← กลับหน้าบทความ DaddyInvestor
Industry Deep-Dive · ภาคต่อซีรีส์ Snapdragon

แผนที่ลูกค้า Qualcomm 2026 — ใครจ่ายเงินให้ QCOM และจ่ายค่าอะไร

ปี 2026 Qualcomm ประกาศดีลกับลูกค้ารายใหญ่แทบทุกเดือน ตั้งแต่ Apple, Meta, AWS ไปจนถึง BMW ผมรวบรวมมาจัดเป็น 6 กลุ่มตามประเภทของเงินที่จ่าย พร้อมบอกว่าดีลไหนยืนยันแล้ว ดีลไหนเป็นแค่ข่าว และเงินจะเริ่มเข้าเมื่อไหร่

อ่าน 20 นาที · ตุลาคม 2026 · อ่านได้ทุกระดับ

วันที่ 23 กันยายน 2026 มีงานใหญ่ 2 งานเกิดขึ้นพร้อมกัน ที่ฮาวาย Qualcomm กำลังจัดคีย์โน้ตวันที่สองของงาน Snapdragon Summit ส่วนที่แคลิฟอร์เนีย Mark Zuckerberg ขึ้นเวทีงาน Meta Connect แล้วหยิบแว่น VR หนักราว 100 กรัมขึ้นมาโชว์ แว่นตัวนี้ต่อสายเข้ากับก้อนประมวลผลขนาดเท่ามือถือที่พกใส่กระเป๋า และชิปในก้อนนั้นคือ Snapdragon Reality Elite ชิปตัวใหม่ล่าสุดของ Qualcomm

สามเดือนก่อนหน้านั้น Meta เพิ่งเซ็นข้อตกลงซื้อซีพียูสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์จาก Qualcomm หลายรุ่นต่อเนื่องกัน Cristiano Amon ซีอีโอของ Qualcomm พูดถึงดีลนั้นว่า (ถอดความ) “เราต่อยอดความร่วมมือกับ Meta จากอุปกรณ์ไปสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น”

ลูกค้ารายเดียวที่จ่ายทั้งค่าชิปในแว่นและค่าชิปในเซิร์ฟเวอร์ คือภาพย่อของ Qualcomm ปี 2026 บริษัท “ชิปมือถือ” กำลังขายชิปให้ทุกที่ที่ AI ทำงาน

บทความนี้เป็นภาคต่อของซีรีส์ Snapdragon Summit 2026 (ตอน 1 · ตอน 2) ซึ่งเล่าว่า Qualcomm พูดอะไรบนเวที ตอนนี้จะดูว่าใครจ่ายเงินจริง และจ่ายค่าอะไร ทุกดีลผมเช็คกับประกาศของบริษัทและข่าวหลายสำนัก แล้วติดป้ายไว้ 3 แบบ

ในบทความนี้

  1. Qualcomm หาเงิน 2 ทาง
  2. Meta: ลูกค้าที่จ่ายทั้ง 2 ปลาย
  3. กลุ่ม 1 · ค่าสิทธิบัตร
  4. กลุ่ม 2 · ชิปมือถือ
  5. กลุ่ม 3 · ดาต้าเซ็นเตอร์
  6. กลุ่ม 4 · รถยนต์
  7. กลุ่ม 5-6 · PC และแว่น
  8. เงินจะเข้าเมื่อไหร่
  9. ตารางสถานะทุกดีล
  10. มุมผู้ถือหุ้น
  11. อีกด้านของเหรียญ

🗂️ ศัพท์ธุรกิจชิป แปลเป็นภาษาคน

อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้

QCT
ฝ่ายขายชิปของ Qualcomm ได้เงินตามจำนวนชิปที่ขายออกไป เป็นรายได้ก้อนใหญ่ที่สุดของบริษัท
QTL
ฝ่ายเก็บค่าสิทธิบัตร แบรนด์มือถือที่ใช้เทคโนโลยี 4G/5G ต้องจ่ายค่าใช้สิทธิ์ให้ Qualcomm แม้จะไม่ได้ซื้อชิปของ Qualcomm เลยก็ตาม
Cross-license
การแลกสิทธิ์ใช้สิทธิบัตรกันสองทาง เหมือนเพื่อนบ้านสองหลังแลกกุญแจสำรองกัน
Hyperscaler
บริษัทคลาวด์ยักษ์ที่สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทีละหลายแห่ง เช่น AWS ของ Amazon, Azure ของ Microsoft และ Meta
ชิปสั่งตัด
(custom silicon หรือ ASIC) ชิปที่ออกแบบให้ลูกค้ารายเดียวใช้งานเฉพาะทาง เหมือนสูทสั่งตัด ต่างจากชิปสำเร็จรูปที่ขายทุกคน
Design win
การได้รับเลือกให้ใส่ชิปในสินค้ารุ่นใหม่ของลูกค้า เหมือนสถาปนิกที่ชนะประกวดแบบ ได้งานแล้วแต่ค่าจ้างจะค่อยๆ มาตอนก่อสร้างจริง ซึ่งอาจอีกหลายปี
Warrant
คูปองสิทธิ์ซื้อหุ้นในราคาที่ล็อกไว้ล่วงหน้า ให้ลูกค้าเป็นรางวัลเมื่อซื้อของมาก
LOI
หนังสือแสดงเจตนา บอกว่า “ตั้งใจจะทำ” แต่ยังไม่ผูกพันทางกฎหมาย ยกเลิกได้

1. ก่อนดูรายชื่อ: Qualcomm หาเงิน 2 ทาง

ก่อนจะไล่ดูว่าใครเป็นลูกค้า ต้องเข้าใจก่อนว่าลูกค้าแต่ละรายจ่ายเงินให้ Qualcomm คนละแบบ รายงานประจำปีของบริษัทแบ่งธุรกิจเป็น 2 ฝ่ายที่หาเงินด้วยกลไกต่างกันสิ้นเชิง

ฝ่ายแรกคือ QCT ขายชิป ได้เงินตามจำนวนชิปที่ส่งออกไป ถ้ามือถือที่ใช้ Snapdragon ขายดี QCT ก็ได้เงินมาก ถ้าลูกค้าหันไปใช้ชิปของตัวเอง รายได้ส่วนนี้ก็หายไปทันที ฝ่ายที่สองคือ QTL เก็บค่าสิทธิบัตร Qualcomm ถือสิทธิบัตรเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายจำนวนมาก แบรนด์มือถือที่ขายเครื่อง 4G หรือ 5G จึงต้องจ่ายค่าใช้สิทธิ์ ซึ่งคิดจากราคาขายของเครื่อง ไม่ได้คิดจากราคาชิป

ถ้าเปรียบเป็นร้านอาหาร QCT คือการขายเครื่องครัวให้ร้านอื่น ขายได้เท่าไหร่ก็ได้เงินเท่านั้น ส่วน QTL คือการเป็นเจ้าของสูตรอาหารต้นตำรับ ร้านไหนทำเมนูนี้ขายต้องจ่ายค่าสูตรทุกจาน แม้จะซื้อเครื่องครัวจากที่อื่นก็ตาม นี่คือเหตุผลที่ Apple ซึ่งกำลังเลิกใช้ชิปโมเด็มของ Qualcomm ยังต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรต่อไป

ตัวเลขไตรมาสล่าสุด (เมษายนถึงมิถุนายน 2026 หรือไตรมาส 3 ของปีงบ 2026) ที่ Qualcomm ประกาศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม แสดงภาพที่น่าสนใจมาก คือรายได้รวมราว 9.9 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย แต่ข้างในเปลี่ยนไปเยอะ

$5.1B
📱 ชิปมือถือ ลดลง 20% จากปีก่อน
$1.6B
🚗 ชิปรถยนต์ เพิ่มขึ้น 61%
$1.8B
🔌 IoT (รวม PC แว่น โรงงาน) เพิ่มขึ้น 9%
$1.3B
📜 ค่าสิทธิบัตร (QTL) กำไรก่อนภาษีราว 69% ของรายได้

สรุปคือ มือถือยังใหญ่สุดแต่กำลังหด รถโตเร็ว (โตเกิน 10% ติดกัน 23 ไตรมาส ตามที่บริษัทบอก) ส่วนค่าสิทธิบัตรก้อนเล็กกว่าแต่กำไรสูงสุด เพราะแทบไม่มีต้นทุนผลิต

2. Meta: ลูกค้าที่จ่ายเงินทั้ง 2 ปลาย

Meta ไม่ใช่ลูกค้าหน้าใหม่ ความสัมพันธ์เริ่มจากแว่น VR ตระกูล Quest ตั้งแต่ปี 2022 ทั้งสองเซ็นข้อตกลงหลายปีให้ Qualcomm ทำชิป Snapdragon XR ที่ปรับแต่งให้ Quest โดยเฉพาะ (🕰️ ดีลเก่า) จากนั้นก็ขยายมาที่แว่นอัจฉริยะ ซึ่งเป็นสินค้าที่ Meta ขายดีที่สุดในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ตอนนี้

ปลายแรก: ชิปในอุปกรณ์ที่อยู่บนหน้าเรา

Snapdragon Reality Elite คือชิปเรือธงสำหรับแว่นและเฮดเซ็ตที่ Qualcomm เปิดตัวเดือนมิถุนายน 2026 ต่อจาก XR2+ Gen 2 ใน Galaxy XR ของ Samsung ถ้าเทียบกับ AR1 ในแว่น Ray-Ban ที่เน้นเบาและประหยัดไฟ Reality Elite ก็เหมือนเครื่องยนต์รถสปอร์ตเทียบกับมอเตอร์จักรยานไฟฟ้า

ปลายที่สอง: ซีพียูในดาต้าเซ็นเตอร์ของ Meta

วันที่ 24 มิถุนายน 2026 ในงานพบนักลงทุน (Investor Day) Qualcomm กับ Meta ประกาศข้อตกลงหลายรุ่นต่อเนื่อง ให้ Qualcomm เป็นผู้จัดหาซีพียูสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ รุ่นแรกชื่อ Dragonfly C1000 จะใช้ในเซิร์ฟเวอร์รุ่นถัดไปของ Meta และเริ่มผลิตในครึ่งหลังของปี 2028 ✅ ประกาศนี้ไม่ได้เปิดเผยมูลค่า จำนวน หรือจำนวนรุ่นที่ครอบคลุม แต่สำคัญเพราะเป็นลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่รายแรกที่ประกาศชื่อเปิดเผยของซีพียูตระกูลนี้

Meta จ่ายเงินให้ Qualcomm ที่ไหนบ้าง

ปลายที่ 1 · บนตัวคน
👓 ชิปในแว่น

Quest ใช้ XR2 · แว่น Ray-Ban และ Display ใช้ AR1 · แว่น VR ตัวใหม่ใช้ Reality Elite · เงินเข้าแล้วทุกเครื่องที่ขายได้ บันทึกในกลุ่ม IoT

ปลายที่ 2 · ในดาต้าเซ็นเตอร์
🖥️ ซีพียูเซิร์ฟเวอร์

Dragonfly C1000 สำหรับเซิร์ฟเวอร์รุ่นถัดไป · หลายรุ่นต่อเนื่อง · เริ่มผลิตครึ่งหลังปี 2028 · ยังไม่มีรายได้ตอนนี้

ตรงกลางคือ AI ของ Meta เองที่ชื่อ Muse ซึ่งทำงานทั้งบนแว่นและบนเซิร์ฟเวอร์ — ยิ่งคนใช้ AI บนตัวมาก ยิ่งต้องการชิปทั้งสองฝั่ง

สรุปจากประกาศของ Meta, Qualcomm และข่าวงาน Connect 2026 · ข้อตกลง Quest เป็นของปี 2022 · Meta ไม่ได้บอกว่า Muse จะรันบนซีพียูของ Qualcomm ข้อความตรงกลางคือการอธิบายภาพรวมของผม

Muse ไม่ใช่สินค้าของ Qualcomm แต่เป็นชื่อ AI ของ Meta เอง เริ่มจากโมเดล Muse Spark ที่ทีม Meta Superintelligence Labs ปล่อยเมื่อเมษายน 2026 ตามด้วยผู้ช่วยส่วนตัว Muse (กันยายน) ที่ทำธุระหลายขั้นตอนแทนเรา ตอนนี้รันบนคลาวด์ เปิดในสหรัฐก่อน ส่วนบนแว่น Meta บอกว่าจะมา “ในอีกไม่กี่เดือน”

แต่ Meta ไม่ได้ฝากไข่ไว้ตะกร้าเดียว — ปี 2023 Meta ประกาศให้ MediaTek ช่วยทำชิปสั่งตัดสำหรับแว่น AR รุ่นอนาคต และมีทีมออกแบบชิปของตัวเอง (เช่นชิป AI ในดาต้าเซ็นเตอร์ชื่อ MTIA) ถึงวันนี้ยังไม่มีแว่นของ Meta ที่ยืนยันว่าใช้ชิป MediaTek แต่ตัวเลือกนี้เตรียมไว้แล้ว

3. กลุ่ม 1 · ค่าสิทธิบัตร: Apple, Samsung, Huawei และ Nokia

กลุ่มนี้คือ “เจ้าของสูตรอาหาร” ที่เล่าไว้ข้างบน ข่าวใหญ่ปี 2026 มี 2 เรื่อง และมีอีก 2 เรื่องที่มักถูกเล่าปนกันจนสับสน

Apple ✅ — วันที่ 24 กันยายน 2026 สองวันหลังคีย์โน้ตวันแรกของ Snapdragon Summit ทั้งสองบริษัทประกาศต่อสัญญาสิทธิบัตรฉบับใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2027 ต่อจากสัญญาเดิมที่หมดเดือนมีนาคม 2027 แต่ไม่เปิดเผยระยะเวลาและตัวเงิน ต้องแยกให้ออกว่านี่คือค่าสิทธิบัตร คนละเรื่องกับการซื้อชิปโมเด็มที่ Apple กำลังเลิก (กลุ่ม 2) ฝั่ง QTL จึงต่อเนื่อง แต่ฝั่งขายชิปไม่ได้กลับมา

Samsung 🕰️ — ที่เล่ากันว่า “ปี 2026 Samsung เซ็นสัญญาถึงปี 2030” ไม่ตรงนัก สัญญานี้เซ็นตั้งแต่กรกฎาคม 2022 ต่อสิทธิบัตรไปถึงสิ้นปี 2030 พร้อมให้ใช้ Snapdragon ใน Galaxy รุ่นท็อปต่อเนื่องหลายปี ปีนี้จึงแค่ยังมีผลอยู่

Huawei ✅ (รออนุมัติ) — ข่าวสดที่สุดในบทความนี้ วันที่ 5 ตุลาคม 2026 ทั้งสองประกาศสัญญาสิทธิบัตรหลายปี แบบแลกสิทธิ์กันสองทาง (cross-license) ครอบคลุม 5G คอมพิวเตอร์ AI และเครือข่าย และ Qualcomm ยังซื้อสิทธิบัตรสหรัฐบางส่วนของ Huawei ด้วย Reuters รายงานว่าเป็นฉบับแรกของสองบริษัทที่ครอบคลุม 5G ไม่เปิดเผยตัวเงิน และยังต้องรอหน่วยงานกำกับของสหรัฐอนุมัติ

เรื่อง Huawei น่าสนใจเพราะเคยเป็นลูกค้าซื้อชิปรายใหญ่ แต่หลังสหรัฐเพิกถอนใบอนุญาตส่งออกชิป 4G ในเดือนพฤษภาคม 2024 Qualcomm ก็เขียนในรายงานประจำปีว่าไม่คาดว่าจะมีรายได้จากการขายชิปให้ Huawei อีก ความสัมพันธ์จึงเหลือแค่เรื่องสิทธิบัตร ดีลใหม่ต่างจากข้อตกลงปี 2020 ตรงที่เป็นการแลกกันสองทาง สะท้อนว่า Huawei กลายเป็นเจ้าของสิทธิบัตร 5G รายใหญ่ไปแล้ว และข่าวต่อสัญญากับ Apple กับเซ็นกับ Huawei ในปีเดียวกัน ก็ปิดความเสี่ยงสองก้อนใหญ่ของฝั่ง QTL ไปได้

Nokia ❓ — ชื่อนี้มักโผล่มาในรายชื่อพาร์ตเนอร์ แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น ปี 2008 ทั้งสองยุติคดีสิทธิบัตรด้วยสัญญา 15 ปีที่ให้ Nokia ใช้สิทธิบัตรของ Qualcomm ในมือถือและอุปกรณ์เครือข่าย Nokia ขายธุรกิจมือถือไปตั้งแต่ปี 2014 สัญญานี้น่าจะครบกำหนดราวปี 2023 แต่ผมหาประกาศต่อสัญญาไม่เจอ (อาจต่อโดยไม่ประกาศ) ที่เห็นช่วงหลังคืองานวิจัย 6G ร่วมกับ Nokia Bell Labs ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเทคนิค ไม่ใช่ดีลซื้อขาย

สัญญาสิทธิบัตรของลูกค้ารายใหญ่ ตอนนี้อยู่ตรงไหน

🍎 Apple
ต่อสัญญาใหม่ (ประกาศ 24 ก.ย. 2026) ไม่เปิดเผยระยะเวลาและตัวเงิน
มีผล เม.ย. 2027
📱 Samsung
สัญญาที่ต่อไว้ตั้งแต่ปี 2022 ยังมีผลอยู่
ถึงสิ้นปี 2030
🌐 Huawei
สัญญาหลายปีแบบแลกสิทธิ์กัน + Qualcomm ซื้อสิทธิบัตรสหรัฐบางส่วน
รออนุมัติ
📡 Nokia
สัญญา 15 ปีจากปี 2008 · ไม่พบประกาศต่อสัญญา · ร่วมวิจัย 6G
ไม่มีข้อมูลใหม่

จากประกาศของ Qualcomm, Apple, Samsung (2022) และ Huawei · ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2026 · สัญญาสิทธิบัตรส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยตัวเงิน จึงประเมินผลต่อรายได้จากภายนอกได้ยาก

4. กลุ่ม 2 · ชิปมือถือ: ใหญ่ที่สุด แต่กำลังหด

ชิปมือถือคือก้อนที่ใหญ่ที่สุดของ Qualcomm ในปีงบ 2025 มือถือคิดเป็นราว 7 ใน 10 ของรายได้จากการขายชิป และรายงานประจำปีที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐระบุว่ามีลูกค้า 3 รายที่จ่ายเงินตั้งแต่ 10% ของรายได้ทั้งบริษัทขึ้นไป คือ Apple, Samsung และ Xiaomi สัดส่วนของสามรายนี้คือ 21%, 20% และ 13% (รวมทั้งค่าชิปและค่าสิทธิบัตร บริษัทไม่บอกว่าตัวเลขไหนเป็นของใคร) รวมกันเกินครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด และทั้งสามรายกำลังเดินไปคนละทิศ

ต่ำกว่า 20%
🍎 สัดส่วน iPhone 18 ที่ใช้โมเด็ม Qualcomm (บริษัทบอกว่าต่ำกว่าที่เคยคาดไว้มาก)
ราว 7 ใน 10
📱 Galaxy S26 ที่ใช้ Snapdragon (รายงานข่าว ส่วนที่เหลือใช้ Exynos)
เครื่องแรก
🇨🇳 Xiaomi 18 Pro เป็นมือถือรุ่นแรกที่ใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 6

Apple: ถอยเร็วกว่าที่คาด ✅ — Apple เริ่มใส่โมเด็มที่ออกแบบเอง (C1) ใน iPhone 16e ตั้งแต่ต้นปี 2025 และรายงานประจำปีของ Qualcomm เขียนไว้ตรงๆ ว่าคาดว่า Apple จะใช้โมเด็มของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ในการแถลงผลประกอบการวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ผู้บริหารการเงินของ Qualcomm บอกว่าสัดส่วนใน iPhone 18 จะต่ำกว่าประมาณ 20% ที่เคยคาดไว้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะปัญหาการจัดหาชิปในอุตสาหกรรมทำให้ Apple เร่งเปลี่ยนไปใช้โมเด็มรุ่นใหม่ของตัวเองเร็วขึ้น เปรียบได้ว่าลูกค้ารายใหญ่กำลังสร้างครัวของตัวเอง แต่ยังจ่ายค่าสูตรต่อ

Samsung: ยังใช้ แต่ทำชิปเองมากขึ้น 📰 — Samsung มีชิปของตัวเองชื่อ Exynos มานาน และสลับใช้กับ Snapdragon ตามรุ่นและประเทศ รายงานข่าวช่วงพฤษภาคม 2026 บอกว่า Galaxy S26 ใช้ Snapdragon มากกว่า 70% ของทั้งซีรีส์ โดยรุ่นท็อป Ultra ที่ขายดีที่สุดใช้ Snapdragon ทั่วโลก ส่วนรุ่นเล็กใช้ Exynos ในหลายประเทศ และมีรายงานว่ารุ่นถัดไป Exynos อาจขยับขึ้นไปถึงราวครึ่งหนึ่ง ทั้งหมดเป็นตัวเลขจากสื่อ ไม่ได้รับการยืนยัน

Xiaomi: ลูกค้าที่โตไปพร้อมกัน 🕰️ + ✅ — สัญญาหลายปีที่ให้ Xiaomi ใช้ Snapdragon ในมือถือเรือธงเซ็นตั้งแต่พฤษภาคม 2025 ไม่ใช่ปี 2026 ส่วนของใหม่ปีนี้คือ Xiaomi 18 Pro เป็นมือถือรุ่นแรกที่วางขายพร้อมชิป Snapdragon 8 Elite Gen 6 (ชิปที่เล่าไว้ในตอน 1) แต่ Xiaomi ก็เริ่มออกแบบชิปเองแล้ว (XRING O1 ปี 2025)

สรุปคือลูกค้ารายใหญ่ทุกรายกำลังสร้างทางเลือกของตัวเอง Qualcomm ตอบด้วยการทำชิปรุ่นท็อปให้แรงจนลูกค้าทำเองตามไม่ทัน และหารายได้จากกลุ่ม 3 ถึง 6 มาชดเชย

5. กลุ่ม 3 · ดาต้าเซ็นเตอร์: จากเกือบศูนย์สู่เป้า 1.5 หมื่นล้าน

กลุ่มนี้คือเดิมพันที่ใหญ่ที่สุด ในงาน Investor Day เดือนมิถุนายน Qualcomm ตั้งเป้ารายได้จากดาต้าเซ็นเตอร์ราว 5 พันล้านดอลลาร์ในปีงบ 2027 และมากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบ 2029 ทั้งที่วันนี้แทบยังไม่มีรายได้ บริษัทบอกว่ามี hyperscaler 2 รายสั่งชิปสั่งตัดรายละกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ เริ่มส่งของปลายปี 2026 แต่ไม่บอกชื่อ ส่วนรายที่ประกาศชื่อแล้วมีดังนี้

ลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ ซื้ออะไร และเริ่มเมื่อไหร่

ลูกค้าซื้ออะไรเริ่มเมื่อไหร่สถานะ
Metaซีพียู Dragonfly C1000 หลายรุ่นต่อเนื่องผลิตครึ่งหลังปี 2028✅ ไม่เปิดเผยมูลค่า
Microsoft Azureระบบ HBC สำหรับรัน AI (รุ่นแรกคู่กับ AI250)ตัวอย่างกลางปี 2027✅ ประกาศในงาน Investor Day
AWS (Amazon)ชิปสั่งตัดสำหรับรัน AI + สายเชื่อมสัญญาณแสง 1.6Tหลายรุ่นต่อเนื่อง✅ มีเอกสารยื่น ก.ล.ต.
HUMAIN (ซาอุดีอาระเบีย)ระบบ AI200/AI250 ขนาด 200 เมกะวัตต์เริ่มปี 2026 ตามประกาศ🕰️ ประกาศ ต.ค. 2025 ยังไม่มีอัปเดต
ByteDanceชิปสั่งตัดสำหรับ AIไม่ทราบ📰 Bloomberg ว่าสั่งแล้ว Reuters ว่ายังเจรจา

จากประกาศของ Qualcomm, Meta, เอกสาร 8-K วันที่ 8 ก.ย. 2026 และข่าวหลายสำนัก · ข่าว ByteDance ยังไม่มีบริษัทไหนยืนยัน จึงยังไม่ควรนับเป็นลูกค้า

Microsoft Azure กับ HBC — HBC (High Bandwidth Compute) คือสถาปัตยกรรมใหม่ที่ Qualcomm เปิดตัวในงานเดียวกัน วางชิปประมวลผลไว้ใต้กองหน่วยความจำโดยตรง เหมือนพ่อครัวที่ยืนใต้ชั้นวางวัตถุดิบพอดี เอื้อมหยิบได้ทันที ไม่ต้องเดินไปห้องเก็บของ เหมาะกับงานตอบคำถามของ AI ที่ต้องดึงข้อมูลมหาศาลตลอดเวลา สื่อหลายสำนักรายงานว่า Azure จะนำไปใช้ รุ่นแรกมีกำหนดส่งตัวอย่างราวกลางปี 2027

AWS กับ “คูปองหุ้น” — ดีลเดียวที่มีตัวเลขในเอกสารทางการ วันที่ 8 กันยายน 2026 Qualcomm ยื่นเอกสาร 8-K ต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ เรื่องร่วมมือกับ AWS ทำชิปสั่งตัดสำหรับ AI และระบบเชื่อมต่อด้วยแสง พร้อมออก warrant ให้บริษัทในเครือ Amazon ซึ่งทำงานแบบนี้

คูปองหุ้นที่ Qualcomm ให้ Amazon ทำงานยังไง

ได้คูปองก้อนแรก
3.75 ล้านหุ้น

ปลดล็อกทันทีตอนออกคูปอง จากคำมั่นสั่งซื้อเริ่มต้นของ Amazon

เหมือน แต้มต้อนรับ ตอนสมัครบัตรสมาชิก
ซื้อเพิ่ม ปลดล็อกเพิ่ม
รวมสูงสุด 25 ล้านหุ้น

ปลดล็อกเป็นขั้นตามสัญญาที่เซ็น คำสั่งซื้อที่ผูกพัน และยอดจ่ายจริง นับยอดได้สูงสุด 6 หมื่นล้านดอลลาร์

เหมือน สะสมแต้ม ยิ่งซื้อมากยิ่งได้มาก
ใช้สิทธิ์ซื้อหุ้น
ราคา $161.26 · ถึงปี 2036

Amazon ซื้อหุ้น Qualcomm ได้ที่ราคานี้ ถ้าหุ้นขึ้นไปสูงกว่า ส่วนต่างคือกำไรของ Amazon

เหมือน คูปองล็อกราคา ที่ยิ่งของแพงขึ้นยิ่งคุ้ม

ตัวเลขทั้งหมดจากเอกสาร 8-K ของ Qualcomm ลงวันที่ 8 ก.ย. 2026 · คูปองยังไม่ให้สิทธิ์ออกเสียงจนกว่าจะใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นจริง

นี่คือเหตุที่พาดหัวข่าวไม่ตรงกัน บ้างเขียน “ดีล 4 พันล้านดอลลาร์” บ้างเขียน “ดีล 6 หมื่นล้านดอลลาร์” ทั้งสองตัวเลขไม่ใช่มูลค่าสัญญา ตัวเลข 4 พันล้านคือ 25 ล้านหุ้นคูณราคาใช้สิทธิ์ หรือเงินที่ Amazon ต้องจ่ายถ้าใช้สิทธิ์ครบ ส่วน 6 หมื่นล้านคือเพดานของยอดซื้อที่นำมานับปลดล็อกคูปอง ไม่ได้แปลว่า Amazon สัญญาว่าจะซื้อเท่านั้น (ผมอธิบายเพิ่มเอง)

ทำไมต้องให้คูปอง ลูกค้าระดับ AWS มีทางเลือกมาก ทั้ง NVIDIA และชิปที่ Amazon ออกแบบเอง หุ้นราคาล็อกคือการบอกว่า “ซื้อจากเราเยอะ คุณจะได้ประโยชน์ตอนหุ้นเราขึ้นด้วย” แต่ก็มีต้นทุน ซึ่งจะเล่าในหัวข้ออีกด้านของเหรียญ

6. กลุ่ม 4 · รถยนต์: เซ็นวันนี้ เงินเข้าอีกหลายปี

ถ้าดาต้าเซ็นเตอร์คือเดิมพันใหม่ รถยนต์คือเดิมพันที่เริ่มเห็นผลแล้ว รายได้ชิปรถไตรมาสล่าสุดราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ โตกว่า 60% จากปีก่อน ในงาน Investor Day บริษัทขยับเป้าปีงบ 2029 ขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (จากเดิม 8 พันล้าน) และบอกว่ามีงานที่ชนะประกวดแล้ว (design-win pipeline) มูลค่ารวมราว 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ปีนี้มี 2 ดีลใหญ่

BMW ✅ — วันที่ 29 กรกฎาคม 2026 BMW เลือก Qualcomm เป็นผู้จัดหาชิปประมวลผลหลักทั้งระบบหน้าจอในรถ (cockpit) และระบบช่วยขับ/ขับขี่อัตโนมัติ สำหรับรถรุ่นต่อๆ ไปตลอดทศวรรษหน้า ปกติสองระบบนี้มักใช้ชิปคนละเจ้า ได้ทั้งคู่จึงเป็นชัยชนะใหญ่ และ BMW iX3 ก็ใช้ระบบช่วยขับ Snapdragon Ride Pilot มาตั้งแต่ปลายปี 2025 แล้ว ตัวเงินไม่เปิดเผย

Stellantis ✅ — เจ้าของแบรนด์ Jeep, Peugeot, Fiat และอีกหลายยี่ห้อ ประกาศเมื่อ 21 พฤษภาคม 2026 ว่าจะขยายการใช้ Snapdragon Digital Chassis (ชุดชิปสำหรับรถครบวงจร) และระบบช่วยขับของ Qualcomm ไปทั่วทั้งเครือ พ่วงด้วยหนังสือแสดงเจตนา (LOI) ที่ยังไม่ผูกพันเรื่องการย้าย aiMotive บริษัทซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติในเครือ Stellantis มาอยู่กับ Qualcomm ส่วนที่เป็น LOI จึงยังต้องรอดูว่าจะเกิดจริงไหม

ทำไมดีลรถที่เซ็นวันนี้ ยังไม่เป็นเงินวันนี้

ชนะประกวดแบบ
design win

ค่ายรถเลือกชิปสำหรับรถรุ่นที่ยังไม่ได้สร้าง เช่นดีล BMW และ Stellantis ปีนี้

เหมือน สถาปนิกชนะประกวด ได้งานแต่ยังไม่ได้ค่าจ้าง
พัฒนาและทดสอบ
หลายปี

ออกแบบรถรอบชิป เขียนซอฟต์แวร์ ทดสอบความปลอดภัย ซึ่งรถใช้เวลานานกว่ามือถือมาก

เหมือน ช่วงก่อสร้าง ที่ใช้เวลานานกว่าออกแบบ
รถออกขาย
รายได้ต่อคัน

ได้เงินทุกคันที่ผลิต และรถรุ่นหนึ่งมักขายต่อเนื่องหลายปี

เหมือน ค่าเช่ารายเดือน ที่เก็บได้นานเมื่อบ้านเสร็จ

อธิบายหลักการทั่วไปของธุรกิจชิปรถยนต์ (ผมอธิบายเพิ่มเอง) · ตัวเลข pipeline 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์คือมูลค่าที่บริษัทประเมินจากงานที่ชนะแล้ว ไม่ใช่ยอดสั่งซื้อที่ผูกพัน

7. กลุ่ม 5-6 · PC และแว่น: ประตูใหม่ที่เพิ่งเปิด

สองกลุ่มนี้รายงานรวมอยู่ในกลุ่ม IoT ซึ่งมีรายได้ราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด Qualcomm ไม่ได้แยกตัวเลขของ PC หรือแว่นให้เห็น เราจึงดูได้แค่ว่ามีใครเป็นลูกค้าบ้าง

💻 PC

Qualcomm ยังเป็นรายเล็กในตลาด PC เมื่อเทียบกับ Intel และ AMD แต่ปีนี้มีให้เลือกถึง 3 ระบบปฏิบัติการ จากเดิมที่มีแค่ Windows

👓 แว่นและ XR (นอกจาก Meta)

เห็นได้ว่าในตลาดแว่น Qualcomm แทบจะเป็น “ผู้ขายจอบให้คนขุดทอง” ไม่ว่า Meta, Google, Samsung หรือ XREAL จะชนะ ส่วนใหญ่วันนี้ก็ใช้ชิป Snapdragon อยู่ดี ความเสี่ยงอยู่ที่ว่าถ้าตลาดนี้ใหญ่จริง ลูกค้ารายใหญ่ก็มีแรงจูงใจจะทำชิปเองแบบเดียวกับมือถือ

8. เงินจากดีลเหล่านี้จะเข้าเมื่อไหร่

นี่คือส่วนที่ข่าวพาดหัวมักไม่บอก ดีลส่วนใหญ่ที่ประกาศในปี 2026 ยังไม่เป็นรายได้ในปีนี้ ถ้าเรียงตามเวลาจะได้ภาพแบบนี้

ปฏิทินเงินเข้าจากดีลลูกค้าปี 2026

  1. ปลายปี 2026ลูกค้าชิปสั่งตัด 2 รายที่ไม่เปิดชื่อเริ่มรับของ · AWS ปลดล็อกคูปองก้อนแรกแล้ว · สัดส่วนโมเด็มใน iPhone ลดลงแรง · ดีล Huawei รออนุมัติ
  2. 2027สัญญาสิทธิบัตร Apple ฉบับใหม่มีผล 1 เม.ย. · แว่น VR ของ Meta วางขายฤดูใบไม้ผลิ · ตัวอย่างระบบ HBC สำหรับ Azure ราวกลางปี · เป้ารายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ราว 5 พันล้านดอลลาร์ในปีงบนี้
  3. 2028ซีพียู Dragonfly C1000 สำหรับ Meta เริ่มผลิตครึ่งหลังของปี
  4. ปีงบ 2029เป้ารายได้นอกมือถือ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ · ดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า 1.5 หมื่นล้าน · รถยนต์ 1 หมื่นล้าน · มือถือเหลือราว 1 ใน 3 ของรายได้ชิป
  5. 2030 และหลังจากนั้นสัญญาสิทธิบัตร Samsung ครบกำหนดสิ้นปี 2030 · ชิปในรถ BMW ตลอดทศวรรษหน้า · คูปองหุ้นของ AWS หมดอายุ ก.ย. 2036

วันที่จากประกาศของบริษัทและเอกสาร 8-K · ตัวเลขปีงบ 2027 และ 2029 เป็นเป้าหมายของบริษัทที่ประกาศในงาน Investor Day 24 มิ.ย. 2026 ไม่ใช่ผลงานจริง · ปีงบของ Qualcomm สิ้นสุดราวปลายเดือนกันยายน

อ่านจากปฏิทินนี้จะเห็นว่า ช่วงปี 2026-2027 เป็นช่วงที่ก้อนเก่าหดก่อนก้อนใหม่โต รายได้โมเด็มจาก Apple หายเร็วขึ้น ในขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ยังอยู่ในขั้นส่งตัวอย่าง ตัวเลขรายไตรมาสช่วงนี้จึงอาจดูไม่สวย แม้ดีลใหม่จะประกาศออกมาเรื่อยๆ

9. ตารางสถานะทุกดีลในบทความนี้

ไว้เช็คเร็วๆ ว่าข่าวที่เห็นในโซเชียลเป็นของใหม่หรือของเก่า

ดีลไหนยืนยันแล้ว ดีลไหนเป็นข่าว ดีลไหนเป็นของเก่า

ลูกค้าเรื่องเมื่อไหร่สถานะ
Appleต่อสัญญาสิทธิบัตรก.ย. 2026✅ ยืนยัน
Samsungสัญญาสิทธิบัตรถึงปี 2030ก.ค. 2022🕰️ ดีลเก่า
Huaweiสัญญาสิทธิบัตรแบบแลกกัน + ขายสิทธิบัตรต.ค. 2026✅ รออนุมัติ
Nokiaสัญญาสิทธิบัตร 15 ปี2008🕰️ ไม่พบการต่อสัญญา
Xiaomiสัญญาหลายปีใช้ Snapdragonพ.ค. 2025🕰️ ดีลเก่า
Metaซีพียูดาต้าเซ็นเตอร์ Dragonflyมิ.ย. 2026✅ ยืนยัน
Metaแว่น VR ใช้ Reality Eliteก.ย. 2026✅ ยืนยัน
MicrosoftAzure ใช้ HBCมิ.ย. 2026✅ ประกาศในงานนักลงทุน
MicrosoftCopilot+ PC รุ่นแรกใช้ X Elite2024🕰️ ดีลเก่า
AWSชิปสั่งตัด AI + คูปองหุ้น 25 ล้านหุ้นก.ย. 2026✅ มีเอกสาร 8-K
ByteDanceสั่งชิปสั่งตัดพ.ค. 2026📰 ยังไม่ยืนยัน
BMWผู้จัดหาชิปหลักตลอดทศวรรษหน้าก.ค. 2026✅ ยืนยัน
StellantisDigital Chassis ทั้งเครือ + LOI aiMotiveพ.ค. 2026✅ ยืนยัน (ส่วน LOI ยังไม่ผูกพัน)

ตรวจกับประกาศของบริษัท เอกสารที่ยื่น ก.ล.ต.สหรัฐ และข่าวหลายสำนัก ณ 9 ตุลาคม 2026 · “ยืนยัน” หมายถึงบริษัทประกาศเอง ไม่ได้แปลว่ารู้มูลค่าของดีล

10. มุมผู้ถือหุ้น: ส่วนผสมของรายได้กำลังเปลี่ยน

ถ้าเอาลูกค้าทั้งหมดมาวางรวมกัน เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนถือหุ้น Qualcomm ไม่ใช่ดีลไหนดีลหนึ่ง แต่คือส่วนผสมของรายได้ที่บริษัทตั้งใจจะเปลี่ยน เป้าหมายที่ประกาศในงาน Investor Day สรุปได้ 4 ตัวเลข (ทั้งหมดเป็นเป้าของปีงบ 2029)

$40B
รายได้ชิปนอกมือถือ (เป้าเดิมราว $22B)
>$15B
ดาต้าเซ็นเตอร์ จากเกือบศูนย์ในวันนี้
$10B
รถยนต์ (เป้าเดิม $8B)
~1 ใน 3
สัดส่วนมือถือในรายได้ชิป (ปีงบ 2025 ราว 7 ใน 10)
  1. ลดการพึ่งพาลูกค้าไม่กี่ราย — ปีงบ 2025 Apple, Samsung และ Xiaomi รวมกันคิดเป็นเกินครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งบริษัท และทั้งสามรายกำลังทำชิปของตัวเอง การกระจายไปหา Meta, AWS, Microsoft, BMW และ Stellantis จึงเป็นการแตกลูกค้าให้กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่หารายได้เพิ่ม
  2. ดีลมีหลายเกรด — ดีลที่มีตัวเลขในเอกสารทางการ (AWS) น่าเชื่อถือกว่าดีลที่ประกาศแค่ความร่วมมือ (Meta, BMW, Azure ไม่บอกมูลค่า) และดีลที่ยังเป็นหนังสือแสดงเจตนาหรือข่าวลือ (aiMotive, ByteDance) ยังไม่ควรนับ เวลาอ่านข่าวลูกค้าใหม่ คำถามแรกคือ “มีตัวเลขไหม และผูกพันแค่ไหน”

อยากเห็นว่าบริษัทอธิบายธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของตัวเองในรายงานประจำปีว่าอย่างไร อ่านต่อได้ในภาพรวมบริษัท QCOM ซึ่งสรุปจากเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐเป็นภาษาไทย

11. อีกด้านของเหรียญ

🔭 สิ่งที่ยังไม่รู้ และควรติดตาม

สรุป: ปี 2026 Qualcomm ไม่ได้แค่หาลูกค้าใหม่ แต่กำลังเปลี่ยน “ใคร” ที่จ่ายเงินให้บริษัท จากแบรนด์มือถือไม่กี่ราย ไปเป็น hyperscaler ค่ายรถ และผู้ผลิตแว่น โดยมีค่าสิทธิบัตรเป็นฐานรองรับ — ดีลใหม่มีจริงและหลายดีลยืนยันแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่บอกตัวเงิน และเงินก้อนใหญ่จะเริ่มเข้าปี 2027-2028 ขณะที่รายได้ก้อนเก่าจาก Apple กำลังหายเร็วกว่าที่คาด
อ่านต่อ · ซีรีส์ Snapdragon Summit 2026 ตอน 1: มือถือกำลังกลายเป็นเลขาส่วนตัว → ยุคเอเจนต์คืออะไร · ทำไมมือถือยังเป็นศูนย์กลาง · ชิปใหม่ 2 รุ่น · ต่อด้วยตอน 2 เรื่องแว่น หูฟัง PC และซอฟต์แวร์

ที่มา: ประกาศของ Qualcomm (ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีงบ 2026, Investor Day, Apple, Meta, BMW, Xiaomi), เอกสาร 8-K เรื่อง warrant ของ Amazon (8 ก.ย. 2026), ประกาศของ Huawei, Stellantis และ Samsung (2022) · ข้อมูลอุปกรณ์ของ Meta จากงาน Connect 2026 และหน้าอุปกรณ์ของ Qualcomm · สัดส่วนชิปใน Galaxy S26 และข่าว ByteDance มาจากสื่อ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน) · สัดส่วนรายได้จากลูกค้ารายใหญ่และจากจีน รวมถึงความเสี่ยงเรื่อง Apple, Huawei และลูกค้าที่ทำชิปเอง มาจากรายงานประจำปีปีงบ 2025 (10-K) ของ Qualcomm และหน้าภาพรวมบริษัท · คำพูดของผู้บริหารเป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 9 ตุลาคม 2026

อยากรู้ว่า Qualcomm หาเงินจากอะไร?

สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ QCOM เป็นภาษาไทย อ่านจากรายงานที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ

อ่านภาพรวมบริษัท QCOM →

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากประกาศสาธารณะ เอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ และข่าว ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · เป้าหมายรายได้ทั้งหมดเป็นตัวเลขที่บริษัทตั้งเอง ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026