← กลับหน้าบทความ DaddyInvestor
สรุปงบไตรมาส · Palantir ไตรมาส 3 ปี 2026

งบ Palantir Q3 2026 — รายได้โต 96% เร็วสุดตั้งแต่เข้าตลาด

Palantir บริษัทซอฟต์แวร์ที่ช่วยองค์กรเอาข้อมูลและ AI ไปใช้ในงานจริง ทำรายได้เกิน $2B ต่อไตรมาสเป็นครั้งแรก ภาคเอกชนสหรัฐโต 148% จนแซงรายได้จากรัฐบาลสหรัฐเป็นครั้งแรก และกำไรสุทธิเกิน $1B แต่ยอดเซ็นสัญญาใหม่โตแค่ 6% เพราะสัญญาสั้นลง ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ต้องจับตา

อ่าน 18 นาที · พฤศจิกายน 2026 · อ่านได้ทุกระดับ
$2.313B
รายได้ไตรมาส 3
โต 96% จากปีก่อน
+148%
ภาคเอกชนสหรัฐ
แซงรัฐบาลครั้งแรก
62%
อัตรากำไรปรับปรุง
(ไม่นับค่าตอบแทนเป็นหุ้น)

หลังตลาดปิดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 Palantir ประกาศงบไตรมาส 3 รายได้ $2.313B โต 96% จากปีก่อน และโต 20% จากไตรมาสก่อน ทั้งสองตัวเลขเร็วที่สุดตั้งแต่บริษัทเข้าตลาดหุ้น Dave Glazer ซีเอฟโอ บอกว่าไตรมาสนี้รายได้ผ่าน $2B เป็นครั้งแรก และกำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐานบัญชีผ่าน $1B เป็นครั้งแรกเช่นกัน

สามเรื่องที่ผมว่าสำคัญที่สุด เรื่องแรก รายได้จากบริษัทเอกชนในสหรัฐแซงรายได้จากรัฐบาลสหรัฐเป็นครั้งแรก ทั้งที่ Palantir โตมากับงานรัฐบาลและกองทัพ เรื่องที่สอง บริษัทยกคำว่า “Sovereign AI” ขึ้นมาเป็นเรื่องหลัก คือให้องค์กรฝึกโมเดล AI ของตัวเองด้วยข้อมูลของตัวเอง เรื่องที่สาม รายได้โตเร็ว แต่ยอดเซ็นสัญญาใหม่โตแค่ 6% และสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้แทบไม่เพิ่มจากไตรมาสก่อน ซีเอฟโออธิบายว่าลูกค้าเซ็นสัญญาสั้นกว่าปกติ

บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนที่ผู้บริหารตอบคำถามนักวิเคราะห์ แล้วใช้ประกาศผลประกอบการที่ Palantir ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข ไตรมาส 3 หมายถึงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026

ในบทความนี้

  1. ไตรมาสนี้ในภาพเดียว
  2. รายได้ 4 ก้อนของ Palantir
  3. ภาคเอกชนสหรัฐแซงรัฐบาลครั้งแรก
  4. Sovereign AI คืออะไร
  5. จากทดลองใช้ถึงสัญญาใหญ่
  6. รัฐบาลสหรัฐ: Maven และ TITAN
  7. ยอดเซ็นสัญญาใหม่โตช้ากว่ารายได้
  8. กำไรและเงินสด
  9. เป้าไตรมาส 4 และทั้งปี
  10. ราคาหุ้นหลังประกาศงบ
  11. มุมผู้ถือหุ้น
  12. อีกด้านของเหรียญ

🗂️ ศัพท์ที่จะเจอ แปลเป็นภาษาคน

อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้

AIP
Artificial Intelligence Platform ซอฟต์แวร์ของ Palantir ที่เชื่อมโมเดล AI เข้ากับข้อมูลและขั้นตอนงานจริงขององค์กร
Ontology
แผนที่ข้อมูลขององค์กรใน Palantir ว่ามีอะไรบ้าง เชื่อมกันยังไง และทำอะไรกับมันได้ เช่น คำสั่งซื้อ เครื่องจักร ลูกค้า
Sovereign AI
คำที่ Palantir ใช้ หมายถึงองค์กรเอาโมเดลแบบเปิดมาฝึกต่อด้วยข้อมูลของตัวเอง ได้โมเดลที่เป็นของตัวเองและควบคุมเองได้
TCV
มูลค่าสัญญาทั้งหมดที่เซ็นได้ในไตรมาส ตลอดอายุสัญญา ใช้ดูยอดขายใหม่
RDV / RPO
มูลค่าสัญญาที่เหลือยังไม่รับรู้เป็นรายได้ RDV นับรวมสัญญาที่ยกเลิกได้ RPO นับเฉพาะส่วนที่ยกเลิกไม่ได้
อัตรากำไรปรับปรุง
กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่หักค่าตอบแทนพนักงานที่จ่ายเป็นหุ้น ตัวเลขจึงสูงกว่ากำไรตามมาตรฐานบัญชี
Rule of 40
อัตราการเติบโตของรายได้บวกอัตรากำไร บริษัทซอฟต์แวร์ที่ได้เกิน 40 ถือว่าสมดุลดี
Net dollar retention
ลูกค้าเดิมจ่ายเพิ่มเท่าไหร่เทียบปีก่อน 165% แปลว่าลูกค้ากลุ่มเดิมจ่ายมากขึ้น 65%

1. ไตรมาสนี้ในภาพเดียว

ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026

$2.313B
รายได้ · โต 96% จาก $1.181B · โต 20% จากไตรมาสก่อน
$984M
ภาคเอกชนสหรัฐ · โต 148% · โต 29% จากไตรมาสก่อน
$1.085B
กำไรจากการดำเนินงาน · อัตรากำไร 47%
$1.128B
กำไรสุทธิ · อัตรากำไร 49% · ต่อหุ้น $0.44

จากประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (2 พ.ย. 2026) · กำไรต่อหุ้นทั้งแบบมาตรฐานบัญชีและแบบปรับปรุงเท่ากันที่ $0.44

รายได้เกือบเท่าตัวในหนึ่งปี และกำไรสุทธิเพิ่มจาก $476M เป็น $1.128B ซีเอฟโอย้ำว่าสองปีก่อนกำไรสุทธิไตรมาส 3 ยังอยู่ที่ $144M เท่ากับเพิ่มเกือบ 8 เท่าในสองปี ตัวเลข Rule of 40 อยู่ที่ 158 (โต 96 บวกอัตรากำไรปรับปรุง 62) สูงขึ้นเป็นไตรมาสที่ 13 ติด

2. รายได้ 4 ก้อนของ Palantir

รายได้แยกตามลูกค้า ไตรมาส 3 ปี 2026

กลุ่มรายได้เทียบปีก่อนเทียบไตรมาสก่อน
เอกชนสหรัฐ$984M+148%+29%
รัฐบาลสหรัฐ$953M+96%+18%
เอกชนต่างประเทศ$184M+21%+1%
รัฐบาลต่างประเทศ$192M+31%+6%
รวม$2.313B+96%+20%

จากคำพูดของซีเอฟโอและประกาศผลประกอบการ · สหรัฐรวม $1.937B คิดเป็น 84% ของรายได้

ภาพที่ชัดที่สุดคือสหรัฐคือเครื่องยนต์เกือบทั้งหมด รายได้ในสหรัฐโต 119% ขณะที่ต่างประเทศรวมกันมีแค่ $376M หรือราว 16% ของรายได้ และฝั่งเอกชนต่างประเทศโตจากไตรมาสก่อนแค่ 1% ซีอีโอพูดถึงยุโรปสั้นๆ ว่าไม่อยากพูดซ้ำเติม

อีกตัวเลขที่บอกว่าลูกค้าใหญ่จ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ คือ ลูกค้าใหญ่ที่สุด 20 รายจ่ายเฉลี่ยรายละ $146M ต่อปี โต 76% จากปีก่อน และ net dollar retention อยู่ที่ 165% เพิ่ม 8 จุดจากไตรมาสก่อน

3. ภาคเอกชนสหรัฐแซงรัฐบาลครั้งแรก

ภาคเอกชนสหรัฐ ไตรมาส 3 ปี 2026

$984M
รายได้ · ปีก่อน $397M · เพิ่ม $587M ในปีเดียว
686 ราย
จำนวนลูกค้า · โต 29% · โต 5% จากไตรมาสก่อน
+88%
รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้า 12 เดือน เทียบปีก่อน
>$3.559B
เป้าทั้งปี 2026 · โตอย่างน้อย 143%

จากคำพูดของผู้บริหาร · จำนวนลูกค้าโต 29% แต่รายได้โต 148% แปลว่าลูกค้าแต่ละรายจ่ายมากขึ้นมาก

รายได้ภาคเอกชนสหรัฐ $984M แซงรัฐบาลสหรัฐ $953M เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท Alex Karp ซีอีโอ เล่าว่าเมื่อสามปีก่อนธุรกิจนี้ยังถูกมองเป็นแค่ “ของเสริม” แต่ตอนนี้กลายเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด และดึงให้รายได้ในสหรัฐโตเกิน 100% (ถอดความ)

สิ่งที่น่าสังเกตคือ Palantir ขายแบบมีพนักงานขายน้อยมาก ช่องทางหลักคืองาน bootcamp ที่พาลูกค้ามาเห็นระบบทำงานจริง ผู้บริหารบอกว่า “ให้ดู ไม่ใช่เล่า” ซีอีโอเล่าว่าเดิมต้องค่อยๆ คุย ทดลองใช้ แล้วค่อยขยาย แต่ตอนนี้ลูกค้าเดินเข้ามาเพราะ “ของที่มีอยู่ใช้ไม่ได้” และเปรียบว่าสมัยแรกที่ทำงานกับรัฐบาล ดีลเริ่มต้นราว $250,000 แต่ตอนนี้เริ่มต้นราว $25M (ถอดความ)

4. Sovereign AI คืออะไร

ไตรมาสก่อน Palantir เปิดตัวแนวคิด Sovereign AI ไตรมาสนี้กลายเป็นเรื่องหลักของการประชุม ถ้าแปลเป็นภาษาคนคือ องค์กรไม่ต้องส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้บริษัทโมเดล AI ใหญ่ๆ แต่เอาโมเดลแบบเปิดที่เล็กกว่ามาฝึกต่อด้วยข้อมูลการทำงานของตัวเอง ใน Palantir จนเก่งงานเฉพาะของตัวเองกว่าโมเดลใหญ่ ถูกกว่า และเป็นของตัวเอง

วงจรที่ซีทีโอเล่า

งานจริงทิ้งข้อมูลไว้

ใน Ontology

ทุกขั้นตอนงานในระบบเก็บข้อมูลไว้ต่อเนื่อง

ฝึกโมเดลต่อ

โมเดลเปิดขนาดเล็ก

ระบบฝึกและทดสอบโมเดลรุ่นใหม่ให้อัตโนมัติ

ใช้แทนโมเดลใหญ่

เฉพาะงานนั้น

เก่งกว่าในงานเฉพาะ ถูกกว่า และควบคุมเอง

ทำงานได้มากขึ้น

งานที่เดิมไม่คุ้มทำ

ข้อมูลใหม่วนกลับไปข้อ 1

ถอดความจาก Shyam Sankar ซีทีโอ · เขาบอกว่าตัวโมเดลเป็นของทั่วไป คุณค่าอยู่ที่วงจรฝึกต่อที่ป้อนข้อมูลจากงานจริง

ตัวอย่างที่ผู้บริหารยกมา (ผลเบื้องต้นตามที่ลูกค้าเล่า)

ซีทีโอยังพูดถึงบริษัทโมเดล AI ใหญ่ๆ ว่ามองหน่วยงานเล็กสุดขององค์กรผิด เขาบอกว่าหน่วยที่สร้างเงินจริงคือ “ขั้นตอนงาน” ไม่ใช่ “พนักงานแต่ละคน” ทำให้คนแต่ละคนเก่งขึ้นได้แต่บริษัทอาจไม่ได้เงินเพิ่ม (ถอดความ) ซีอีโอเสริมว่าตอนนี้ Palantir กับบริษัทโมเดลอย่าง Anthropic ยังเป็นเหมือนคู่ที่ช่วยขยายตลาดให้กัน ทั้งคู่ทำงานร่วมกันในหลายลูกค้า เช่น AIG

5. จากทดลองใช้ถึงสัญญาใหญ่

ตัวอย่างลูกค้าที่ขยายสัญญาเร็ว

ลูกค้าทดลองใช้สัญญาใหม่ต่อปี
บริษัทวัสดุอุตสาหกรรมเกือบ $3M (ไตรมาส 2)$29M (ไตรมาส 3)
บริษัทกีฬาระดับโลก$1.6M (ไตรมาส 1)ราว $21M
บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน$1M → $3M ในไตรมาสเดียว$15M (ขยายเกือบ 5 เท่า)
บริษัทเสื้อผ้า$2.5M$11.5M

จาก Ryan Taylor ผู้บริหารฝ่ายรายได้ · บริษัทไม่เปิดชื่อลูกค้า · “สัญญาใหม่ต่อปี” คือมูลค่าสัญญาเฉลี่ยต่อปี (ACV)

ไตรมาสนี้ Palantir ปิดดีลมูลค่าอย่างน้อย $1M ได้ 212 ดีล อย่างน้อย $5M ได้ 107 ดีล และอย่างน้อย $10M ได้ 64 ดีล ภาพรวมคือลูกค้าเริ่มเล็ก แล้วขยายเร็วมากเมื่อเห็นผลจริง

6. รัฐบาลสหรัฐ: Maven และ TITAN

รายได้จากรัฐบาลสหรัฐ $953M โต 96% และโต 18% จากไตรมาสก่อน รายได้จากรัฐบาลทั้งหมดรวมต่างประเทศ $1.146B ผ่าน $1B เป็นครั้งแรก

7. ยอดเซ็นสัญญาใหม่โตช้ากว่ารายได้

นี่คือส่วนที่ผมว่าคนอ่านงบควรเห็นคู่กับตัวเลขรายได้ ยอดเซ็นสัญญาใหม่ (TCV) และมูลค่าสัญญาที่เหลือ โตช้ากว่ารายได้ชัดเจน

รายได้เทียบยอดสัญญา ไตรมาส 3 ปี 2026

ตัวเลขมูลค่าเทียบปีก่อนเทียบไตรมาสก่อน
รายได้$2.313B+96%+20%
ยอดเซ็นสัญญาใหม่ทั้งหมด (TCV)$2.918B+6%–
ยอดเซ็นใหม่ เอกชนสหรัฐ$1.463B+11%–
สัญญาที่เหลือทั้งหมด (RDV)$13.4B+55%+2%
สัญญาที่เหลือ เอกชนสหรัฐ$6.517B+79%+4%
สัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ (RPO)$4.9B+88%เท่าเดิม

จากคำพูดของซีเอฟโอและประกาศผลประกอบการ · ยอดเซ็นใหม่เอกชนสหรัฐ 12 เดือนล่าสุด $6.114B โต 62%

ซีเอฟโออธิบายว่าไตรมาสนี้มีสัญญาระดับหลายสิบล้านดอลลาร์หลายดีลที่อายุสั้นกว่าปกติ เพราะลูกค้ารีบเริ่มใช้ Sovereign AI ก่อน และบริษัทคาดว่าเมื่อเวลาผ่านไปสัญญาจะยาวขึ้นและใหญ่ขึ้น ซีอีโอก็พูดตรงกันว่าสัญญาสั้นลง แต่ขยายได้เร็วมาก

วิธีอ่านแบบง่ายคือ รายได้ไตรมาสนี้มาจากการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเร็ว แต่ “สต็อกงานในมือ” ที่รอรับรู้เป็นรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้นช้า ถ้าสัญญาสั้นต่อได้และขยายตามที่บริษัทบอก ตัวเลขนี้จะตามขึ้นมา แต่ถ้าไม่ต่อ รายได้ข้างหน้าจะมีงานในมือรองรับน้อยกว่าที่ตัวเลขรายได้ทำให้รู้สึก (ผมวิเคราะห์เอง)

8. กำไรและเงินสด

กำไรและเงินสด ไตรมาส 3 ปี 2026

85%
อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุง
$1.427B
กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุง · อัตรา 62%
$1.216B
เงินสดอิสระปรับปรุง · อัตรา 53%
$10.4B
เงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ · ไม่มีหนี้กู้ยืม

จากประกาศผลประกอบการ · “ปรับปรุง” = ไม่หักค่าตอบแทนพนักงานที่จ่ายเป็นหุ้น

ค่าใช้จ่ายปรับปรุง $887M เพิ่ม 53% จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการจ้างวิศวกรและลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI แต่รายได้โตเร็วกว่ามาก อัตรากำไรจึงขยาย ค่าตอบแทนพนักงานที่จ่ายเป็นหุ้นไตรมาสนี้ $319M หรือราว 14% ของรายได้ เป็นเหตุที่กำไรตามมาตรฐานบัญชี (47%) ต่ำกว่ากำไรปรับปรุง (62%)

กำไรสุทธิ $1.128B สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานเล็กน้อย เพราะมีดอกเบี้ยรับจากเงินสดก้อนใหญ่ราว $89M ในไตรมาสนี้ และภาษีเงินได้ที่บันทึกมีแค่ราว $14M

9. เป้าไตรมาส 4 และทั้งปี

สิ่งที่บริษัทคาด

รายการเป้าหมายเหตุ
รายได้ไตรมาส 4$2.649–2.653Bโตราว 88% จากปีก่อน · 15% จากไตรมาส 3 (ผมคำนวณ)
กำไรดำเนินงานปรับปรุง ไตรมาส 4$1.640–1.644Bอัตราราว 62%
รายได้ทั้งปี 2026$8.530–8.534Bโต 91% · ยกขึ้น 9 จุดจากเป้าไตรมาสก่อน
เอกชนสหรัฐ ทั้งปีมากกว่า $3.559Bโตอย่างน้อย 143%
กำไรดำเนินงานปรับปรุง ทั้งปี$5.245–5.249Bยกขึ้น
เงินสดอิสระปรับปรุง ทั้งปี$4.8–5.0Bยกขึ้น

จากประกาศผลประกอบการ · เป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลจริง

รายได้รายไตรมาส (พันล้านดอลลาร์)

ปีไตรมาส 1ไตรมาส 2ไตรมาส 3ไตรมาส 4
20250.8841.0041.1811.407
20261.6331.9352.313~2.651 (เป้า)

จากงบที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ · ไตรมาส 4 ปี 2026 ใช้กลางช่วงเป้าของบริษัท

10. ราคาหุ้นหลังประกาศงบ

แม้ตัวเลขออกมาแรง แต่ราคาหุ้นไม่ได้ขึ้นตาม วันที่ 2 พ.ย. ก่อนประกาศงบ หุ้นปิดที่ $178.34 ลดลงราว 3% หลังประกาศงบช่วงนอกเวลาซื้อขายลงไปแถว $173 และวันที่ 3 พ.ย. ซึ่งเป็นวันซื้อขายแรกหลังงบ ปิดที่ $175.40 ลดลงอีกราว 1.6% ต้นปี 2026 หุ้นอยู่ที่ราว $168 และจุดสูงสุดในรอบปีอยู่ที่ $209.05

ที่ราคา $175 มูลค่าบริษัทราว $452B (คำนวณจากจำนวนหุ้นแบบรวมสิทธิ 2.574 พันล้านหุ้น) เท่ากับราว 43 เท่าของรายได้ไตรมาส 4 ตามเป้าคูณสี่ และราว 100 เท่าของกำไรสุทธิไตรมาส 3 คูณสี่ บริษัทไม่ได้อธิบายราคาหุ้น ผมเดาไม่ได้ว่าตลาดคิดอะไร แต่ตัวเลขที่ตลาดน่าจะดูคู่กันคือยอดเซ็นสัญญาใหม่ที่โตช้าในข้อ 7 กับมูลค่าที่สูงอยู่แล้ว (ผมวิเคราะห์เอง)

11. มุมผู้ถือหุ้น: ไตรมาสนี้บอกอะไร

ไตรมาสนี้ยืนยันว่าความต้องการใช้ AI ในงานจริงของบริษัทเอกชนในสหรัฐแรงมาก Palantir โตเร่งขึ้นทั้งที่ฐานใหญ่ขึ้น ทำกำไรได้เกินครึ่งของรายได้ และมีเงินสดสุทธิกว่า $10B บริษัทยกเป้าทั้งปีขึ้นอีก 9 จุด

คำถามที่ยังต้องรอคำตอบคือ สัญญาสั้นที่ลูกค้าเซ็นช่วงนี้จะต่อและขยายจริงไหม ตัวเลขที่ใช้ตามดูง่ายที่สุดคือยอดเซ็นสัญญาใหม่ (TCV) และสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ (RPO) ในไตรมาสหน้า ถ้าสองตัวนี้เริ่มโตตามรายได้ แปลว่าสัญญาสั้นต่ออายุจริงตามที่ผู้บริหารบอก

อยากเข้าใจว่า Palantir หาเงินจากอะไร มีความเสี่ยงอะไรที่บริษัทเขียนไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Palantir

12. อีกด้านของเหรียญ

🔭 สิ่งที่ยังไม่รู้ และควรติดตาม

สรุป: ไตรมาส 3 ปี 2026 ของ Palantir รายได้ $2.313B โต 96% และโต 20% จากไตรมาสก่อน เร็วที่สุดตั้งแต่เข้าตลาด ภาคเอกชนสหรัฐ $984M โต 148% แซงรัฐบาลสหรัฐเป็นครั้งแรก รัฐบาลสหรัฐก็โต 96% กำไรสุทธิ $1.128B อัตรากำไรปรับปรุง 62% เงินสดอิสระปรับปรุง $1.216B และมีเงินสดกับพันธบัตร $10.4B บริษัทยกเป้ารายได้ทั้งปีเป็นราว $8.53B โต 91% เรื่องหลักคือ Sovereign AI ที่ให้องค์กรฝึกโมเดลของตัวเองด้วยข้อมูลของตัวเอง จุดที่ต้องจับตาคือยอดเซ็นสัญญาใหม่ที่โตแค่ 6% และสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ที่เท่าเดิมจากไตรมาสก่อน เพราะลูกค้าเซ็นสัญญาสั้นลง และราคาหุ้นที่ลดลงหลังประกาศงบ

ที่มา: การประชุมนักลงทุน Palantir ไตรมาส 3 ปี 2026 (2 พ.ย. 2026) และประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกัน (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) · รายได้รายไตรมาสย้อนหลังจากงบที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ · ราคาหุ้นจาก Yahoo Finance (ปิด 2 และ 3 พ.ย. และช่วงนอกเวลาซื้อขายคืนวันที่ 2) · มูลค่าบริษัท สัดส่วนรายได้ ลูกค้าใหญ่ 20 ราย และการเติบโตของเป้าไตรมาส 4 ผมคำนวณเอง · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ผลประกอบการ ณ 2 พฤศจิกายน 2026 · ราคาหุ้น ณ ราคาปิด 3 พฤศจิกายน 2026

อยากรู้ว่า Palantir หาเงินจากอะไร?

สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Palantir เป็นภาษาไทย อ่านจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ

อ่านภาพรวมบริษัท Palantir →

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026