คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : NEXA

Nexa Resources S.A (NEXA) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-26) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

NEXA Resources เป็นบริษัทเหมืองแร่และโรงถลุงโลหะแบบครบวงจร มีรากฐานอยู่ที่ละตินอเมริกา โดยเฉพาะเปรูและบราซิลครับ พูดง่ายๆ คือ บริษัทขุดแร่ขึ้นมา แล้วแปรรูปเป็นโลหะสำเร็จรูปขายเอง ไม่ได้แค่ขายแร่ดิบ

โลหะหลักที่ทำรายได้คือสังกะสี (zinc) เป็นตัวหลัก ตามมาด้วยทองแดง ตะกั่ว เงิน และทองคำ แร่พวกนี้มีประโยชน์ในงานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า และอุตสาหกรรมยานยนต์ครับ

ปัจจุบันบริษัทมีเหมืองที่เดินสายการผลิตอยู่ 5 แห่ง ได้แก่ Cerro Lindo, Vazante, El Porvenir, Atacocha และ Aripuanã โดยในปี 2025 ผลิตแร่รวมกัน (คิดเป็น zinc equivalent) ได้ประมาณ 672,400 ตัน

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

บริษัทแบ่งธุรกิจออกเป็นสองกลุ่มหลักครับ

กลุ่มเหมือง (Mining Segment) คือขุดแร่ขึ้นมาแล้วขายในรูป "concentrate" ซึ่งเป็นแร่เข้มข้นที่ยังไม่ถลุงสำเร็จ รายได้ขึ้นตรงกับราคาโลหะในตลาดโลก (LME และ LBMA) ในปี 2025 ราคาสังกะสีเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,870 ดอลลาร์ต่อตัน ทองแดงอยู่ที่ประมาณ 9,945 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนทองคำพุ่งขึ้นไปเฉลี่ยถึง 3,432 ดอลลาร์ต่อออนซ์ครับ

กลุ่มโรงถลุง (Smelting Segment) รับแร่ concentrate มาถลุงเป็นโลหะสังกะสีสำเร็จรูปและ zinc oxide เพื่อขาย รายได้กลุ่มนี้ไม่ได้ผันผวนตามราคาโลหะโดยตรงมากนัก แต่ขึ้นกับ "treatment charge" ซึ่งคือค่าธรรมเนียมแปรรูปที่โรงถลุงเก็บจากเจ้าของแร่ นอกจากนี้โรงถลุงยังได้ประโยชน์จากส่วนต่างที่เรียกว่า "free metal" คือโดยทั่วไปโรงถลุงจ่ายค่าแร่ให้เหมืองเทียบเท่า 85% ของราคา LME ดังนั้นส่วนที่เหลืออีก 15% คือกำไรของโรงถลุงครับ

โดยรวมทั้งบริษัท รายได้สุทธิปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 3,002 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อน ในปี 2025 เหมืองของบริษัทเองป้อนวัตถุดิบให้โรงถลุงประมาณ 50% ที่เหลือซื้อจากภายนอก

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่ชัดที่สุดคือโครงสร้างธุรกิจแบบ ครบวงจรในแนวตั้ง ครับ บริษัทขุดแร่เองและถลุงเองในเครือเดียวกัน ผลคือเมื่อ treatment charge ในตลาดลดลง (ซึ่งหมายความว่าแร่หายากขึ้น) ฝั่งเหมืองได้ประโยชน์จากราคาแร่ที่แน่นขึ้น ขณะที่ฝั่งโรงถลุงเสียประโยชน์จาก margin ที่บางลง ทั้งสองฝั่งจึงหักกลบกันได้ในระดับหนึ่ง เป็นโครงสร้างที่ช่วยลดความผันผวนของกำไรรวมครับ

อีกจุดหนึ่งคือ สำรองแร่ที่มีนัยสำคัญ ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมี Mineral Reserves รวม (attributable basis) ประมาณ 104 ล้านตัน มีสังกะสีในสำรองรวมประมาณ 3.8 ล้านตัน สะท้อนว่ายังมีวัตถุดิบในมือพอสมควรสำหรับการผลิตระยะยาวครับ

ความหลากหลายของโลหะ ก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง นอกจากสังกะสีเป็นหลัก ยังมีทองคำ เงิน ทองแดง และตะกั่ว ซึ่งในปี 2025 ราคาเงินพุ่งขึ้น 41.6% และทองคำขึ้นถึง 43.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โลหะมีค่าเหล่านี้ช่วยหนุนรายได้รวมของบริษัทได้ครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ข้อมูลไม่พอ — filing ที่ได้รับไม่ระบุชื่อลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์รายใหญ่เฉพาะเจาะจงในส่วนนี้ครับ ทราบเพียงว่าบริษัทขายผลิตภัณฑ์ผ่านสัญญาระยะ 1-2 ปีเป็นหลัก มีเพียงส่วนน้อยที่ขายในตลาด spot และราคาอ้างอิงจาก LME/LBMA เป็นมาตรฐาน

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงด้านราคาโลหะ เป็นหัวใจหลักครับ ราคาสังกะสีซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทผันผวนตามปัจจัยมหภาคที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ระดับ inventory ในตลาดโลก หรือการเติบโตของกำลังการผลิตสังกะสีจากจีน ซึ่งในปี 2025 สร้างความไม่สมดุลระหว่างตลาดจีนกับตลาดนอกจีนได้อย่างชัดเจน

ความเสี่ยงด้านแรงงาน ก็ไม่ควรมองข้ามครับ บริษัทมีพนักงานและผู้รับเหมารวมกันกว่า 15,000 คน และมากกว่า 70% ของแรงงานในเปรูเป็นแรงงานผ่านผู้รับเหมา ซึ่งในเดือนตุลาคม 2025 ศาลรัฐธรรมนูญของเปรูตัดสินว่าการห้ามบริษัทจ้างเหมางานหลักนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรณีนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนแรงงานของบริษัทในอนาคต นอกจากนี้ในปี 2025 เกิดการหยุดงานที่โรงถลุง Cajamarquilla นาน 3 วันในเดือนมิถุนายน

ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ได้แก่การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ห่างไกล ทั้งถนน ระบบน้ำ และไฟฟ้า รวมถึงความเสี่ยงจาก cyber attack ที่บริษัทระบุว่าเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง โดยเฉพาะจากเทคโนโลยี AI และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครับ

ความเสี่ยงด้านสำรองแร่ ก็มีครับ ปี 2025 สังกะสีใน Mineral Reserves ลดลง 0.8% จากปีก่อน เพราะการขุดเอาแร่ออกไปได้รับการทดแทนด้วยแร่เกรดต่ำกว่าที่ Cerro Lindo และ Aripuanã และมีการปรับพารามิเตอร์ทางธรณีเทคนิคที่ Aripuanã

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

โครงการที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ Cerro Pasco Complex Integration Project ซึ่งจะรวมเหมือง El Porvenir และ Atacocha เข้าด้วยกัน บริษัทระบุว่าจะต่อ life of mine ออกไปได้กว่าสิบปี งบลงทุนรวมของโครงการอยู่ที่ประมาณ 148.8 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น Phase I ราว 117 ล้านดอลลาร์ (ระบบท่อขนส่ง tailings) และ Phase II อีกราว 32 ล้านดอลลาร์ (อุโมงค์และปรับปรุง shaft) Phase I คาดว่าจะ commission ได้ในปี 2026 ครับ

อีกโครงการหนึ่งคือการขยายความลึกของเหมือง Vazante ในบราซิล คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2028 ซึ่งจะช่วยต่ออายุการผลิตของเหมืองนี้ออกไปด้วยครับ

สำหรับโครงการ greenfield อย่าง Magistral (ทองแดง-โมลิบดีนัม ในเปรู) และ Hilarión (สังกะสี-ตะกั่ว-เงิน-ทองแดง) ยังอยู่ในระยะสำรวจ บริษัทระบุว่ายังไม่มี Mineral Reserves ตามมาตรฐาน S-K 1300 ครับ

นอกจากนี้ในเดือนธันวาคม 2025 บริษัทเริ่มใช้กลยุทธ์ hedge ราคาเงินและทองผ่าน Zero Cost Collar เพื่อปกป้อง margin ของการดำเนินงานในเปรูสำหรับปี 2026 ครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ปี 2025 รายได้สุทธิอยู่ที่ 3,002 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อน โดยหลักมาจากราคาโลหะที่สูงขึ้น และกลับมามีกำไรสุทธิ 223 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 187 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น การกลับรายการด้อยค่า 91.7 ล้านดอลลาร์ และกำไรอัตราแลกเปลี่ยนครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงิน

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

เริ่มเลย →