Halliburton (HAL) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Halliburton (HAL) เป็นหนึ่งในบริษัทให้บริการด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ พูดง่ายๆ คือบริษัทนี้ไม่ได้ขุดน้ำมันหรือก๊าซเองโดยตรง แต่เป็นคนที่ช่วยให้บริษัทน้ำมันทั่วโลกขุดได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และคุ้มค่าขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่ต้องสำรวจหาว่าน้ำมันอยู่ที่ไหน ไปจนถึงการเจาะบ่อ สร้างบ่อ และดูดน้ำมันขึ้นมาให้ได้มากที่สุดตลอดอายุของบ่อนั้น
ธุรกิจแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักครับ กลุ่มแรกคือ Completion and Production ดูแลงานหลังจากเจาะบ่อเสร็จแล้ว เช่น การอัดของเหลวแรงดันสูงเพื่อเปิดชั้นหินให้น้ำมันไหลออกมา (stimulation/pressure pumping) การเทซีเมนต์อุดบ่อ การติดตั้งอุปกรณ์ดูดน้ำมันขึ้นมา รวมถึงสารเคมีพิเศษต่างๆ กลุ่มที่สองคือ Drilling and Evaluation ซึ่งดูแลตั้งแต่การวิเคราะห์ชั้นหิน การเจาะบ่อ การวัดข้อมูลใต้ดิน ไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเรื่องการจัดการบ่อได้ดีขึ้น
บริษัทมีพนักงานกว่า 46,000 คน และดำเนินงานในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮูสตัน รัฐเท็กซัส ครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
รายได้รวมปี 2025 อยู่ที่ราว 22,200 ล้านดอลลาร์ครับ แบ่งตามสองกลุ่มธุรกิจได้ชัดเจนเลย กลุ่ม Completion and Production ทำรายได้ประมาณ 12,800 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนราว 58% ของรายได้รวม ส่วนกลุ่ม Drilling and Evaluation ทำได้ประมาณ 9,400 ล้านดอลลาร์ หรือราว 42% ที่เหลือ
ถ้ามองตามภูมิภาค อเมริกาเหนือยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดคิดเป็นประมาณ 41% ของรายได้รวม (ราว 9,100 ล้านดอลลาร์) ตามมาด้วยตะวันออกกลาง/เอเชียประมาณ 26% (ราว 5,800 ล้านดอลลาร์) ลาตินอเมริการาว 18% (ราว 3,900 ล้านดอลลาร์) และยุโรป/แอฟริกา/CIS ราว 15% (ราว 3,400 ล้านดอลลาร์) ครับ
รายได้ทั้งหมดมาจากการขายบริการและผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ และบริษัทน้ำมันอิสระทั่วโลก โดยลูกค้าจ่ายเงินตามปริมาณงานที่ทำ เช่น จำนวนบ่อที่เจาะ จำนวนครั้งที่อัดน้ำ หรือตามสัญญาโครงการระยะยาว ซึ่งหมายความว่ารายได้ของ HAL ผูกกับระดับกิจกรรมของลูกค้าค่อนข้างตรงครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งที่เห็นได้ชัดจาก filing คือ ความครอบคลุมของบริการตลอด lifecycle ของบ่อน้ำมัน ครับ ตั้งแต่หาตำแหน่ง เจาะ วิเคราะห์ชั้นหิน สร้างบ่อ ไปจนถึงเพิ่มผลผลิต บริษัททำได้ครบ ทำให้ลูกค้าสามารถใช้บริการจากเจ้าเดียวแทนที่จะต้องประสานงานกับหลายบริษัท
อีกจุดที่ระบุไว้ใน filing คือ เทคโนโลยีและระบบ automation เช่น แพลตฟอร์ม Zeus IQ สำหรับการอัดน้ำมันโดยใช้ไฟฟ้า (electric fracturing) ระบบ iCruise สำหรับการเจาะแบบควบคุมทิศทาง และระบบ LOGIX สำหรับ automation การเจาะ ซึ่งบริษัทระบุว่าช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้
บริษัทยังผลิตอุปกรณ์ส่วนใหญ่เองจากโรงงานในสหรัฐฯ มาเลเซีย สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการบริหารกำลังการผลิตตามสภาพตลาด และบริษัทมีระบบ Landmark Software and Services ที่ให้บริการด้านซอฟต์แวร์และข้อมูลแก่ลูกค้า ทำให้ลูกค้าเกิด dependency กับระบบของ HAL ในระดับหนึ่งครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ลูกค้าหลักคือบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ บริษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOC) และบริษัทน้ำมันอิสระทั่วโลกครับ filing ระบุว่าลูกค้ารายใหญ่อันดับหนึ่งในเม็กซิโกมีลูกหนี้คิดเป็นประมาณ 7% ของลูกหนี้รวม ซึ่งน่าจะหมายถึง Pemex บริษัทน้ำมันแห่งชาติเม็กซิโก แม้ไม่ได้ระบุชื่อตรงๆ ก็ตาม
ด้านพาร์ทเนอร์ที่น่าสนใจคือ VoltaGrid ครับ บริษัทระบุว่ามีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ VoltaGrid สำหรับการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติแบบ modular ขนาด 400 เมกะวัตต์ เพื่อส่งมอบในปี 2028 รองรับการพัฒนา data center ในฝั่ง Eastern Hemisphere โดยบริษัทระบุว่าได้จองกำลังการผลิตไว้แล้ว นี่เป็นสัญญาณว่า HAL กำลังขยายตัวออกนอกธุรกิจบริการบ่อน้ำมันแบบดั้งเดิมครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและก๊าซ คือความเสี่ยงหลักที่สุดครับ เพราะถ้าราคาน้ำมันตก บริษัทน้ำมันก็ลดงบลงทุน และ HAL ก็ได้งานน้อยลงโดยตรง ปี 2025 เราเห็นชัดว่ารายได้รวมหดตัว 3% และกำไรจากการดำเนินงานจากสองกลุ่มธุรกิจหลักหดตัวถึง 19% สะท้อนว่าธุรกิจนี้อ่อนไหวต่อ cycle ของราคาพลังงานมากครับ
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก็หนักไม่น้อย filing ระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้รายได้ Q1 2026 ถูกกระทบประมาณ 2-3 เซนต์ต่อหุ้น รวมถึงมีการยกเลิกงาน การประกาศ force-majeure และต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้นในภูมิภาคนั้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการควบคุมเงินตราในอาร์เจนตินา ซึ่งทำให้ HAL ต้องทำ Blue Chip Swap และบันทึกขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราทุกปี
ค่าใช้จ่ายพิเศษและการด้อยค่าสินทรัพย์ ก็เป็นประเด็นที่ต้องจับตาครับ ปี 2025 บริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ (impairments and other charges) สูงถึง 831 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงค่าชดเชยพนักงาน การด้อยค่าสินทรัพย์ และการปิดสถานที่ประกอบการ เทียบกับปี 2024 ที่มีเพียง 116 ล้านดอลลาร์ รายการนี้กดกำไรสุทธิไปมากในปีที่แล้ว
ความเสี่ยงทางภาษี ก็มีอยู่ครับ IRS กำลังพิจารณาปรับภาษีจากปี 2016 โดยเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม termination fee ที่ HAL จ่ายให้ Baker Hughes 3,500 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่การควบรวมถูกระงับโดยหน่วยงานกำกับด้านการแข่งขัน IRS ต้องการจัดประเภทค่าใช้จ่ายนี้ใหม่จาก ordinary expense เป็น capital loss ซึ่งถ้า IRS ชนะ บริษัทประเมินว่าอาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มราว 640 ล้านดอลลาร์ บวกดอกเบี้ยอีกครับ
ความเสี่ยงจาก tariff และนโยบายการค้า เป็นประเด็นใหม่ที่ filing Q1 2026 กล่าวถึง โดยบริษัทระบุว่ากำลังติดตามผลกระทบจาก tariff ที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนสินค้านำเข้าในสหรัฐฯ ครับ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่าคาดว่าตลาดต่างประเทศจะทรงตัวหรือโตเล็กน้อยในปี 2026 โดยลาตินอเมริกาเป็นตัวนำ ขณะที่อเมริกาเหนือคาดว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับปี 2025 สะท้อนผลกระทบจากการที่ลูกค้าลดกิจกรรมในพื้นดิน และการที่บริษัทเองตัดสินใจนำอุปกรณ์ที่ไม่คุ้มค่าออกจากการใช้งาน
ทิศทางที่น่าสนใจในระยะกลางคือ natural gas และ data center ครับ บริษัทระบุว่าความต้องการก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจาก data center การใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้น และความต้องการพลังงานที่เชื่อถือได้ จะเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว ความร่วมมือกับ VoltaGrid ในการผลิตระบบไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติสำหรับ data center เป็นก้าวหนึ่งในทิศทางนี้ โดยบริษัทระบุว่าได้จองกำลังการผลิตสำหรับส่งมอบในปี 2028 แล้ว
บริษัทยังมีแผนขายธุรกิจเคมีภัณฑ์บางส่วนในไตรมาส 2 ปี 2026 และคาดจะอัปเกรดระบบ SAP S4 เสร็จในไตรมาส 4 ปี 2026 ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยเรื่องประสิทธิภาพและการวิเคราะห์ข้อมูลในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีนโยบายคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 50% ของ free cash flow ต่อปีผ่านปันผลและซื้อหุ้นคืน ซึ่งไตรมาส 1 ปี 2026 จ่ายปันผล 142 ล้านดอลลาร์ และซื้อหุ้นคืน 100 ล้านดอลลาร์แล้วครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ปี 2025 รายได้รวมอยู่ที่ราว 22,200 ล้านดอลลาร์ ลดลง 3% จากปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานรวมหดตัวหนักกว่ามากที่ 41% ส่วนใหญ่เพราะรายการด้อยค่าพิเศษ 831 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Q1 2026 รายได้ทรงตัวที่ราว 5,400 ล้านดอลลาร์ แต่กำไรจากการดำเนินงานฟื้นตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับ Q1 2025 ที่มีรายการพิเศษกดอยู่ — ดูตัวเลขและกราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
เริ่มเลย →