Joint Stock Co Kaspi.kz (KSPI) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที
สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง
🏢 ทำธุรกิจอะไร
Kaspi.kz คือบริษัทเทคโนโลยีจากคาซัคสถาน ที่รวม e-commerce, payments และ fintech ไว้ในแอปเดียวกัน พูดง่ายๆ คือแทนที่จะให้คนใช้แอปแยกกันสำหรับโอนเงิน, ซื้อของออนไลน์, กู้เงิน หรือจ่ายบิล — Kaspi รวมทุกอย่างไว้ใน "Super App" สองตัว ได้แก่ Kaspi.kz App สำหรับผู้บริโภค และ Kaspi Pay App สำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการครับ
ณ สิ้นปี 2025 มีผู้ใช้งานในคาซัคสถานประมาณ 15.7 ล้านคนต่อเดือน (Average MAU) และร้านค้าที่ active อยู่ราว 764,000 ราย ที่น่าสนใจคือ 68% ของผู้ใช้เปิดแอปทุกวัน ซึ่งเท่ากับประมาณ 10.7 ล้านคนต่อวัน (DAU) ตัวเลขนี้สูงมากสำหรับแอปทั่วไปครับ และผู้ใช้แต่ละคนทำธุรกรรมเฉลี่ยถึง 77 ครั้งต่อเดือน
นอกจากคาซัคสถาน ในปี 2025 Kaspi ได้เข้าซื้อหุ้นควบคุมใน Hepsiburada ซึ่งเป็น e-commerce ชั้นนำในตุรกี ทำให้ฐานผู้ใช้รวมขยายไปถึง 11.8 ล้านคนในตุรกีด้วย รวมทั้งสองตลาดมีผู้ใช้ประมาณ 27.5 ล้านคนครับ
💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน
Kaspi แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 segment หลัก แต่ละ segment หาเงินคนละแบบกันครับ
Payments — รับค่าธรรมเนียมจากการรับ-จ่ายเงินผ่านระบบ ทั้ง QR payment ในร้านค้า, โอนเงิน P2P, จ่ายบิลบ้าน, และบริการชำระเงิน B2B ระหว่างร้านค้ากับซัพพลายเออร์ ปี 2025 segment นี้มี Total Payment Volume (TPV) อยู่ที่ ₸44,219 พันล้านเทงเก โตขึ้น 19% และทำกำไรสุทธิ ₸433 พันล้านเทงเก ซึ่งโตขึ้น 13% เทียบกับปีก่อน
Marketplace — รายได้หลักมาจากค่าธรรมเนียมที่เก็บจากร้านค้าที่มาขายในแพลตฟอร์ม (โมเดล 3P คือ third-party merchant ขายของเอง) รวมถึงรายได้จากโฆษณา (Kaspi Advertising ที่ยิงแอดได้ทั้งใน app และข้ามไปยัง Facebook, TikTok, Google) และค่าบริการจัดส่งผ่านเครือข่าย Kaspi Postomats กว่า 10,441 จุดทั่วประเทศ ปี 2025 GMV อยู่ที่ ₸6,657 พันล้านเทงเก โตขึ้น 11% ทำกำไรสุทธิ ₸369 พันล้านเทงเก โตขึ้น 6% (เฉพาะคาซัคสถาน — หากรวมตุรกี กำไรลดลง 20% เพราะ Hepsiburada ยังอยู่ระหว่างปรับตัว)
Fintech — รายได้หลักคือดอกเบี้ยจากสินเชื่อ ได้แก่ BNPL (ผ่อนสินค้าไม่เกิน 3 เดือน หรือนาน 6–24 เดือนช่วงโปรโมชั่น), สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อรถยนต์, และสินเชื่อเพื่อการค้าสำหรับร้านค้า ฝั่งเงินทุน Kaspi ระดมผ่าน deposit account ของลูกค้า โดย 93% ของเงินฝากอยู่ในสกุลเทงเก ตรงกับที่ปล่อยกู้ — ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนครับ ปี 2025 Total Fintech Volume (TFV) อยู่ที่ ₸11,652 พันล้านเทงเก โตขึ้น 13% ทำกำไรสุทธิ ₸355 พันล้านเทงเก โตขึ้น 9%
ปี 2025 รายได้รวมทั้งบริษัทอยู่ที่ ₸4,046 พันล้านเทงเก (ประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์) โตขึ้น 60% แต่ส่วนหนึ่งมาจากการรวมตัวเลข Hepsiburada เข้ามาด้วยครับ
🏰 จุดแข็งของธุรกิจ
จุดแข็งที่ชัดที่สุดของ Kaspi คือ network effect ที่เกิดจากการมีทั้งผู้บริโภคและร้านค้าอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกันในจำนวนมาก ยิ่งมีร้านค้ามาก ผู้บริโภคก็ยิ่งมาใช้มากขึ้น พอผู้บริโภคมากขึ้น ร้านค้าก็อยากเข้ามาขายมากขึ้น วนซ้ำไปเรื่อยๆ ครับ และเพราะทุก service อยู่ใน app เดียว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดึงลูกค้าใหม่มาใช้ feature ใหม่ต่ำกว่าการสร้างแอปแยก
ผลสำรวจ KResearch (Kantar Group) ที่สำรวจผู้ตอบแบบสอบถามราว 6,000 คนตลอดปี 2025 ระบุว่า Kaspi.kz ติด #1 ในความรับรู้แบรนด์แทบทุกหมวดที่ทำ — ทั้ง mobile app (47% vs คู่แข่งอันดับ 2 ที่ 8%), payments (79% vs 6%), deposits (59% vs 17%), e-commerce (44% vs 14%) รวมถึง Kolesa.kz ใน car classifieds และ Krisha.kz ใน real estate classifieds ที่ต่างก็ครอง #1 ที่ 74% เหมือนกัน
ฝั่ง Fintech มีจุดแข็งด้านความเร็วในการอนุมัติสินเชื่อ — บริษัทระบุว่า 99.9% ของธุรกรรมสินเชื่ออนุมัติใน 6 วินาที โดยใช้ข้อมูล transaction ที่สะสมมาจากทั้ง Payments และ Marketplace ในการ underwrite สินเชื่อแบบอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ได้ต้นทุนความเสี่ยง (Cost of Risk) ต่ำกว่าการปล่อยกู้แบบดั้งเดิมครับ
🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก
ลูกค้าหลักของ Kaspi แบ่งเป็นสองฝั่งครับ ฝั่งผู้บริโภคทั่วไปในคาซัคสถานที่ใช้ Kaspi.kz Super App และฝั่งร้านค้า/ผู้ประกอบการที่ใช้ Kaspi Pay Super App ซึ่งมีอยู่ราว 764,000 ราย ณ สิ้นปี 2025
พาร์ทเนอร์ที่ระบุไว้ใน filing ชัดเจนได้แก่ Magnum ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ใน e-Grocery ที่เปิดตัวปี 2021 และรัฐบาลคาซัคสถานที่เป็นพาร์ทเนอร์ในการพัฒนา Government Services บนแอป ทำให้ผู้ใช้จัดการเรื่องราชการได้โดยตรงผ่าน Kaspi — ตั้งแต่ต่ออายุใบขับขี่, โอนกรรมสิทธิ์รถ, จดทะเบียนธุรกิจ ไปจนถึงยื่นภาษีครับ ณ สิ้นปี 2025 มีคนใช้บริการ Government Services แล้วถึง 12.2 ล้านคน
ด้านการชำระเงินระหว่างประเทศ Kaspi QR เชื่อมกับ AliPay+ และเครือข่ายพาร์ทเนอร์ทั่วโลก และในส่วนโฆษณา Kaspi มีพาร์ทเนอร์เป็น Facebook, TikTok และ Google สำหรับการยิงโฆษณานอก ecosystem ของตัวเองด้วยครับ
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดเดียว — ธุรกิจหลักยังอยู่ในคาซัคสถานเกือบทั้งหมด คาซัคสถานพึ่งพารายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมัน ราคาน้ำมันที่ตกหรือเศรษฐกิจซบเซาจะกระทบกำลังซื้อผู้บริโภคโดยตรง และอัตราเงินเฟ้อในคาซัคสถานปี 2025 อยู่ที่ 12.3% ซึ่งสูงขึ้นจาก 8.6% ในปี 2024 ครับ
ความเสี่ยงจาก Hepsiburada (ตุรกี) — การรวมธุรกิจตุรกีเข้ามาทำให้กำไร Marketplace รวมลดลง 20% เทียบปีก่อน ตุรกีมีความผันผวนทางเศรษฐกิจและค่าเงินสูง ขณะที่ Hepsiburada ยังอยู่ระหว่างการปรับโมเดลธุรกิจ ความสำเร็จของการลงทุนนี้ยังไม่ชัดเจนในระยะสั้นครับ
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ — ในฐานะที่มีทั้งธนาคาร (Kaspi Bank), marketplace และ fintech รวมกัน Kaspi อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายหน่วยงานพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านการเงิน, ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล หรือ e-commerce สามารถกระทบโมเดลธุรกิจได้
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและ cybersecurity — บริษัทเคยถูก cyberattack มาก่อน รวมถึง Hepsiburada ที่มีบัญชีร้านค้าหลายร้อยบัญชีถูก breach ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 แม้ทางบริษัทระบุว่ายังไม่มีเหตุการณ์ที่ "material" เกิดขึ้น แต่ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาครับ
Material weakness ด้าน internal control — filing ระบุว่ามี material weakness ที่ยังต้องแก้ไขในระบบ internal control over financial reporting ซึ่งเป็นสัญญาณที่ผู้ลงทุนควรติดตามการแก้ไขอย่างใกล้ชิดครับ
🚀 อนาคตจะไปทางไหน
บริษัทระบุว่ามีเป้าหมายระยะยาวคือการให้บริการผู้ใช้ 100 ล้านคน จากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 27.5 ล้านคนรวมสองตลาด ซึ่งหมายความว่าการขยายออกนอกคาซัคสถานจะเป็นแกนหลักของการเติบโตในอนาคต โดย Hepsiburada ในตุรกีคือก้าวแรกที่ชัดเจนที่สุดครับ
ในด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทเพิ่งเปิดตัว Kaspi Alaqan (จ่ายเงินด้วยฝ่ามือ) ในเดือนธันวาคม 2025 และวางแผนขยายทั่วประเทศในปี 2026 รวมถึงการขยาย Government Services ต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะไม่ได้สร้างรายได้โดยตรง แต่ช่วยเพิ่ม engagement ให้กับแอปได้มาก นอกจากนี้ยังมีการนำ AI มาช่วยร้านค้าสร้าง product listing (Kaspi AI for partners) และขยายบริการโฆษณา Kaspi Advertising ให้ครอบคลุมนอก ecosystem
ประเด็นที่ต้องจับตาคือว่า Hepsiburada จะสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้เมื่อไร และโมเดล Super App ของ Kaspi จะ replicate ในตุรกีได้จริงหรือเปล่าครับ เพราะตลาดตุรกีมีทั้งขนาดที่ใหญ่กว่าและมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าคาซัคสถานมากครับ
📈 ผลล่าสุดสั้นๆ
ปี 2025 รายได้รวม ₸4,046 พันล้านเทงเก (~8,000 ล้านดอลลาร์) เติบโต 60% เทียบปีก่อน (ส่วนหนึ่งมาจากการรวมตัวเลข Hepsiburada) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ ₸1,068 พันล้านเทงเก (~2,100 ล้านดอลลาร์) เติบโตเพียง 1% สะท้อนว่าการลงทุนในตุรกีกดดันกำไรรวมในระยะสั้น ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ
🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?
ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ KSPI →