คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : MRK

Merck & Co (MRK) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-24) และ 10-Q (ยื่น 2026-05-04) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Merck & Co. (ตัวย่อในตลาดหุ้นคือ MRK) คือบริษัทยาและสุขภาพระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา พูดง่ายๆ คือเขาคิดค้น ผลิต และขายยาให้คนไข้ทั่วโลก ทั้งยาสำหรับมนุษย์และยาสำหรับสัตว์ครับ

บริษัทแบ่งธุรกิจออกเป็นสองส่วนหลักชัดเจน ส่วนแรกคือ Pharmaceutical ซึ่งครอบคลุมทั้งยารักษาโรคและวัคซีนสำหรับมนุษย์ ส่วนที่สองคือ Animal Health ที่ดูแลยาและวัคซีนสำหรับสัตว์ ทั้งปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงครับ ปี 2025 ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 65,000 ล้านดอลลาร์ โดย Pharmaceutical คิดเป็นราว 58,000 ล้านดอลลาร์ และ Animal Health อีกประมาณ 6,300 ล้านดอลลาร์

ถ้าจะให้เห็นภาพมากขึ้น ลองนึกถึงคนไข้มะเร็งที่ได้รับยา Keytruda, เด็กที่ฉีดวัคซีน Gardasil ป้องกัน HPV, คนไข้เบาหวานที่กิน Januvia, หรือฟาร์มโคที่ใช้ยาจาก Merck ดูแลฝูงวัว — ทั้งหมดนี้คือ Merck ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

แหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดโดยไม่ต้องเดาเลยคือ Keytruda ยาภูมิคุ้มกันบำบัดรักษามะเร็ง ปี 2025 ขายได้ราว 31,700 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 49% ของยอดขายรวมทั้งบริษัท — เกือบครึ่งบริษัทมาจากยาตัวเดียวครับ Keytruda ได้รับการอนุมัติในสหรัฐฯ กว่า 40 indications ครอบคลุม 19 ประเภทมะเร็ง และยังขยายต่อเนื่อง ล่าสุดไตรมาสแรกปี 2026 ยอดรวม Keytruda และ Keytruda Qlex (สูตรฉีดใต้ผิวหนัง) อยู่ที่ 8,034 ล้านดอลลาร์ โตขึ้น 12% เทียบปีก่อน

รองลงมาคือ Gardasil/Gardasil 9 วัคซีน HPV ปี 2025 ขายได้ 5,233 ล้านดอลลาร์ แต่ลดลงจาก 8,583 ล้านในปี 2024 เพราะตลาดจีนหดตัวหนัก ส่วน Winrevair ยารักษาความดันในปอด เพิ่งเปิดตัวปี 2024 ได้แค่ 419 ล้านดอลลาร์ แต่ปี 2025 พุ่งขึ้นมาแล้ว 1,443 ล้านดอลลาร์ — เติบโตเร็วมากครับ

นอกจากนี้ยังมีรายได้จากพันธมิตร (Alliance Revenue) เช่น Lynparza ที่ทำร่วมกับ AstraZeneca และ Lenvima อีกราว 2,500 ล้านดอลลาร์รวมกัน ซึ่งในกรณีนี้ Merck รับส่วนแบ่งกำไรสุทธิ ไม่ใช่ยอดขายเต็มๆ ฝั่ง Animal Health แบ่งเป็น Livestock (ปศุสัตว์) ราว 3,900 ล้านดอลลาร์ และ Companion Animal (สัตว์เลี้ยง) ราว 2,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกสุดของ Merck คือ Keytruda และฐานข้อมูลทางคลินิกที่สะสมมายาวนาน ยาตัวนี้ได้รับการอนุมัติในมะเร็งหลายสิบประเภท และยังมีการทดลองทางคลินิกอยู่อีกมาก การที่ยาถูกอนุมัติใน indication ใหม่ๆ ต่อเนื่องช่วยให้ยอดขายขยายตัวได้โดยไม่ต้องพัฒนายาตัวใหม่จากศูนย์ครับ นอกจากนี้ในปี 2025 Merck ยังเปิดตัว Keytruda Qlex ซึ่งเป็นสูตรฉีดใต้ผิวหนัง ทำให้คนไข้สะดวกขึ้นและไม่ต้องนั่ง infusion นานๆ ในโรงพยาบาล

จุดแข็งที่สองคือ ความหลากหลายของพอร์ตสินค้า ทั้งยารักษาโรค วัคซีน และยาสัตว์ ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง ถ้าตลาดใดตลาดหนึ่งชะลอตัว ส่วนอื่นยังช่วยพยุงได้ครับ

จุดแข็งที่สามคือ เครือข่ายพันธมิตรกับบริษัทยาชั้นนำ เช่น AstraZeneca สำหรับ Lynparza และ Lenvima, Bristol-Myers Squibb สำหรับ Reblozyl การร่วมมือเหล่านี้ช่วยให้ Merck รับรายได้จากยาที่พัฒนาร่วมกันโดยแบ่งภาระต้นทุนและความเสี่ยงออกไปครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าของ Merck ฝั่งยามนุษย์คือกลุ่มที่หลากหลาย ทั้งผู้ค้าส่งยา ร้านขายยา โรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ และ managed care providers เช่น HMO และ pharmacy benefit managers ครับ ส่วนวัคซีนขายให้แพทย์ ผู้กระจายสินค้า และหน่วยงานรัฐเป็นหลัก ฝั่ง Animal Health ขายให้สัตวแพทย์ ผู้กระจายสินค้า เกษตรกร และเจ้าของสัตว์เลี้ยงครับ

พาร์ทเนอร์หลักที่เห็นชัดในเอกสารได้แก่ AstraZeneca (Lynparza, Lenvima, Koselugo) และ Bristol-Myers Squibb (Reblozyl) นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงล่าสุดกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในรูปแบบ MFN Agreement ซึ่งผูกพันราคายาบางตัวกับราคาในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือ การพึ่งพา Keytruda มากเกินไป ยาตัวเดียวคิดเป็น 49% ของยอดขายทั้งบริษัทในปี 2025 ถ้า Keytruda เจอปัญหา ไม่ว่าจะเป็นผลข้างเคียงที่ค้นพบใหม่ หรือยา biosimilar เข้ามาแย่งตลาด — ผลกระทบต่อบริษัทจะรุนแรงมากครับ บริษัทระบุเองว่าสิทธิบัตรหลักของ Keytruda จะหมดอายุในปี 2028-2029 และคาดว่า biosimilar จะเริ่มแข่งได้ตั้งแต่ธันวาคม 2028

ความเสี่ยงที่สองคือ นโยบายราคายาจากภาครัฐสหรัฐฯ กฎหมาย Inflation Reduction Act (IRA) ให้รัฐบาลกำหนดราคายาบางตัวโดยตรง Januvia เริ่มถูกกำหนดราคาแล้วตั้งแต่ต้นปี 2026 และ Keytruda คาดว่าจะถูกเลือกเข้าโปรแกรมนี้ในปี 2027 ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ปี 2029 ครับ นอกจากนี้ Januvia และ Janumet จะหมดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม 2026 และ Bridion จะหมดสิทธิบัตรในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งบริษัทเตรียมหยุดขาย Bridion ในสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2026

ความเสี่ยงที่สามคือ ยอดขาย Gardasil ในจีนที่ตกต่ำ จาก 8,886 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 เหลือ 5,233 ล้านในปี 2025 การพึ่งพาตลาดเดียวจนเห็นผลกระทบขนาดนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญครับ

ความเสี่ยงที่สี่คือ ค่าใช้จ่าย R&D และการซื้อกิจการขนาดใหญ่ ในไตรมาสแรกปี 2026 Merck บันทึกค่าใช้จ่าย R&D ก้อนใหญ่ 9,000 ล้านดอลลาร์จากการซื้อ Cidara Therapeutics และอยู่ระหว่างซื้อ Terns Pharmaceuticals อีกราว 6,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อปิดดีลแล้วจะบันทึกค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 5,800 ล้านดอลลาร์ทันที การลงทุนเหล่านี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง เพราะยาที่ซื้อมายังอยู่ในขั้น clinical trial ครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

เส้นทางหลักที่บริษัทกำลังเดินอยู่คือการขยาย Keytruda ต่อเนื่อง ทั้งในแง่ indication ใหม่ๆ และรูปแบบใหม่อย่าง Keytruda Qlex ที่ฉีดใต้ผิวหนังแทนการให้ทางหลอดเลือดดำ ซึ่งสะดวกกว่าและอาจช่วยรักษาฐานลูกค้าก่อน biosimilar จะเข้ามาในปี 2028-2029 ครับ

อีกหมวดที่กำลังโตชัดคือ Cardiometabolic and Respiratory โดยเฉพาะ Winrevair ที่รายได้พุ่งจาก 419 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 มาเป็น 1,443 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 บริษัทระบุว่ายังมีการขยายตลาดต่อเนื่อง รวมถึง Ohtuvayre สำหรับ COPD ที่ได้มาจากการซื้อ Verona Pharma ในเดือนตุลาคม 2025

ฝั่ง pipeline บริษัทระบุว่ากำลังพัฒนา MK-1406 ยาต้านไข้หวัดใหญ่แบบออกฤทธิ์นาน (ได้มาจากการซื้อ Cidara) ซึ่งอยู่ใน Phase 3 และ TERN-701 ยารักษา chronic myeloid leukemia (อยู่ใน Phase 1/2 จากการซื้อ Terns) ทั้งสองตัวยังเป็นสินค้าในอนาคตที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ครับ บริษัทระบุว่ายังลงทุนขยายการผลิตในสหรัฐฯ เพิ่มเติมด้วย ภายใต้ข้อตกลง MFN Agreement กับรัฐบาล

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาสแรกปี 2026 ยอดขายรวม 16,286 ล้านดอลลาร์ เติบโต 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหมวด Oncology และ Cardiometabolic เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่วัคซีนและเบาหวานหดตัว อย่างไรก็ตาม การบันทึกค่าใช้จ่าย R&D ก้อนใหญ่ 9,000 ล้านดอลลาร์จากดีล Cidara ในไตรมาสนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิออกมาต่ำกว่าปกติมาก ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →