สรุปข่าวเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐ ประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2569
ความกังวลความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านทำให้ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent แตะ 116.72 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน กดดันตลาดหุ้นในวงกว้างโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มการเงิน สุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภค นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์นี้ เพราะราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีผลต่อต้นทุนธุรกิจและเงินเฟ้อโดยตรงครับ
Nasdaq ร่วง 2.6% ในเซสชันก่อน (วันพฤหัสฯ) ซึ่งเป็นการร่วงแรงสุดนับตั้งแต่มิถุนายน โดย Philadelphia Semiconductor Index ดิ่ง 6.7% หลังนักลงทุนตั้งคำถามว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดมหาศาลจะสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนได้หรือไม่ เรื่องนี้สำคัญเพราะหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีน้ำหนักสูงในพอร์ตกองทุนเทคโนโลยีทั่วโลกรวมถึงไทยครับ
Pantheon Macroeconomics คาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 28 ต.ค. ก่อนปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม ขณะที่ Bank of America มองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ สภาวะดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องกดดันการประเมินมูลค่าหุ้นและเพิ่มต้นทุนทางการเงินของบริษัทต่างๆ ซึ่งนักลงทุนต้องติดตามใกล้ชิดครับ
เฟดเผยประมาณการเงินเฟ้อ Core PCE เดือนตุลาคมปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาไม่ได้มาจากพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงต้นทุนห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงจากสงคราม ส่งผลให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นในระยะถัดไปครับ
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งหนักตามตลาดสหรัฐ โดย KOSPI ร่วงกว่า 3.26% และ KOSDAQ ลดลง 3.45% หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิกว่า 256.5 พันล้านวอน เรื่องนี้มีนัยสำคัญเพราะตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทยมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแรงเทขายในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีระดับโลกครับ
สมัครฟรี — บรีฟข่าวเช้าใหม่ทุกวัน พร้อมพอร์ตและราคาหุ้น US
เข้าหน้าแรก →