Century Aluminum (CENX) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Century Aluminum (CENX) ผลิตอะลูมิเนียมขั้นต้น (primary aluminum) ครับ พูดง่ายๆ คือแปลงแร่อะลูมินา (alumina) ให้กลายเป็นอะลูมิเนียมแท่งที่ลูกค้าอุตสาหกรรมนำไปใช้งานต่อ ไม่ใช่ผลิตสินค้าปลายน้ำ เช่น กระป๋องหรือชิ้นส่วนรถยนต์สำเร็จรูป
โรงหลอม (smelter) อยู่สองประเทศหลักครับ คือสหรัฐอเมริกา ได้แก่ โรงที่ Sebree (Kentucky) กับ Mt. Holly (South Carolina) และไอซ์แลนด์ที่ Grundartangi นอกจากนี้ยังมีส่วนที่บูรณาการแนวดิ่งเพิ่มเติมอีกสองแห่ง ได้แก่ โรงกลั่น alumina ชื่อ Jamalco ในจาเมกา ซึ่ง Century ถือหุ้น 55% ร่วมทุน และโรงผลิต carbon anode ที่ Vlissingen เนเธอร์แลนด์ Carbon anode เป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการหลอม โดย Vlissingen ส่งให้โรงที่ไอซ์แลนด์โดยตรง ส่วนโรงในสหรัฐฯ ผลิต anode ได้เองภายในโรงงาน
ปลายปี 2025 เพิ่งมีเหตุการณ์สำคัญครับ คือ Grundartangi ประสบปัญหาหม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้องเดือนตุลาคม 2025 ทำให้กำลังผลิตหายไปประมาณสองในสามชั่วคราว และในต้นปี 2026 Century ขายโรงที่ Hawesville (Kentucky) ออกไปในราคา 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปใช้ขยายกำลังผลิตโรงอื่นต่อไป
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้หลักมาจากการขายอะลูมิเนียมแท่ง ราคาที่ได้รับคำนวณเป็นสามชั้นครับ ชั้นแรกคือราคาฐาน LME (London Metal Exchange) ซึ่งเป็นราคาตลาดโลก ชั้นที่สองคือ regional premium เช่น Midwest Premium (MWP) สำหรับโรงในสหรัฐฯ และ European Duty Paid Premium (EDPP) สำหรับโรงในไอซ์แลนด์ที่ขายเข้ยุโรป และชั้นที่สามคือ value-added product premium จากสินค้าที่มีสเปกพิเศษ
ตัวเลขชัดขึ้นมาก เมื่อดูจาก 10-Q ครับ ไตรมาส 2 ปี 2026 ราคา LME เฉลี่ยอยู่ที่ 3,576 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ MWP เฉลี่ย 2,518 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับครึ่งแรกปี 2025 ที่ MWP เฉลี่ยแค่ 855 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนหนึ่งมาจากการขึ้นภาษี Section 232 จาก 25% เป็น 50% ที่มีผลเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งดัน MWP ให้สูงขึ้นชัดเจน
ยอดขายรวมครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ 1,401 ล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็นขายให้ related parties ประมาณ 637 ล้านดอลลาร์ และ other customers อีก 765 ล้านดอลลาร์ รายได้จากโรงในสหรัฐฯ ยังเป็นส่วนใหญ่ครับ ไตรมาส 2 ปี 2026 ส่งรถออก 95,057 ตัน คิดเป็นรายได้ 572 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไอซ์แลนด์ส่งออก 35,575 ตัน รายได้ 121 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากยังอยู่ระหว่าง restart หลัง potline เสียหาย
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งแรกคือโครงสร้างต้นทุนพลังงาน ที่ Grundartangi ไอซ์แลนด์ ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำและความร้อนใต้พิภพ (hydroelectric และ geothermal) 100% ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟระยะยาว 3 ราย ได้แก่ HS, Landsvirkjun และ OR ซึ่งสัญญายาวถึงปี 2026-2036 โดยส่วนหนึ่งของสัญญา Landsvirkjun มีโครงสร้างผูกกับราคา LME ด้วย ซึ่งเป็น natural hedge อีกชั้น
จุดแข็งที่สองคือการบูรณาการแนวดิ่ง การมี Jamalco ให้ off-take alumina มาใช้เองในโรงหลอม ช่วยลดการพึ่งพาตลาด spot alumina บางส่วน ส่วน Vlissingen ก็ผลิต carbon anode ป้อนโรงที่ไอซ์แลนด์โดยตรง แม้จะไม่ครอบคลุม 100% แต่ก็ลดความเสี่ยงด้านซัพพลายได้ระดับหนึ่ง
จุดแข็งที่สามคือตำแหน่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาษีนำเข้า Section 232 โดยตรงครับ โรงในสหรัฐฯ แข่งขันกับอะลูมิเนียมนำเข้าที่ตอนนี้เสียภาษี 50% ทำให้ Midwest Premium สูงขึ้นมาก ซึ่งเพิ่มกำไรของโรงในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญโดยที่ต้นทุนการผลิตไม่ได้เปลี่ยน
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
Filing ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อลูกค้ารายใหญ่โดยตรงครับ แต่จากโครงสร้างรายได้จะเห็นว่ามี related parties เป็นผู้ซื้อก้อนใหญ่ราว 637 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกปี 2026
ด้านพาร์ทเนอร์ที่ระบุชัดมีสองรายสำคัญครับ ได้แก่ Emirates Global Aluminium (EGA) ซึ่งร่วมลงทุนสร้างโรงหลอมใหม่ที่ Inola รัฐโอคลาโฮมา โดย EGA ถือ 60% และ Century ถือ 40% และ U.S. Department of Energy ที่อนุมัติเงินสนับสนุนสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์ผ่าน Cooperative Agreement ภายใต้ Bipartisan Infrastructure Law และ Inflation Reduction Act สำหรับโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีบริษัทพลังงานในไอซ์แลนด์อย่าง HS, Landsvirkjun และ OR ในฐานะผู้จัดหาพลังงานระยะยาว
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือราคา LME และ Midwest Premium ที่ผันผวนสูง ครึ่งแรกปี 2025 MWP เฉลี่ยแค่ 855 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ครึ่งแรกปี 2026 กระโดดไป 2,406 ดอลลาร์ต่อตัน ความแตกต่างขนาดนี้เปลี่ยนภาพกำไรขาดทุนได้อย่างรวดเร็วมากครับ ถ้า MWP ถดถอยกลับ รายได้ก็จะลดตามได้ทันที
ความเสี่ยงด้านต้นทุนไฟฟ้าก็หนักมาก โรงทั้งสามแห่งใช้ไฟรวมกันเฉลี่ย 1,328 MW หรือราว 11.6 ล้าน MWh ต่อปี ทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ค่าไฟเพิ่มขึ้นต่อ MWh กระทบต้นทุนรวมประมาณ 15.9 ล้านดอลลาร์ต่อปี โรงในสหรัฐฯ ซื้อไฟในตลาด MISO ที่ขึ้นอยู่กับราคาก๊าซธรรมชาติ สภาพอากาศ และเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า
ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการก็เกิดขึ้นจริงแล้วครับ Grundartangi หม้อแปลงเสียเดือนตุลาคม 2025 ทำให้กำลังผลิตหายสองในสาม ส่งผลกระทบต่อ shipment volume ในไอซ์แลนด์ทันที จากที่เคยส่งออก 74,000-81,000 ตันต่อไตรมาส เหลือแค่ 29,000-35,000 ตันในช่วง restart
ความเสี่ยงด้านนโยบายก็สำคัญ ผลประกอบการในสหรัฐฯ ตอนนี้ขึ้นกับนโยบาย Section 232 ค่อนข้างมาก หากมีการเจรจาผ่อนปรนภาษีหรือให้ exemption กับประเทศอื่น MWP ก็อาจปรับลดได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็น material weakness ด้าน internal control ที่ผู้ตรวจสอบบัญชี Deloitte แสดงความเห็นไม่ผ่านสำหรับปี 2025 และมีการ restate งบการเงินปี 2023-2024 จากปัญหาวิธีรวมบัญชีของ Jamalco ซึ่งเป็นสัญญาณที่นักลงทุนควรเจาะดูรายละเอียดต่อครับ
สุดท้ายคือความเสี่ยงด้านสกุลเงิน ต้นทุนที่ Grundartangi อยู่ในสกุล ISK และ Euro บางส่วน ส่วน Jamalco เป็นสกุล Jamaican dollar ทำให้ margin ของโรงต่างประเทศผันผวนตามค่าเงินด้วย
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
โปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดคือโรงหลอมใหม่ที่ Inola รัฐโอคลาโฮมา ร่วมกับ EGA บริษัทระบุว่าจะมีกำลังผลิต 750,000 ตันต่อปี ซึ่งถ้าสำเร็จจะมากกว่ากำลังผลิตอะลูมิเนียมขั้นต้นของสหรัฐฯ ทั้งประเทศในปัจจุบัน โดยมีเงินสนับสนุนจาก DOE สูงสุด 500 ล้านดอลลาร์ และบริษัทระบุว่าการก่อสร้างคาดจะเริ่มได้ก่อนสิ้นปี 2026 แต่ยังขึ้นกับการเจรจาสัญญาไฟฟ้ากับ Public Service Company of Oklahoma และการทำสัญญา JV กับ EGA ให้เสร็จก่อน
ในระยะใกล้ บริษัทกำลัง restart potline สุดท้ายที่ Mt. Holly (South Carolina) โดยใช้เงินจากการขาย Hawesville บางส่วน และ Grundartangi ก็อยู่ระหว่าง restart potline ที่เสียหาย คาดว่าจะกลับสู่กำลังผลิตเต็มได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2026 ครับ
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจาก Section 45X tax credit ภายใต้ Inflation Reduction Act ซึ่งให้เครดิตภาษี 10% ของต้นทุนการผลิตที่มีสิทธิ์ โดยในปี 2025 บริษัทได้รับเงินคืน 94.3 ล้านดอลลาร์ แต่มีความเสี่ยงว่า One Big Beautiful Bill Act ที่ลงนามเดือนกรกฎาคม 2025 ได้ปรับเงื่อนไขการ phase out ของ 45X ให้รวม critical minerals ด้วย ซึ่งอาจกระทบมูลค่าเครดิตในอนาคต
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ครึ่งแรกปี 2026 รายได้รวม 1,401 ล้านดอลลาร์ gross profit 347 ล้านดอลลาร์ (gross margin ราว 25%) เทียบกับครึ่งแรกปี 2025 ที่ gross profit แค่ 91 ล้านดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นชัดเจนมาก ส่วนใหญ่มาจาก MWP ที่สูงขึ้นตาม Section 232 — ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ CENX →