คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : ES

Eversource Energy (ES) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-17) และ 10-Q (ยื่น 2026-05-07) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Eversource Energy (ticker: ES) คือบริษัท holding ที่ถือหุ้น 100% ในบริษัทสาธารณูปโภคหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ พูดง่ายๆ คือบริษัทส่งไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ และน้ำประปาให้กับครัวเรือน ธุรกิจ และโรงงานในรัฐ Connecticut, Massachusetts และ New Hampshire ครับ

ธุรกิจแบ่งออกเป็น 4 segment หลัก ได้แก่ (1) จ่ายไฟฟ้า (Electric Distribution) ผ่านบริษัทย่อย CL&P, NSTAR Electric และ PSNH รวมกันดูแลลูกค้าหลายล้านราย (2) ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (Electric Transmission) ที่เชื่อมโยงระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชน (3) จ่ายก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Distribution) ผ่าน NSTAR Gas, EGMA และ Yankee Gas และ (4) น้ำประปา (Water Distribution) ผ่าน Aquarion ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการขายกิจการ ณ ช่วงที่รายงานนี้จัดทำขึ้นครับ

ธุรกิจพลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) ที่เคยถือหุ้น 50% ใน Revolution Wind, South Fork Wind และ Sunrise Wind นั้น บริษัทขายออกไปหมดแล้วในไตรมาส 3 ปี 2024 เหลือเพียงการลงทุน tax equity แบบไม่มีอำนาจควบคุมใน South Fork Wind เท่านั้น ดังนั้นตอนนี้ธุรกิจหลักคือสาธารณูปโภคที่มีกฎระเบียบควบคุมล้วนๆ ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้มาจากการเก็บค่าบริการลูกค้าตามอัตราที่หน่วยงานรัฐอนุมัติ (regulated tariff) โดยแต่ละบิลของลูกค้าจะแยกออกเป็นหลายส่วนครับ ส่วนที่บริษัท "ได้กำไรจริง" คือค่าส่งไฟฟ้าในท้องถิ่น (Local Delivery) และค่าสายส่งแรงสูง (Transmission) เพราะทั้งสองส่วนนี้รวมค่าตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไว้ด้วย ส่วนค่าไฟฟ้า (Supply) และค่าสาธารณประโยชน์ต่างๆ (Public Benefits) นั้นเป็น pass-through คือเก็บมาเท่าไรก็จ่ายออกไปเท่านั้น บริษัทไม่ได้กำไรจากส่วนนี้ครับ

ดูจากตัวเลขของ CL&P ปี 2025 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 4,155 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น Supply ราว 1,050 ล้าน (25%), Local Delivery ราว 1,425 ล้าน (34%), Public Benefits ราว 959 ล้าน (23%) และ Transmission ราว 721 ล้าน (17%) ซึ่งตัวเลขนี้เฉพาะของ CL&P ใน Connecticut เท่านั้น ยังไม่รวม Massachusetts และ New Hampshire ครับ

กลไกหาเงินของธุรกิจนี้จึงต่างจากบริษัทปกติมากครับ บริษัทยิ่งลงทุนสร้างสายไฟ วางท่อ ขยายโครงข่าย มากเท่าไร ฐานสินทรัพย์ที่ได้รับอนุมัติ (rate base) ก็ยิ่งใหญ่ขึ้น และบริษัทก็มีสิทธิ์เก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด นั่นคือเหตุผลที่ปี 2025 บริษัทลงทุนใน property, plant and equipment สูงถึง 4,160 ล้านดอลลาร์ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่ชัดที่สุดของ Eversource คือการเป็นผู้ให้บริการสาธารณูปโภคที่มีสิทธิ์ผูกขาดในพื้นที่ตามกฎหมาย (franchise territory) ครับ ลูกค้าใน 157 เมืองของ Connecticut ที่อยู่ในเขตบริการ CL&P ไม่มีทางเลือกอื่นในการรับส่งไฟฟ้า แม้จะเลือกซื้อไฟจากผู้ผลิตรายอื่นได้ แต่ก็ต้องใช้สายไฟของ CL&P ในการส่งถึงบ้านอยู่ดีครับ

รายได้ถูกกำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ ซึ่งฟังดูเหมือนข้อจำกัด แต่ในทางกลับกันก็แปลว่ารายได้มีความสม่ำเสมอและคาดเดาได้สูงครับ กลไกอย่าง Revenue Decoupling ที่ใช้ใน CL&P ยังช่วยให้รายได้ฐานของบริษัทไม่ผันผวนตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอีกด้วย นอกจากนี้ต้นทุนหลายรายการ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าสายส่ง และโครงการต่างๆ ยังถูกส่งผ่านไปยังลูกค้าโดยตรง ทำให้ความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานของบริษัทจำกัดครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าของ Eversource คือครัวเรือน ธุรกิจ และโรงงานในสามรัฐ ณ สิ้นปี 2025 เฉพาะ CL&P ในรัฐ Connecticut มีลูกค้าอยู่ประมาณ 1.32 ล้านราย ครอบคลุม 157 เมืองและเขตครับ

พาร์ทเนอร์ที่สำคัญในด้านกฎระเบียบได้แก่ PURA (Connecticut Public Utilities Regulatory Authority) สำหรับ CL&P, DPU สำหรับรัฐ Massachusetts, และ NHPUC สำหรับ New Hampshire รวมถึง FERC ในระดับรัฐบาลกลางที่กำกับดูแลธุรกิจสายส่งไฟฟ้า นอกจากนี้บริษัทยังทำงานร่วมกับ ISO-NE ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบไฟฟ้าในภูมิภาค New England ครับ CL&P ยังมีสัญญาซื้อไฟฟ้า (PPA) กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Millstone และ Seabrook ซึ่งถูกกำหนดโดยกฎหมายรัฐ Connecticut ตั้งแต่ปี 2019 ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบคือความเสี่ยงที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดครับ รายได้ของบริษัทขึ้นอยู่กับการอนุมัติอัตราค่าบริการจาก PURA, DPU และหน่วยงานอื่นๆ หากหน่วยงานเหล่านี้ไม่อนุมัติอัตราที่บริษัทต้องการ หรืออนุมัติล่าช้า บริษัทก็จะเก็บรายได้ไม่ได้ตามที่คาด อย่าง CL&P นั้นอัตราค่า distribution มีการแช่แข็งมาตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ชัดเจนมากครับ

บทเรียนจากธุรกิจ Offshore Wind ก็เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นต้องทำความเข้าใจครับ บริษัทตัดขาดทุนจากการขายกิจการลมนอกชายฝั่งไป 524 ล้านดอลลาร์หลังภาษีในปี 2024 และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอีก 75 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใหญ่มากและส่งผลโดยตรงต่อกำไรที่รายงาน

การขาย Aquarion (ธุรกิจน้ำประปา) ก็ยังไม่เสร็จสิ้น โดยมีการบันทึกขาดทุนล่วงหน้า 298 ล้านดอลลาร์หลังภาษีในปี 2024 และยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำตัดสินของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อเนื่องครับ

การลงทุนสูงต่อเนื่องก็เป็นอีกด้านที่ต้องติดตาม บริษัทใช้เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปีละกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปี 2025 อยู่ที่ 4,110 ล้านดอลลาร์ แปลว่าเงินลงทุนกับเงินสดจากธุรกิจอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน บริษัทจึงต้องพึ่งพาการออกหนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อรองรับแผนขยายงานครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับปี 2026 ไว้ที่ 4.80–4.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น และระบุว่าตั้งเป้าการเติบโตของ EPS ระยะยาวผ่านถึงปี 2030 ที่ 5–7% ต่อปี โดยใช้ non-GAAP EPS ปี 2025 ที่ 4.76 ดอลลาร์เป็นฐานครับ

แนวทางการเติบโตหลักยังคงมาจากการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเพิ่ม rate base และทำให้มีสิทธิ์เก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นตามการอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแล สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (energy transition) ในรัฐต่างๆ ที่ต้องการอัพเกรดโครงข่ายรองรับยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ปี 2025 บริษัทรายงานกำไร 1,690 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.56 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นมากจากปี 2024 ที่กำไร 811 ล้านดอลลาร์ (2.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น) อย่างไรก็ตามตัวเลขทั้งสองปีมีรายการพิเศษขนาดใหญ่เข้ามาเกี่ยว โดยหากตัด Offshore Wind และ Aquarion ออก non-GAAP EPS ปี 2025 อยู่ที่ 4.76 ดอลลาร์ เทียบกับ 4.57 ดอลลาร์ในปี 2024 หรือโตราว 4% ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →