คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 CTNT

Cheetah Net Supply Chain Service (CTNT) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-20) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-13) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

พูดง่ายๆ คือ CTNT กำลังเปลี่ยนธุรกิจจากเดิมครับ ช่วงแรกบริษัททำรถยนต์ parallel-import คือซื้อรถจากสหรัฐฯ มาขายในจีนนอกเครือข่ายตัวแทนของค่ายรถ แต่ตั้งแต่ปี 2025 บอร์ดอนุมัติให้หยุดธุรกิจนี้แล้วครับ ธุรกิจหลักตอนนี้คือ logistics and warehousing services โดยรับขนส่งสินค้าจากสหรัฐฯ ไปจีนแผ่นดินใหญ่หรือฮ่องกง บริษัททำหน้าที่เป็น NVOCC (Non-Vessel-Operating Common Carrier) คือคนกลางที่เชื่อมผู้ส่งของกับสายเรือ เพราะลูกค้าหลายรายไม่มีความรู้ในวงการหรือความสัมพันธ์กับสายเรือโดยตรงครับ

ธุรกิจนี้มาจากการซื้อกิจการสองบริษัทครับ คือ Edward ที่ให้บริการ ocean transportation และ TWEW ที่ให้บริการแรงงานทั่วไป เช่น การขนขึ้นขนลงสินค้า แต่ Edward ถูกขายออกไปในเดือนเมษายน 2026 แล้วครับ ตอนนี้บริษัทจึงเหลือ TWEW เป็นตัวหลักในธุรกิจขนส่งและคลังสินค้า ส่วนธุรกิจใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ international trading ผ่าน Super International ซึ่งซื้อขายอุปกรณ์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในตลาดต่างประเทศ และประสานงานการจัดซื้อ การขาย และการส่งมอบให้ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

เงินหลักมาจากค่าบริการครับ ในธุรกิจ logistics บริษัทเก็บค่าจัดการขนส่งสินค้าจากสหรัฐฯ ไปจีนหรือฮ่องกง และค่าบริการแรงงานจาก TWEW อย่างการขนขึ้นขนลง ต้นทุนก้อนใหญ่ของ TWEW คือค่าแรงครับ ส่วนของ Edward ก่อนขายออกไปคือค่าขนส่งทางทะเล

ธุรกิจ international trading เป็นแบบซื้อมาขายไปครับ รายได้จึงขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ในไตรมาส 2 ปี 2026 Super International มีรายได้ 660,000 ดอลลาร์ แต่ต้นทุนขาย 650,000 ดอลลาร์ ส่วนต่างจึงบางมากครับ ลองคิดดูว่าถ้าส่วนต่างบางแบบนี้ ความสามารถในการคุมต้นทุนจะสำคัญมากต่อกำไรของบริษัทครับ

อีกทางหนึ่งคือดอกเบี้ย บริษัทมี loan receivables อยู่ และในครึ่งปีแรกของ 2026 มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 415,837 ดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้ลดลงเพราะลูกหนี้บางรายชำระคืนไปแล้วบางส่วนครับ ส่วนกำไรอื่นที่ใหญ่มากในงวดนี้มาจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้มาจากการทำธุรกิจโดยตรงครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่เห็นชัดที่สุดคือประสบการณ์ครับ บริษัททำการขนส่งรถ parallel-import จากสหรัฐฯ ไปจีนมาตั้งแต่ปี 2016 จึงเข้าใจเส้นทางและขั้นตอนการส่งของข้ามประเทศพอสมควร ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เอามาต่อยอดได้ตอนหันมาทำ logistics ครับ การย้ายสำนักงานใหญ่ไปใกล้ท่าเรือ Los Angeles และ Long Beach ก็เป็นเหตุผลที่บริษัทบอกว่าช่วยให้จัดการธุรกิจ logistics ได้แน่นขึ้นครับ

ด้านการเงิน บริษัทระดมทุนได้ประมาณ 40.14 ล้านดอลลาร์จาก private placement ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และณ 30 มิถุนายน 2026 มีหนี้สินหมุนเวียนราว 1.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าไม่สูงครับ แต่เงินสดจริงๆ มีแค่ 2.1 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือเป็นลูกหนี้เงินกู้และเงินฝากที่ยังไม่ได้รับคืน ตรงนี้ต้องดูให้ดีว่าเงินจะกลับเข้ามาได้จริงเมื่อไหร่ครับ จุดแข็งของธุรกิจในภาพรวมยังไม่ชัดเจนนัก และควรประเมินหลังเห็นผลการดำเนินงานต่อเนื่องอีกสักระยะครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

จำนวนลูกค้าของธุรกิจ logistics and warehousing ลดจาก 24 รายในปี 2024 เหลือ 18 รายในปี 2025 ครับ ฐานลูกค้าที่เล็กลงทำให้การพึ่งพาลูกค้าไม่กี่รายกลายเป็นความเสี่ยงที่เห็นได้ชัด บริษัทเองก็ระบุว่าธุรกิจพึ่งพาลูกค้าจำนวนจำกัดและผู้ให้บริการขนส่งกับแรงงานภายนอกอย่างมากครับ

ในเอกสารส่วนที่อ่านได้ บริษัทไม่ได้เปิดชื่อลูกค้ารายใหญ่ออกมา ข้อมูลส่วนนี้จึงไม่พอสำหรับการประเมินครับ ส่วนพาร์ทเนอร์ที่ระบุชัดคือสายเรือและผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลที่บริษัทใช้งาน รวมถึงผู้ให้บริการแรงงานที่ TWEW ต้องพึ่งพาครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

เรื่องแรกที่ควรรู้คือธุรกิจเดิมพังไปแล้วครับ ยอดขายรถลดลง 30.5% ในปี 2023 และลดลง 95.7% ในปี 2024 จากที่เคยขายได้ 303 คันเหลือ 14 คัน บริษัทยังต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สูญ 1.6 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 เพราะเก็บหนี้ยากขึ้นอีกด้วยครับ ธุรกิจใหม่จึงต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำกำไรได้จริงครับ

เรื่องที่สองคือแรงงานและนโยบายสหรัฐฯ ครับ รายได้จาก TWEW ในครึ่งปีแรกของ 2026 ลดจาก 718,726 ดอลลาร์เหลือ 53,000 ดอลลาร์ บริษัทโทษว่าเป็นเพราะนโยบายคนเข้าเมืองที่เข้มขึ้น ทำให้ค่าแรงสูงขึ้นและหาแรงงานได้ยากขึ้นครับ เรื่องที่สามคือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทั้งภาษีและนโยบายการค้าที่อาจกระทบปริมาณงานทั้งหมดของบริษัทครับ

เรื่องที่สี่คือการแข่งขันครับ บริษัทระบุว่าคู่แข่งหลายรายมีประสบการณ์และฐานลูกค้าที่ใหญ่กว่า ซึ่งอาจกดดันราคาและส่วนแบ่งการตลาดได้ครับ ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทตั้งราคาและรับชำระเป็นดอลลาร์ แต่ลูกค้าบางรายต้องแลกเงินหยวนเป็นดอลลาร์ ทำให้อาจเลือกไม่ใช้บริการ และบริษัทยังไม่ได้ทำ hedging ครับ

เรื่องสุดท้ายที่ควรระวังคือการถือหุ้นและการเจือจาง ผู้ถือหุ้นกลุ่มควบคุม Fairview Eastern และ Huan Liu มีสิทธิโหวตรวมราว 79.16% บริษัทมีการทำ reverse stock split มาแล้วสองครั้ง คือ 1-for-16 ในปี 2024 และ 1-for-200 ในปี 2026 และการเพิ่มทุนล่าสุดก็ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ครับ ในครึ่งปีแรกของ 2026 ขาดทุนสุทธิ 545,220 ดอลลาร์ ดีขึ้นจากขาดทุน 1,266,437 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2025 แต่ยังไม่ถือว่ากลับมาทำกำไรได้ครับ รายได้รวมครึ่งปีโตขึ้น 15.3% แต่ถ้าดูเฉพาะธุรกิจ logistics รายได้ลดลง 88.9% เหลือ 92,700 ดอลลาร์ ส่วนการโตนี้มาจากธุรกิจ international trading ที่เพิ่งเริ่มช่วงพฤษภาคม 2026 ครับ

ตัวชี้วัดแบบ ARR, NRR, backlog หรือ RPO ไม่ได้ถูกเปิดเผยในส่วนที่อ่านได้ครับ ข้อมูลส่วนนี้จึงไม่พอสำหรับการประเมินครับ ที่เห็นชัดคือจำนวนลูกค้า logistics ที่ลดลงจาก 24 เป็น 18 รายครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ครึ่งปีแรกของ 2026 รายได้รวมอยู่ที่ 961,609 ดอลลาร์ โตประมาณ 15.3% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 4.1% และยังขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ 545,220 ดอลลาร์ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ CTNT →