิน $2B ต่อไตรมาสเป็นครั้งแรก ภาคเอกชนสหรัฐโต 148% จนแซงรายได้จากรัฐบาลสหรัฐเป็นครั้งแรก และกำไรสุทธิเกิน $1B แต่ยอดเซ็นสัญญาใหม่โตแค่ 6% เพราะสัญญาสั้นลง ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ต้องจับตา
หลังตลาดปิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 Palantir ประกาศงบไตรมาส 3 รายได้ $2.313B โต 96% จากปีก่อน และโต 20% จากไตรมาสก่อน ทั้งสองตัวเลขเร็วที่สุดตั้งแต่บริษัทเข้าตลาดหุ้น Dave Glazer ซีเอฟโอ บอกว่าไตรมาสนี้รายได้ผ่าน $2B เป็นครั้งแรก และกำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐานบัญชีผ่าน $1B เป็นครั้งแรกเช่นกัน
สามเรื่องที่ผมว่าสำคัญที่สุด เรื่องแรก รายได้จากบริษัทเอกชนในสหรัฐแซงรายได้จากรัฐบาลสหรัฐเป็นครั้งแรก ทั้งที่ Palantir โตมากับงานรัฐบาลและกองทัพ เรื่องที่สอง บริษัทยกคำว่า “Sovereign AI” ขึ้นมาเป็นเรื่องหลัก คือให้องค์กรฝึกโมเดล AI ของตัวเองด้วยข้อมูลของตัวเอง เรื่องที่สาม รายได้โตเร็ว แต่ยอดเซ็นสัญญาใหม่โตแค่ 6% และสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้แทบไม่เพิ่มจากไตรมาสก่อน ซีเอฟโออธิบายว่าลูกค้าเซ็นสัญญาสั้นกว่าปกติ
บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนที่ผู้บริหารตอบคำถามนักวิเคราะห์ แล้วใช้ประกาศผลประกอบการที่ Palantir ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข ไตรมาส 3 หมายถึงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026
อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้
ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026
จากประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (2 พ.ย. 2026) · กำไรต่อหุ้นทั้งแบบมาตรฐานบัญชีและแบบปรับปรุงเท่ากันที่ $0.44
รายได้เกือบเท่าตัวในหนึ่งปี และกำไรสุทธิเพิ่มจาก $476M เป็น $1.128B ซีเอฟโอย้ำว่าสองปีก่อนกำไรสุทธิไตรมาส 3 ยังอยู่ที่ $144M เท่ากับเพิ่มเกือบ 8 เท่าในสองปี ตัวเลข Rule of 40 อยู่ที่ 158 (โต 96 บวกอัตรากำไรปรับปรุง 62) สูงขึ้นเป็นไตรมาสที่ 13 ติด
รายได้แยกตามลูกค้า ไตรมาส 3 ปี 2026
| กลุ่ม | รายได้ | เทียบปีก่อน | เทียบไตรมาสก่อน |
|---|---|---|---|
| เอกชนสหรัฐ | $984M | +148% | +29% |
| รัฐบาลสหรัฐ | $953M | +96% | +18% |
| เอกชนต่างประเทศ | $184M | +21% | +1% |
| รัฐบาลต่างประเทศ | $192M | +31% | +6% |
| รวม | $2.313B | +96% | +20% |
จากคำพูดของซีเอฟโอและประกาศผลประกอบการ · สหรัฐรวม $1.937B คิดเป็น 84% ของรายได้
ภาพที่ชัดที่สุดคือสหรัฐคือเครื่องยนต์เกือบทั้งหมด รายได้ในสหรัฐโต 119% ขณะที่ต่างประเทศรวมกันมีแค่ $376M หรือราว 16% ของรายได้ และฝั่งเอกชนต่างประเทศโตจากไตรมาสก่อนแค่ 1% ซีอีโอพูดถึงยุโรปสั้นๆ ว่าไม่อยากพูดซ้ำเติม
อีกตัวเลขที่บอกว่าลูกค้าใหญ่จ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ คือ ลูกค้าใหญ่ที่สุด 20 รายจ่ายเฉลี่ยรายละ $146M ต่อปี โต 76% จากปีก่อน และ net dollar retention อยู่ที่ 165% เพิ่ม 8 จุดจากไตรมาสก่อน
ภาคเอกชนสหรัฐ ไตรมาส 3 ปี 2026
จากคำพูดของผู้บริหาร · จำนวนลูกค้าโต 29% แต่รายได้โต 148% แปลว่าลูกค้าแต่ละรายจ่ายมากขึ้นมาก
รายได้ภาคเอกชนสหรัฐ $984M แซงรัฐบาลสหรัฐ $953M เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท Alex Karp ซีอีโอ เล่าว่าเมื่อสามปีก่อนธุรกิจนี้ยังถูกมองเป็นแค่ “ของเสริม” แต่ตอนนี้กลายเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด และดึงให้รายได้ในสหรัฐโตเกิน 100% (ถอดความ)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ Palantir ขายแบบมีพนักงานขายน้อยมาก ช่องทางหลักคืองาน bootcamp ที่พาลูกค้ามาเห็นระบบทำงานจริง ผู้บริหารบอกว่า “ให้ดู ไม่ใช่เล่า” ซีอีโอเล่าว่าเดิมต้องค่อยๆ คุย ทดลองใช้ แล้วค่อยขยาย แต่ตอนนี้ลูกค้าเดินเข้ามาเพราะ “ของที่มีอยู่ใช้ไม่ได้” และเปรียบว่าสมัยแรกที่ทำงานกับรัฐบาล ดีลเริ่มต้นราว $250,000 แต่ตอนนี้เริ่มต้นราว $25M (ถอดความ)
ไตรมาสก่อน Palantir เปิดตัวแนวคิด Sovereign AI ไตรมาสนี้กลายเป็นเรื่องหลักของการประชุม ถ้าแปลเป็นภาษาคนคือ องค์กรไม่ต้องส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้บริษัทโมเดล AI ใหญ่ๆ แต่เอาโมเดลแบบเปิดที่เล็กกว่ามาฝึกต่อด้วยข้อมูลการทำงานของตัวเอง ใน Palantir จนเก่งงานเฉพาะของตัวเองกว่าโมเดลใหญ่ ถูกกว่า และเป็นของตัวเอง
วงจรที่ซีทีโอเล่า
งานจริงทิ้งข้อมูลไว้
ใน Ontology
ทุกขั้นตอนงานในระบบเก็บข้อมูลไว้ต่อเนื่อง
ฝึกโมเดลต่อ
โมเดลเปิดขนาดเล็ก
ระบบฝึกและทดสอบโมเดลรุ่นใหม่ให้อัตโนมัติ
ใช้แทนโมเดลใหญ่
เฉพาะงานนั้น
เก่งกว่าในงานเฉพาะ ถูกกว่า และควบคุมเอง
ทำงานได้มากขึ้น
งานที่เดิมไม่คุ้มทำ
ข้อมูลใหม่วนกลับไปข้อ 1
ถอดความจาก Shyam Sankar ซีทีโอ · เขาบอกว่าตัวโมเดลเป็นของทั่วไป คุณค่าอยู่ที่วงจรฝึกต่อที่ป้อนข้อมูลจากงานจริง
ตัวอย่างที่ผู้บริหารยกมา (ผลเบื้องต้นตามที่ลูกค้าเล่า)
ซีทีโอยังพูดถึงบริษัทโมเดล AI ใหญ่ๆ ว่ามองหน่วยงานเล็กสุดขององค์กรผิด เขาบอกว่าหน่วยที่สร้างเงินจริงคือ “ขั้นตอนงาน” ไม่ใช่ “พนักงานแต่ละคน” ทำให้คนแต่ละคนเก่งขึ้นได้แต่บริษัทอาจไม่ได้เงินเพิ่ม (ถอดความ) ซีอีโอเสริมว่าตอนนี้ Palantir กับบริษัทโมเดลอย่าง Anthropic ยังเป็นเหมือนคู่ที่ช่วยขยายตลาดให้กัน ทั้งคู่ทำงานร่วมกันในหลายลูกค้า เช่น AIG
ตัวอย่างลูกค้าที่ขยายสัญญาเร็ว
| ลูกค้า | ทดลองใช้ | สัญญาใหม่ต่อปี |
|---|---|---|
| บริษัทวัสดุอุตสาหกรรม | เกือบ $3M (ไตรมาส 2) | $29M (ไตรมาส 3) |
| บริษัทกีฬาระดับโลก | $1.6M (ไตรมาส 1) | ราว $21M |
| บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน | $1M → $3M ในไตรมาสเดียว | $15M (ขยายเกือบ 5 เท่า) |
| บริษัทเสื้อผ้า | $2.5M | $11.5M |
จาก Ryan Taylor ผู้บริหารฝ่ายรายได้ · บริษัทไม่เปิดชื่อลูกค้า · “สัญญาใหม่ต่อปี” คือมูลค่าสัญญาเฉลี่ยต่อปี (ACV)
ไตรมาสนี้ Palantir ปิดดีลมูลค่าอย่างน้อย $1M ได้ 212 ดีล อย่างน้อย $5M ได้ 107 ดีล และอย่างน้อย $10M ได้ 64 ดีล ภาพรวมคือลูกค้าเริ่มเล็ก แล้วขยายเร็วมากเมื่อเห็นผลจริง
รายได้จากรัฐบาลสหรัฐ $953M โต 96% และโต 18% จากไตรมาสก่อน รายได้จากรัฐบาลทั้งหมดรวมต่างประเทศ $1.146B ผ่าน $1B เป็นครั้งแรก
นี่คือส่วนที่ผมว่าคนอ่านงบควรเห็นคู่กับตัวเลขรายได้ ยอดเซ็นสัญญาใหม่ (TCV) และมูลค่าสัญญาที่เหลือ โตช้ากว่ารายได้ชัดเจน
รายได้เทียบยอดสัญญา ไตรมาส 3 ปี 2026
| ตัวเลข | มูลค่า | เทียบปีก่อน | เทียบไตรมาสก่อน |
|---|---|---|---|
| รายได้ | $2.313B | +96% | +20% |
| ยอดเซ็นสัญญาใหม่ทั้งหมด (TCV) | $2.918B | +6% | – |
| ยอดเซ็นใหม่ เอกชนสหรัฐ | $1.463B | +11% | – |
| สัญญาที่เหลือทั้งหมด (RDV) | $13.4B | +55% | +2% |
| สัญญาที่เหลือ เอกชนสหรัฐ | $6.517B | +79% | +4% |
| สัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ (RPO) | $4.9B | +88% | เท่าเดิม |
จากคำพูดของซีเอฟโอและประกาศผลประกอบการ · ยอดเซ็นใหม่เอกชนสหรัฐ 12 เดือนล่าสุด $6.114B โต 62%
ซีเอฟโออธิบายว่าไตรมาสนี้มีสัญญาระดับหลายสิบล้านดอลลาร์หลายดีลที่อายุสั้นกว่าปกติ เพราะลูกค้ารีบเริ่มใช้ Sovereign AI ก่อน และบริษัทคาดว่าเมื่อเวลาผ่านไปสัญญาจะยาวขึ้นและใหญ่ขึ้น ซีอีโอก็พูดตรงกันว่าสัญญาสั้นลง แต่ขยายได้เร็วมาก
วิธีอ่านแบบง่ายคือ รายได้ไตรมาสนี้มาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเร็ว แต่ “สต็อกงานในมือ” ที่รอรับรู้เป็นรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้นช้า ถ้าสัญญาสั้นต่อได้และขยายตามที่บริษัทบอก ตัวเลขนี้จะตามขึ้นมา แต่ถ้าไม่ต่อ รายได้ข้างหน้าจะมีงานในมือรองรับน้อยกว่าที่ตัวเลขรายได้ทำให้รู้สึก (ผมวิเคราะห์เอง)
กำไรและเงินสด ไตรมาส 3 ปี 2026
จากประกาศผลประกอบการ · “ปรับปรุง” = ไม่หักค่าตอบแทนพนักงานที่จ่ายเป็นหุ้น
ค่าใช้จ่ายปรับปรุง $887M เพิ่ม 53% จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการจ้างวิศวกรและลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI แต่รายได้โตเร็วกว่ามาก อัตรากำไรจึงขยาย ค่าตอบแทนพนักงานที่จ่ายเป็นหุ้นไตรมาสนี้ $319M หรือราว 14% ของรายได้ เป็นเหตุที่กำไรตามมาตรฐานบัญชี (47%) ต่ำกว่ากำไรปรับปรุง (62%)
กำไรสุทธิ $1.128B สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานเล็กน้อย เพราะมีดอกเบี้ยรับจากเงินสดก้อนใหญ่ราว $89M ในไตรมาสนี้ และภาษีเงินได้ที่บันทึกมีแค่ราว $14M
สิ่งที่บริษัทคาด
| รายการ | เป้า | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| รายได้ไตรมาส 4 | $2.649–2.653B | โตราว 88% จากปีก่อน · 15% จากไตรมาส 3 (ผมคำนวณ) |
| กำไรดำเนินงานปรับปรุง ไตรมาส 4 | $1.640–1.644B | อัตราราว 62% |
| รายได้ทั้งปี 2026 | $8.530–8.534B | โต 91% · ยกขึ้น 9 จุดจากเป้าไตรมาสก่อน |
| เอกชนสหรัฐ ทั้งปี | มากกว่า $3.559B | โตอย่างน้อย 143% |
| กำไรดำเนินงานปรับปรุง ทั้งปี | $5.245–5.249B | ยกขึ้น |
| เงินสดอิสระปรับปรุง ทั้งปี | $4.8–5.0B | ยกขึ้น |
จากประกาศผลประกอบการ · เป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลจริง
รายได้รายไตรมาส (พันล้านดอลลาร์)
| ปี | ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 | ไตรมาส 4 |
|---|---|---|---|---|
| 2025 | 0.884 | 1.004 | 1.181 | 1.407 |
| 2026 | 1.633 | 1.935 | 2.313 | ~2.651 (เป้า) |
จากงบที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ · ไตรมาส 4 ปี 2026 ใช้กลางช่วงเป้าของบริษัท
แม้ตัวเลขออกมาแรง แต่ราคาหุ้นไม่ได้ขึ้นตาม วันที่ 2 พ.ย. ก่อนประกาศงบ หุ้นปิดที่ $178.34 ลดลงราว 3% หลังประกาศงบช่วงนอกเวลาซื้อขายลงไปแถว $173 และวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งเป็นวันซื้อขายแรกหลังงบ ปิดที่ $175.40 ลดลงอีกราว 1.6% ต้นปี 2026 หุ้นอยู่ที่ราว $168 และจุดสูงสุดในรอบปีอยู่ที่ $209.05
ที่ราคา $175 มูลค่าบริษัทราว $452B (คำนวณจากจำนวนหุ้นแบบรวมสิทธิ 2.574 พันล้านหุ้น) เท่ากับราว 43 เท่าของรายได้ไตรมาส 4 ตามเป้าคูณสี่ และราว 100 เท่าของกำไรสุทธิไตรมาส 3 คูณสี่ บริษัทไม่ได้อธิบายราคาหุ้น ผมเดาไม่ได้ว่าตลาดคิดอะไร แต่ตัวเลขที่ตลาดน่าจะดูคู่กันคือยอดเซ็นสัญญาใหม่ที่โตช้าในข้อ 7 กับมูลค่าที่สูงอยู่แล้ว (ผมวิเคราะห์เอง)
ไตรมาสนี้ยืนยันว่าความต้องการใช้ AI ในงานจริงของบริษัทเอกชนในสหรัฐแรงมาก Palantir โตเร่งขึ้นทั้งที่ฐานใหญ่ขึ้น ทำกำไรได้เกินครึ่งของรายได้ และมีเงินสดสุทธิกว่า $10B บริษัทยกเป้าทั้งปีขึ้นอีก 9 จุด
คำถามที่ยังต้องรอคำตอบคือ สัญญาสั้นที่ลูกค้าเซ็นช่วงนี้จะต่อและขยายจริงไหม ตัวเลขที่ใช้ตามดูง่ายที่สุดคือยอดเซ็นสัญญาใหม่ (TCV) และสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ (RPO) ในไตรมาสหน้า ถ้าสองตัวนี้เริ่มโตตามรายได้ แปลว่าสัญญาสั้นต่ออายุจริงตามที่ผู้บริหารบอก
อยากเข้าใจว่า Palantir หาเงินจากอะไร มีความเสี่ยงอะไรที่บริษัทเขียนไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Palantir
ที่มา: การประชุมนักลงทุน Palantir ไตรมาส 3 ปี 2026 (2 พ.ย. 2026) และประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกัน (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) · รายได้รายไตรมาสย้อนหลังจากงบที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ · ราคาหุ้นจาก Yahoo Finance (ปิด 2 และ 3 พ.ย. และช่วงนอกเวลาซื้อขายคืนวันที่ 2) · มูลค่าบริษัท สัดส่วนรายได้ ลูกค้าใหญ่ 20 ราย และการเติบโตของเป้าไตรมาส 4 ผมคำนวณเอง · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ผลประกอบการ ณ 2 พฤศจิกายน 2026 · ราคาหุ้น ณ ราคาปิด 3 พฤศจิกายน 2026
สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Palantir เป็นภาษาไทย อ่านจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ
อ่านภาพรวมบริษัท Palantir →บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026