คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : JNJ

Johnson & Johnson (JNJ) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-11) และ 10-Q (ยื่น 2026-04-22) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Johnson & Johnson (JNJ) เป็นบริษัทด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พูดง่ายๆ คือทำธุรกิจ 2 ขา ขาแรกคือ Innovative Medicine — คิดค้นและขายยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ รักษาโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกัน โรคจิตเวช ความดันหลอดเลือดปอด HIV และโรคหัวใจ ขาที่สองคือ MedTech — ผลิตและขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในห้องผ่าตัดและห้อง ICU ตั้งแต่อุปกรณ์รักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ เครื่องช่วยปั๊มหัวใจ ข้อเข่า-ข้อสะโพกเทียม คอนแทคเลนส์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

บริษัทมีพนักงานราว 138,200 คนทั่วโลก และทำธุรกิจในแทบทุกประเทศครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ใน Q1 ปี 2026 ยอดขายรวมอยู่ที่ 2.41 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 9.9% จากปีก่อน โดยแบ่งเป็น 2 segment ชัดเจนครับ

Innovative Medicine คิดเป็นประมาณ 64% ของยอดขายรวม หรือราว 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์ ใน Q1 ปี 2026 เงินส่วนใหญ่มาจากยากลุ่ม Oncology (มะเร็ง) ที่โตแรงถึง 17.8% เชิงปฏิบัติการ ตัวดาวคือ DARZALEX ยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำยอดขายได้เกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์ ใน Q1 เดียว และคิดเป็นราว 15% ของรายได้รวมทั้งปีตามที่ระบุใน 10-K นอกจากนี้ยังมี CARVYKTI ที่โตแรงถึง 57% และ TREMFYA ในกลุ่ม Immunology ที่โต 64% เป็นตัวชดเชย อย่างไรก็ดี กลุ่ม Immunology โดยรวมยังติดลบ 11.8% เพราะ STELARA ซึ่งเคยเป็นสินค้ารองอันดับสองถูกยาชีววัตถุคล้ายคลึง (biosimilar) แย่งส่วนแบ่งตลาดไปอย่างหนัก ยอดขายหดตัวไปเกือบ 60% ใน Q1 ปี 2026 เทียบกับปีก่อน

MedTech คิดเป็นประมาณ 36% หรือราว 8,600 ล้านดอลลาร์ ใน Q1 ปี 2026 แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Cardiovascular (2,377 ล้าน), Surgery (2,511 ล้าน), Vision (1,365 ล้าน) และ Orthopaedics (2,383 ล้าน) โดย Cardiovascular โตแรงสุดที่ 10.5% เชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนโดย Electrophysiology, Abiomed และ Shockwave

รายได้มาจากทั้งในสหรัฐฯ (ราว 13,300 ล้าน) และต่างประเทศ (ราว 10,700 ล้าน) แบบค่อนข้างสมดุล ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดของ JNJ คือ พอร์ตโฟลิโอยาที่มีสิทธิบัตรคุ้มครองแน่นหนาและมีหลายตัวพร้อมกัน ไม่ได้พึ่งยาตัวเดียว ถึงแม้ DARZALEX จะคิดเป็น 15% ของรายได้รวม แต่ยังมี TREMFYA, ERLEADA, SPRAVATO, CARVYKTI และอื่นๆ อีกมากที่กำลังโตต่อเนื่องครับ

ในด้าน R&D บริษัทใช้เงินวิจัยและพัฒนารวม 3,527 ล้านดอลลาร์ ใน Q1 ปี 2026 เดียว คิดเป็นประมาณ 14.7% ของยอดขาย ฝั่ง Innovative Medicine ใช้ถึง 18.2% ของยอดขายในกลุ่ม ตัวเลขนี้บอกว่าบริษัทลงทุนในท่อยาอย่างต่อเนื่องเพื่อทดแทนยาที่หมดสิทธิบัตรในอนาคต

อีกจุดแข็งคือ ความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ ทำธุรกิจได้ในแทบทุกประเทศ และค่าเงินที่แข็งในหลายตลาดยังช่วยหนุนรายได้เพิ่มขึ้นอีกทาง (Q1 ปี 2026 currency ช่วยบวก 3.5% ของการเติบโต)

ฝั่ง MedTech มีจุดแข็งตรงที่สินค้าหลายตัว เช่น Impella (Abiomed) และ Shockwave ทำงานในโรคที่ค่อนข้างเฉพาะทาง มีการฝึกแพทย์และสร้างระบบนิเวศรอบสินค้า ทำให้การเปลี่ยนไปใช้ของคู่แข่งไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าหลักของฝั่ง Innovative Medicine คือโรงพยาบาล เภสัชกร ผู้กระจายยา (wholesaler) และแพทย์ผู้สั่งยา สินค้าขายผ่านช่องทางการสั่งจ่ายยาแบบมีใบสั่งแพทย์เป็นหลัก ส่วน MedTech ขายให้โรงพยาบาล ศูนย์ผ่าตัด จักษุแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์การแพทย์

ในด้านพาร์ทเนอร์ที่สำคัญมากตัวหนึ่งคือ Genmab A/S ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรหลักของ DARZALEX โดย Janssen Biotech (บริษัทในเครือ JNJ) ถือใบอนุญาตแบบ exclusive JNJ ต้องจ่ายค่า royalty ให้ Genmab ในอัตรา 12-20% ของยอดขาย DARZALEX ซึ่งใน fiscal 2025 อยู่ที่ราว 2,400 ล้านดอลลาร์ สิทธิบัตรหลักหมดอายุในสหรัฐฯ ปี 2029 และในยุโรปในช่วงปี 2031-2032 ครับ

นอกจากนี้บริษัทได้เข้าซื้อ Intra-Cellular Therapies ซึ่งทำให้ได้ CAPLYTA มาเสริมพอร์ตโฟลิโอ Neuroscience ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงจาก biosimilar คือสิ่งที่เห็นชัดที่สุดตอนนี้ครับ STELARA ซึ่งเคยเป็นตัวทำเงินสำคัญอันดับสองยอดขายหายไปเกือบ 60% ใน Q1 ปี 2026 เพราะคู่แข่งได้รับอนุมัติยา biosimilar แล้ว และยังคาดว่าจะกระทบต่อเนื่อง นอกจากนี้ SIMPONI ยังเสี่ยงเจอ biosimilar เข้ามาในครึ่งแรกของปี 2026 ในยุโรป และครึ่งหลังในสหรัฐฯ และ OPSUMIT ก็อาจเจอยา generic ในสหรัฐฯ ช่วงครึ่งหลังของปี 2026

ความเสี่ยงจาก DARZALEX แม้จะเป็นดาวรายได้ แต่สิทธิบัตรหมดอายุในสหรัฐฯ ปี 2029 และในยุโรปปี 2031-2032 หลังจากนั้นคู่แข่งสามารถเข้ามาได้ บวกกับค่า royalty ที่ต้องจ่าย Genmab ปีละ 2,000-2,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก

ความเสี่ยงจากคดีความ Talc ใน Q1 ปี 2026 บริษัทยังมีค่าใช้จ่ายจากคดี talc อีก 300 ล้านดอลลาร์ เรื่องนี้ยังไม่ปิดสนิท และยังคงเป็นหัวข้อที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงจากภาษีนำเข้า (Tariffs) ส่งผลต่อต้นทุนของ MedTech โดยตรงใน Q1 ปี 2026 และทำให้ margin ของ MedTech ลดลงจาก 17.7% เป็น 14.3%

ความเสี่ยงจากการแยกธุรกิจ Orthopaedics บริษัทประกาศในเดือนตุลาคม 2025 ว่าจะแยกธุรกิจกระดูกและข้อออกไป โดยตั้งเป้าให้เสร็จภายใน 18-24 เดือน ซึ่งระหว่างนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด

ความเสี่ยงด้านสกุลเงินและภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากรายได้ต่างประเทศคิดเป็นประมาณ 44% ของยอดขายรวม ความผันผวนของค่าเงินมีผลทั้งสองทาง ใน Q1 ปี 2026 ค่าเงินช่วยบวก แต่สถานการณ์อาจกลับได้ครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

ทิศทางที่เห็นชัดจาก filing มี 2-3 เรื่องครับ

เรื่องแรกคือ การเติบโตของกลุ่ม Oncology โดยเฉพาะยากลุ่ม multiple myeloma อย่าง DARZALEX, CARVYKTI, TECVAYLI, TALVEY ที่กำลังขยายการใช้ออกไปในชุมชนและในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษายาก รวมถึง RYBREVANT/LAZCLUZE ในมะเร็งปอดที่เพิ่งเริ่ม launch และโตแรงถึง 80% ใน Q1 ปี 2026 บริษัทระบุว่ายังมีโปรแกรมพัฒนาหลายตัวที่ดำเนินการอยู่

เรื่องที่สองคือ การสร้างฐาน Neuroscience หลังการซื้อ Intra-Cellular ทำให้ได้ CAPLYTA เข้ามา บวกกับ SPRAVATO ที่โต 44% ใน Q1 บริษัทกำลังสร้างพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มโรคทางจิตเวชและระบบประสาทให้แข็งแกร่งขึ้น

เรื่องที่สามคือ การแยกธุรกิจ Orthopaedics ซึ่งบริษัทระบุว่าตั้งเป้าเสร็จภายใน 18-24 เดือนหลังประกาศ (ตุลาคม 2025) โดยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหลายรูปแบบ หากสำเร็จ JNJ ที่เหลือจะโฟกัสกับ Innovative Medicine และ MedTech ส่วนที่ไม่ใช่กระดูก ซึ่งมี margin สูงกว่าครับ

ฝั่ง MedTech ยังลงทุนในเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น VELYS หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนเข่า และผลิตภัณฑ์ Electrophysiology รุ่นใหม่อย่าง VARIPULSE และ TRUPULSE

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

Q1 ปี 2026 ยอดขายโต 9.9% ที่ 2.41 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย Innovative Medicine โต 11.2% และ MedTech โต 7.7% Segment margin ของ Innovative Medicine อยู่ที่ 34.5% และ MedTech อยู่ที่ 14.3% ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →