คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 LSTA

Lisata Therapeutics (LSTA) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-12) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-06) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

LSTA หรือชื่อเต็มคือ Lisata Therapeutics ครับ เป็นบริษัทยาที่ยังอยู่ในขั้นทดลองทางคลินิก (clinical-stage) ยังไม่มียาตัวไหนขายได้ โฟกัสของบริษัทคือการค้นคว้า พัฒนา และนำยาออกขายสำหรับ solid tumors และโรคร้ายแรงอื่นๆ ครับ ตัวยาหลักชื่อ certepetide (เดิมเรียก LSTA1 หรือ CEND-1) ครับ

พูดง่ายๆ คือ certepetide มันถูกออกแบบมาให้กระตุ้นเส้นทางการนำส่งที่เรียกว่า C-end rule active transport mechanism เพื่อให้ยาต้านมะเร็งที่ให้ร่วมกันไปพร้อมกัน หรือยาที่ผูกติดกับตัวมันเอง เข้าไปในก้อนเนื้อ solid tumor ได้มากขึ้นครับ บริษัทระบุว่าผลนี้เกิดเฉพาะในเนื้อเยื่อเนื้องอก และเนื้อเยื่อปกติคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบครับ นอกจากนี้บริษัทยังระบุว่า certepetide อาจช่วยปรับสภาพแวดล้อมรอบก้อนมะเร็ง ทำให้มะเร็งตอบสนองต่อ immunotherapy ได้ดีขึ้นครับ

ปัจจุบัน certepetide เคยหรือกำลังอยู่ในการทดลอง Phase 2 หลายงานทั่วโลก ครอบคลุม metastatic pancreatic ductal adenocarcinoma (mPDAC), cholangiocarcinoma, appendiceal cancer, colon cancer และ glioblastoma multiforme ร่วมกับยาต้านมะเร็งหลายสูตรครับ ส่วนเทคโนโลยีพื้นฐานบริษัทใช้เครื่องหมายการค้าชื่อ CendR Platform® ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ตอนนี้บริษัทแทบไม่มีรายได้จากการขายยาครับ ไตรมาส 2 ปี 2026 ไม่มีรายได้เลย ส่วนไตรมาส 2 ปี 2025 มีรายได้ 70,000 ดอลลาร์ จากค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์ก้อนแรก (upfront license fee) ของสัญญาการวิจัยครับ

เงินที่เข้ามาจริงในช่วงนี้มาจากหลายทาง ทางแรกคือการขายสิทธิ์ NJ NOLs ผ่านโปรแกรมของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้เงินสุทธิประมาณ 0.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 และ 0.9 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ครับ ทางที่สองคือเงินจาก Kuva จำนวน 1.0 ล้านดอลลาร์ที่บริษัทได้รับตามสัญญาควบรวมกิจการ ซึ่งบันทึกอยู่ในรายได้อื่นไม่ใช่รายได้จากการขายครับ ทางที่สามคือดอกเบี้ยจากเงินสดและเงินลงทุน ซึ่งลดลงเพราะยอดเงินลงทุนน้อยลงครับ ส่วนการระดมทุนในครึ่งปีแรก 2026 มีเพียงประมาณ 0.2 ล้านดอลลาร์ จากการใช้ warrant และ option เป็นหลักครับ

ฝั่งรายจ่ายหลักคือค่าวิจัยและพัฒนา (R&D) กับค่าใช้จ่ายบริหาร (G&A) ครับ ในครึ่งปีแรก 2026 บริษัทใช้เงินสดในการดำเนินงานไปประมาณ 5.7 ล้านดอลลาร์ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกคือเรื่องกลไกทางวิทยาศาสตร์ครับ certepetide เป็น cyclic iRGD peptide ที่จับกับ integrin บนเซลล์เนื้องอก แล้วถูกตัดให้กลายเป็น CendR peptide fragment ซึ่งไปจับกับ neuropilin-1 เพื่อเปิดช่องทางให้ยาเข้าไปในเนื้องอกได้มากขึ้นครับ บริษัทระบุว่า ทั้งบริษัท ผู้ร่วมงาน และนักวิจัยทั่วโลกตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับ iRGD และ CendR pathway รวมกันมากกว่า 400 ชิ้นครับ

จุดแข็งที่สองคือแนวทาง co-administration ครับ บริษัทให้เหตุผลว่าการให้ certepetide ร่วมกับยาเดิมไม่ได้สร้าง new chemical entity จึงลดอุปสรรคด้านการพัฒนาและการขออนุมัติ และทำให้ไปถึงการทดลองทางคลินิกและตลาดได้เร็วกว่าในทฤษฎีครับ ส่วนการผูกโมเลกุลเข้ากับยาต้านมะเร็ง บริษัทระบุว่าอาจสร้าง NCE ใหม่ที่มีโอกาสได้สิทธิบัตรของตัวเองครับ

จุดแข็งที่สามคือผลการทดลองในการทดลอง ASCEND ครับ ในกลุ่ม Cohort B ที่ให้ certepetide 2 โด๊สร่วมกับ SoC บริษัทรายงานว่า 6-month PFS อยู่ที่ 60.8% เทียบกับ 25% ของกลุ่ม placebo และ ORR อยู่ที่ 45.2% เทียบกับ 19% ครับ median OS อยู่ที่ 10.32 เดือนเทียบกับ 9.23 เดือนครับ ข้อมูลนี้เป็น preliminary นะครับ บริษัทระบุว่าโปรไฟล์ความปลอดภัยใกล้เคียงกับ placebo ครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าซื้อยาของบริษัทครับ สิ่งที่มีคือพาร์ทเนอร์ด้านการพัฒนายาและการทดลองครับ

Qilu Pharmaceutical เคยเป็นผู้รับลิขสิทธิ์ในจีนครับ และเป็นผู้ทำการทดลอง CEND1-201 กับ CEND1-202 ตอนนี้สิทธิ์กลับมาอยู่ที่ Lisata แล้วตามข้อตกลงยกเลิกร่วมกันครับ บริษัทระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานฉบับสมบูรณ์จาก CEND1-202 และไม่เป็นเจ้าของข้อมูลของการทดลองนี้ครับ

สำหรับการทดลอง ASCEND บริษัทร่วมมือกับ AGITG (ปัจจุบันชื่อ GI Cancer Trials) และ University of Sydney ทำการทดลองที่ 25 แห่งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ครับ ส่วน Catalent เป็นพาร์ทเนอร์วิจัยด้าน antibody drug conjugates (ADCs) ที่เพิ่งนำเสนอข้อมูลในไตรมาส 4 ปี 2025 ครับ ส่วนการขายหุ้นในตลาดใช้ H.C. Wainwright & Co. เป็นตัวแทนในโครงการ at-the-market ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

- อยู่ระหว่างหาทางเลือกเชิงกลยุทธ์ ครับ หลังดีลกับ Kuva ถูกยกเลิก บอร์ดกำลังประเมินทั้งการควบรวม ขายสินทรัพย์ หรือชำระบัญชีและยุบบริษัท และเงินที่เหลือให้ผู้ถือหุ้นขึ้นกับเวลาและจำนวนเงินสดที่เหลือครับ
- ความไม่แน่นอนเรื่องการดำเนินงานต่อเนื่อง ครับ ฝ่ายจัดการระบุว่ามี substantial doubt เรื่องความสามารถดำเนินงานต่อเนื่องได้ใน 12 เดือน และต้องหาเงินทุนเพิ่มโดยไม่มีการรับประกันว่าจะได้ครับ
- ไม่แน่ใจว่าจะได้เงินจาก Kuva เพิ่ม ครับ บริษัทฟ้องร้อง Kuva เพื่อเรียกค่าธรรมเนียมยกเลิก 2 ล้านดอลลาร์และค่าเสียหาย แต่บริษัทระบุว่า Kuva อาจไม่มีเงินพอจ่ายครับ
- ลดพนักงานลง 72% ครับ ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการทำการทดลองต่อ และ CMO ของบริษัทก็ออกไปแล้วในวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ครับ
- ผลทดลองยังไม่แข็งแกร่งทุกด้าน ครับ ใน Cohort A ค่า median PFS ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และการทดลอง BOLSTER ในโรค cholangiocarcinoma ไม่พบประโยชน์ที่ชัดเจนครับ
- ยังต้องทำ Phase 3 ครับ บริษัทระบุว่าการทดลองระยะนี้ใหญ่และแพงกว่าเดิม และต้องใช้เงินจำนวนมากครับ
- ยังไม่เคยมีรายได้จากการขายยา ครับ และอาจไม่มีรายได้นี้เลยหากไม่ได้รับการอนุมัติ
- ถ้าระดมทุนด้วยหุ้นจะทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมถูกเจือจาง (dilution) ครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังไม่มีรายได้จากการขายยาจึงไม่มีตัวชี้วัดอย่าง ARR, NRR หรือ backlog ครับ เอกสารไม่ได้ระบุ TAM ของ certepetide จึงถือว่าข้อมูลไม่พอครับ สิ่งที่ควรดูแทนคือเงินสดกับอัตราการเผาเงินครับ ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึง 31 ธันวาคม 2025 บริษัทมีขาดทุนสะสมประมาณ 564.7 ล้านดอลลาร์ครับ ขาดทุนสุทธิปี 2025 อยู่ที่ 16.6 ล้านดอลลาร์ และปี 2024 อยู่ที่ 20.0 ล้านดอลลาร์ครับ ณ 30 มิถุนายน 2026 เหลือเงินสดประมาณ 10.4 ล้านดอลลาร์ครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่ากำลังประเมินทางเลือกเชิงกลยุทธ์ ซึ่งอาจรวมถึงการซื้อกิจการ การควบรวม การเข้าตลาดแบบ reverse merger การขายสินทรัพย์ หรือการชำระบัญชีครับ บริษัทยังไม่ได้ระบุว่าจะได้ผลลัพธ์เมื่อไหร่ครับ

ในด้านการทดลอง บริษัทระบุว่ารายงานฉบับสมบูรณ์ของ ASCEND คาดว่าจะเผยแพร่ในปี 2026 ครับ ส่วนการทดลองของสถาบันวิชาการที่เป็นผู้สนับสนุนเองนั้นอยู่ในความดูแลของผู้สนับสนุนนั้นๆ ครับ นอกจากนี้บริษัทฟ้องร้อง Kuva ในศาล Court of Chancery ของรัฐเดลาแวร์ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ครับ ผลของคดียังไม่รู้ครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทไม่มีรายได้และขาดทุนสุทธิ 2.9 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 4.7 ล้านดอลลาร์ของปีก่อนครับ ครึ่งปีแรกขาดทุนสุทธิ 7.4 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 9.4 ล้านดอลลาร์ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ LSTA →