Borr Drilling (BORR) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
BORR Drilling คือบริษัทที่เป็นเจ้าของและบริหารแท่นเจาะน้ำมันแบบ "jack-up" สำหรับน้ำตื้น (ความลึกประมาณ 400 ฟุต) ครับ พูดง่ายๆ คือลูกค้าที่เป็นบริษัทน้ำมันต้องการเจาะหลุมน้ำมันในทะเล แต่ไม่อยากซื้อแท่นเจาะเองเพราะแพงมากและใช้งานไม่ต่อเนื่อง ก็จ้าง BORR มาทำให้แทน โดย BORR จะส่งทั้งแท่นเจาะ อุปกรณ์ และทีมงานไปด้วยเลย
ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีแท่นเจาะ premium jack-up รวม 24 ลำ และในเดือนมกราคม 2026 ได้ซื้อเพิ่มอีก 5 ลำจาก Noble Corporation ทำให้ฝูงบินรวมเป็น 29 ลำ บริษัทดำเนินการใน 5 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาตะวันตก อเมริกา ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และยุโรป จดทะเบียนในเบอร์มิวดาและหุ้นซื้อขายบน NYSE และ Euronext Growth Oslo ครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้หลักของ BORR มาจากการให้เช่าแท่นเจาะแบบ "dayrate" คือเก็บค่าเช่าเป็นรายวันตามอัตราที่ตกลงในสัญญาครับ ปี 2025 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ราว 907 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่า 88% ของรายได้รวม สัญญาเจาะมีทั้งแบบเจาะหลุมเดียวจบ และแบบระบุระยะเวลา เช่น 1 ปีหรือหลายปี
นอกจากนี้ยังมีรายได้จาก bareboat charter (ให้เช่าแท่นเจาะโดยไม่มีลูกเรือ) อยู่ที่ราว 78 ล้านดอลลาร์ และ management contract (รับบริหารแท่นเจาะให้คนอื่น) อีกประมาณ 36 ล้านดอลลาร์ รวมรายได้ทั้งหมดปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 1,021 ล้านดอลลาร์ บริษัทมองธุรกิจนี้เป็น segment เดียว คือ dayrate segment ครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งที่เห็นได้ชัดจาก filing คือความมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ปี 2025 Technical Utilization อยู่ที่ 98.7% หมายความว่าแท่นเจาะแทบไม่มีเวลาหยุดจากปัญหาเครื่องจักรเลย ส่วน Economic Utilization อยู่ที่ 97.6% สะท้อนว่าเก็บเงินได้เกือบเต็มอัตราตามสัญญา ตัวเลขสองตัวนี้บอกว่าทีมปฏิบัติงานมีความชำนาญระดับสูงครับ
บริษัทระบุว่าตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการแท่นเจาะน้ำตื้นระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุด และเน้นแท่น "premium" รุ่นใหม่ ซึ่งมีสมรรถนะสูงกว่าแท่นเก่าที่ยังมีในตลาด นอกจากนี้การที่ตลาดน้ำตื้นมีต้นทุนต่อบาร์เรลต่ำกว่าและใช้เวลาตั้งแต่ตัดสินใจลงทุนถึงได้รับเงินสดสั้นกว่า ทำให้ลูกค้าประเภทบริษัทน้ำมันยังคงให้ความสำคัญกับตลาดนี้ครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ลูกค้าของ BORR คือบริษัทน้ำมันและก๊าซที่ต้องการเจาะหลุม ได้แก่ บริษัทน้ำมันแบบ integrated (ครบวงจร) รัฐวิสาหกิจน้ำมัน (NOC) และบริษัทน้ำมันอิสระขนาดเล็กถึงกลาง ครับ filing ไม่ได้ระบุชื่อลูกค้ารายใหญ่แบบเฉพาะเจาะจงในส่วนที่ให้มา
ด้านพาร์ทเนอร์ บริษัทมี joint venture สองแห่งในเม็กซิโก ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีผลประกอบการขาดทุนและ BORR บันทึกเป็น loss from equity method investments ครับ นอกจากนี้บริษัทเพิ่งซื้อแท่นเจาะ 5 ลำจาก Noble Corporation ในมูลค่า 360 ล้านดอลลาร์ โดยมี seller's credit จาก Noble ด้วย
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงแรกและใหญ่ที่สุดคือวัฏจักรธุรกิจครับ ธุรกิจแท่นเจาะขึ้นลงตามราคาน้ำมันและงบลงทุนของบริษัทน้ำมัน เมื่อราคาน้ำมันตก ลูกค้าลดการเจาะ dayrate ร่วงและแท่นเจาะว่างงาน ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 2021 ที่หลายลำไม่มีงาน และ filing ก็เตือนชัดว่าปัจจุบันมีแท่นเจาะใหม่อีก 11 ลำอยู่ระหว่างต่อและส่วนใหญ่ยังไม่มีสัญญา เมื่อส่งมอบแล้วก็จะมาแข่งในตลาด
ความเสี่ยงด้านการเงินก็หนักครับ ดอกเบี้ยปี 2025 สูงถึง 228 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นครึ่งหนึ่งของ Operating Income เลยทีเดียว และบริษัทมีหนี้สำคัญครบกำหนดในปีถัดๆ ไป ซึ่งต้องรีไฟแนนซ์หรือหาเงินใหม่มาชำระ การซื้อแท่นเจาะเพิ่มอีก 5 ลำในปลายปี 2025 และต้นปี 2026 ก็ทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นอีก
ความเสี่ยงเรื่อง Rig Utilization ก็น่าสังเกตครับ ปี 2025 ลดจาก 90.8% ในปี 2024 เหลือ 80.0% หมายความว่ามีแท่นเจาะว่างเพิ่มขึ้น รวมถึง backlog รวมลดจาก 1,330 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เหลือ 962 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่างานในมือลดลงและต้องหาสัญญาใหม่มาเติมครับ
📊 ตัวชี้วัดการเติบโต
Total Contract Backlog คือตัวชี้วัดสำคัญที่ต้องติดตามสำหรับธุรกิจนี้ครับ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 962.9 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 20 rig years ลดลงจาก 1,330.6 ล้านดอลลาร์ (26 rig years) ณ สิ้นปี 2024 ตัวเลขนี้บอกว่าบริษัทมีงานในมือมากน้อยแค่ไหน ถ้า backlog ลดต่อเนื่องก็หมายความว่าต้องแข่งขันหาสัญญาใหม่มาเติมอยู่เรื่อยๆ ครับ ทั้งนี้ backlog ยังไม่รวมแท่นเจาะ 5 ลำที่เพิ่งซื้อมาในเดือนมกราคม 2026
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่าได้ขยายฝูงบินจาก 24 ลำเป็น 29 ลำด้วยการซื้อ 5 ลำจาก Noble Corporation มูลค่า 360 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้ 3 ลำมีสัญญากับ Noble อยู่แล้ว ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขยายฐานในตลาดครับ นอกจากนี้ยังกลับมาจดทะเบียนคู่ขนานบน Euronext Growth Oslo ในเดือนธันวาคม 2025 จากที่เคยถอนตัวออกไปในปลายปี 2024 โดยบริษัทระบุว่าเป็นเพราะมีความสนใจจากนักลงทุนสูง
สิ่งที่ต้องจับตาคือบริษัทจะหาสัญญาใหม่มาเติม backlog ที่ลดลงได้มากแค่ไหน และจะบริหารภาระดอกเบี้ยและหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายฝูงบินได้อย่างไรครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ปี 2025 รายได้รวมอยู่ที่ 1,021 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1,011 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 แต่กำไรสุทธิลดลงจาก 82 ล้านดอลลาร์ เหลือ 45 ล้านดอลลาร์ ส่วน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 470 ล้านดอลลาร์ ลดจาก 505 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
เริ่มเลย →