Backblaze (BLZE) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Backblaze (BLZE) ให้บริการ cloud storage หรือพูดง่ายๆ คือ "พื้นที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต" ครับ แต่จุดที่ต่างจากรายใหญ่อย่าง AWS, Google Cloud หรือ Azure คือ Backblaze เน้นขายเรื่องราคาถูกกว่า ใช้ง่ายกว่า และไม่ล็อคลูกค้าไว้กับแพลตฟอร์มตัวเอง (free egress สูงถึง 3 เท่าของข้อมูลที่เก็บ)
บริษัทมีบริการหลัก 2 ตัว — ตัวแรกคือ B2 Cloud Storage ซึ่งเป็น IaaS ให้นักพัฒนา, บริษัท, หรือแพลตฟอร์ม AI มาเช่าพื้นที่เก็บข้อมูลแบบจ่ายตามที่ใช้จริง (pay-as-you-go) หรือทำสัญญาระยะยาว ตัวที่สองคือ Computer Backup ซึ่งเป็น SaaS สำหรับ backup ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์แบบอัตโนมัติ จ่ายรายเดือน/รายปีในราคาคงที่ ไม่จำกัดปริมาณไฟล์
ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 500,000 รายใน 175 ประเทศ และดูแลข้อมูลรวมกันประมาณ 5 พันล้านกิกะไบต์ (5 exabytes) ครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้แบ่งเป็น 2 ส่วนชัดเจนครับ ใน Q2 ปี 2026 (ไตรมาสล่าสุด) รวมอยู่ที่ประมาณ 42.7 ล้านดอลลาร์
B2 Cloud Storage คิดเป็นประมาณ 62% ของรายได้รวม (~26.6 ล้านดอลลาร์ใน Q2) — ลูกค้าจ่ายตามพื้นที่ที่ใช้จริงเป็นหลัก หรือซื้อเป็น committed contract ก็ได้ กลุ่มนี้โตแรง 34% เทียบปีต่อปีใน Q2 ที่ผ่านมา ตัวที่ขับเคลื่อนรายได้กลุ่มนี้มาจากทั้งลูกค้าใหม่ (~4.5 ล้านดอลลาร์ใน Q2) และลูกค้าเดิมที่ใช้มากขึ้น รวมถึงการขึ้นราคา pay-as-you-go จาก $6.00 เป็น $6.95 ต่อ TB ต่อเดือน ซึ่งมีผลตั้งแต่พฤษภาคม 2026
Computer Backup คิดเป็นประมาณ 38% ของรายได้รวม (~16.1 ล้านดอลลาร์ใน Q2) — เป็น subscription รายเดือน/ปี ราคาคงที่ กลุ่มนี้รายได้ค่อนข้างนิ่งและเริ่มหดตัวเล็กน้อย -2% เทียบปีต่อปี เพราะจำนวน license ลดลง แม้ลูกค้าที่อยู่จะใช้งานมากขึ้นก็ตาม
สิ่งที่น่าสังเกตคือรายได้ของบริษัทเกือบทั้งหมดเป็น recurring และบริษัทใช้โมเดล land-and-expand — ยิ่งลูกค้าสร้างและเก็บข้อมูลมากขึ้น ยิ่งจ่ายเงินให้ Backblaze มากขึ้นโดยอัตโนมัติครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งหลักของ Backblaze คือ โครงสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งรายใหญ่ ครับ บริษัทสร้าง software layer เองทั้งหมดบน commodity hardware (ฮาร์ดแวร์ทั่วไป) แทนที่จะซื้อ server แพงๆ ทำให้สามารถตั้งราคา storage ได้ถูกกว่าคู่แข่งรายใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังคง gross margin ได้ที่ประมาณ 63% (GAAP) หรือ 80% (adjusted ที่หัก D&A ออก) ใน Q2 2026
จุดแข็งอีกอย่างคือ นโยบาย free egress — ลูกค้าดึงข้อมูลออกได้ฟรีสูงสุด 3 เท่าของข้อมูลที่เก็บต่อเดือน ทำให้ลูกค้าที่ทำ multi-cloud หรือต้องการย้ายข้อมูลไปมาระหว่างแพลตฟอร์มไม่รู้สึกว่าถูกล็อคไว้ ซึ่งเป็นจุดที่ AWS และ Azure ถูกวิจารณ์มาตลอดเรื่อง egress fee แพง
นอกจากนี้ยังมี gross customer retention ที่ ~91% ซึ่งบริษัทระบุว่าเทียบเท่าการรักษาลูกค้าได้นานประมาณ 10 ปี และ NRR ของ B2 Cloud Storage อยู่ที่ 113% (ณ มิถุนายน 2026) แปลว่าลูกค้าเดิมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วโดยเฉลี่ย 13% โดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่เลยครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ลูกค้าของ Backblaze กระจายตัวตั้งแต่ผู้ใช้รายบุคคล, SME, ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ครับ กลุ่มที่บริษัทกำลังโฟกัสเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือกลุ่ม neocloud platforms — บริษัทที่ให้บริการ GPU compute สำหรับงาน AI และต้องการ object storage ให้ลูกค้าตัวเองใช้ด้วย
ดีลที่ใหญ่ที่สุดที่ปรากฏใน filing คือข้อตกลงกับ CoreWeave ซึ่งเป็น AI cloud platform รายใหญ่ — เซ็นสัญญาหลายปีในเดือนมิถุนายน 2026 มูลค่ารวมโดยประมาณ 335.1 ล้านดอลลาร์ (หักมูลค่า warrant ที่ออกให้ลูกค้าราว 21.7 ล้านดอลลาร์แล้ว) โดยแบ่งเป็น 2 order form ระยะ 5 ปีและ 7 ปี
กลุ่มลูกค้าอื่นๆ ที่บริษัทระบุใน filing ได้แก่ บริษัทสื่อและบันเทิง (media & entertainment), MSP (Managed Service Providers), และนักพัฒนาที่สร้าง AI application — ผ่านโปรแกรม Flamethrower ที่ให้ credit เก็บข้อมูลฟรีสูงสุด 100,000 ดอลลาร์สำหรับ startup ครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ยังขาดทุนอยู่ครับ — GAAP net loss ใน H1 2026 อยู่ที่ 11.2 ล้านดอลลาร์ และมีเงินสดรวมกับ marketable securities ราว 49.9 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นมิถุนายน 2026 ไม่ได้น้อยมาก แต่ก็ไม่ได้มากจนนอนใจได้ถ้าการเติบโตสะดุด
Computer Backup กำลังหดตัว — กลุ่มนี้รายได้ลดลง 2% และจำนวน license ก็ลดลงต่อเนื่อง ถ้าดูที่ NRR อยู่ที่ 94% แปลว่าลูกค้าเดิมใช้จ่ายน้อยลงเฉลี่ย 6% ต่อปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องติดตามครับ
การพึ่งพา CoreWeave มากขึ้น — ดีล 335 ล้านดอลลาร์กับ CoreWeave ฟังดูดีมาก แต่ถ้า CoreWeave ธุรกิจมีปัญหา หรือเลือกสร้าง storage เองในอนาคต ก็จะกระทบ Backblaze โดยตรงครับ
ต้นทุน infrastructure ขยายตัวตาม — interest expense เพิ่ม 44% ใน Q2 เทียบปีต่อปี เพราะต้องทำ finance lease อุปกรณ์ data center เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการของลูกค้า บริษัทต้องลงทุนล่วงหน้าก่อนรายได้จะตามมา
กำลัง restructure อยู่ — บริษัทเริ่มแผน restructuring ปลายปี 2025 ปรับโครงสร้างทีม sales & marketing ใหม่ทั้งหมด มีค่าใช้จ่าย restructuring รวม ~6.1 ล้านดอลลาร์จนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะมีอีก 2.4-3.7 ล้านดอลลาร์ไปจนถึง Q1 2027 ช่วงเปลี่ยนผ่านแบบนี้มีความเสี่ยงว่าทีมใหม่จะ execute ได้ดีแค่ไหนครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
Backblaze ยังขาดทุนและอยู่ในช่วงเติบโตเร็ว ดังนั้นตัวเลขต่อไปนี้สำคัญมากครับ
ARR (Annual Recurring Revenue) ณ มิถุนายน 2026 อยู่ที่ 177.3 ล้านดอลลาร์รวม — แบ่งเป็น B2 Cloud Storage 113.3 ล้านดอลลาร์ (โตจาก 81.8 ล้าน ณ มิถุนายน 2025 หรือโต ~38% ปีต่อปี) และ Computer Backup 64.0 ล้านดอลลาร์ (ลดจาก 65.3 ล้าน หรือ -2%)
NRR (Net Revenue Retention Rate) ของ B2 Cloud Storage อยู่ที่ 113% ณ มิถุนายน 2026 — หมายความว่าถึงแม้ไม่หาลูกค้าใหม่เพิ่มเลย รายได้จากลูกค้าเดิมก็โตขึ้น 13% เองครับ ส่วน Computer Backup อยู่ที่ 94% ซึ่งต่ำกว่า 100% แปลว่าลูกค้าเดิมใช้จ่ายน้อยลง
Adjusted EBITDA ใน Q2 2026 อยู่ที่ 12.8 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น margin 30% ดีขึ้นมากจาก 18% ใน Q2 2025 — แสดงให้เห็นว่าเมื่อหัก D&A กับ stock-based comp ออก ธุรกิจจริงๆ มี operating leverage ที่ดีขึ้นครับ
บริษัทระบุว่า neocloud market คาดว่าจะโตจาก 35,000 ล้านดอลลาร์ปีนี้ไปเป็นกว่า 236,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2031
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
Backblaze กำลังเดิมพันกับ 2 เรื่องหลักครับ
เรื่องแรกคือ ตลาด AI infrastructure — โดยเฉพาะการเป็น storage layer ให้กับ neocloud platforms ผ่านผลิตภัณฑ์ B2 Neo ซึ่งเป็น white-label object storage ที่ให้ neocloud เอาไปแปะแบรนด์ตัวเองได้ แนวคิดคือ neocloud ส่วนใหญ่เก่งเรื่อง GPU compute แต่ไม่อยากเสียเวลาพัฒนา storage เอง ก็ซื้อจาก Backblaze แทน ดีลกับ CoreWeave เป็นตัวอย่างแรกที่ชัดเจนของโมเดลนี้ครับ
เรื่องที่สองคือ การดึง AI developers/startups รุ่นใหม่ ผ่านโปรแกรม Flamethrower ให้ credit เก็บข้อมูลฟรีตั้งต้น หวังว่าเมื่อ startup เหล่านั้นโตขึ้นก็จะยังใช้ Backblaze ต่อ นอกจากนี้ยังมีทีม AI developer ภายในที่พยายาม integrate B2 Cloud Storage เข้าไปใน open-source tooling และ coding agents ที่ developer ใช้กัน
ส่วนทิศทางที่บริษัทพูดถึงคือการขึ้นราคา (เพิ่งขึ้น pay-as-you-go ไป 16% ในเดือนพฤษภาคม 2026), การขยาย international (ปัจจุบัน 28% ของรายได้มาจากนอกสหรัฐฯ), และการใช้ offshore talent และ AI ในกระบวนการภายในเพื่อกดต้นทุนครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
Q2 2026 รายได้รวม 42.7 ล้านดอลลาร์ โต 18% เทียบปีต่อปี โดย B2 Cloud Storage โต 34% ส่วน Computer Backup ลด 2% — gross margin คงที่ที่ 63% (GAAP) และ adjusted EBITDA margin ดีขึ้นจาก 18% เป็น 30% แต่ยังขาดทุน GAAP อยู่ที่ 5.1 ล้านดอลลาร์ใน Q2 ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
เริ่มเลย →