คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NVS

Novartis (NVS) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 20-F (ยื่น 2026-02-04) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

พูดง่ายๆ คือ NVS เป็นบริษัทยาที่เน้นยาใหม่ที่ได้สิทธิบัตรคุ้มครอง ขายให้โรงพยาบาล ร้านยา และระบบประกันสุขภาพทั่วโลก ปี 2025 มียอดขายสินค้าจากการดำเนินงานต่อเนื่องราว 54.5 พันล้านดอลลาร์ และขายยาได้ในประมาณ 120 ประเทศ ตอนนี้มีพนักงานเต็มเวลาราว 75,267 คนครับ

บริษัทแบ่งการทำงานเป็นห้าหน่วยหลัก หน่วย Biomedical Research ทำหน้าที่ค้นหายาใหม่และทดลองในคนระยะแรก หน่วย Development ดูแลการทดลองทางคลินิกจนถึงขั้นยื่นขออนุมัติ หน่วย Operations ผลิตและส่งยาให้ลูกค้า รวมถึงดูระบบ IT และการจัดซื้อ ส่วนหน่วย US กับ International ทำหน้าที่ขายและดูแลลูกค้าในแต่ละพื้นที่ครับ

ถ้ามองจากมุมเจ้าของธุรกิจ ภาพรวมคือบริษัทหาเงินจากการขายยาที่คิดค้นเองหรือซื้อสิทธิ์มา แล้วใช้เงินส่วนนั้นไปทำวิจัยยาตัวต่อไปครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

รายได้ก้อนหลักคือยอดขายยาครับ ปี 2025 ยอดขายยาอยู่ที่ราว 54.5 พันล้านดอลลาร์ แบ่งตามพื้นที่เป็นสหรัฐฯ 43% ยุโรป 31% เอเชีย แอฟริกา และออสตราเลเซีย 20% และแคนาดากับลาตินอเมริกา 6% ตลาดที่พัฒนาแล้วคิดเป็นราว 74% ของยอดขาย ส่วนที่เหลือเป็นตลาดเกิดใหม่ครับ

นอกจากยาแล้ว บริษัทยังมีรายได้จากการรับจ้างผลิต (contract manufacturing) ซึ่งรวมอยู่ในกลุ่ม established brands และมีรายได้อื่น (other revenues) ประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนรายละเอียดว่ารายได้อื่นนี้มาจากอะไรบ้าง ข้อมูลไม่พอในส่วนที่อ่านได้ครับ

ยาหลายตัวต้องรับประทานหรือฉีดต่อเนื่องเป็นเดือนถึงปี ทำให้ยอดขายมีลักษณะเกิดซ้ำได้ ขณะที่บางผลิตภัณฑ์เช่นยาประเภทเซลล์และยีนบำบัดให้แค่ครั้งเดียว ฝั่งลูกค้าหลักคือ CMS ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินรายใหญ่ที่สุด รวมถึงบริษัทประกันและระบบสุขภาพของรัฐในแต่ละประเทศครับ

ฝั่งต้นทุน ปี 2025 บริษัทมีกำไรขั้นต้นราว 43.0 พันล้านดอลลาร์ ใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา 11.2 พันล้าน และค่าขายกับบริหาร 13.2 พันล้าน ทำให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ราว 17.6 พันล้านดอลลาร์ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกคือพอร์ตยาที่กระจายหลายสาขา ทั้งหัวใจและเมตาบอลิซึม ภูมิคุ้มกัน มะเร็ง ระบบประสาท และโรคหายาก ยาแต่ละตัวมีผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มของตัวเอง จึงไม่พึ่งยาตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปครับ

จุดแข็งที่สองคือยาที่เป็นของใหม่ในกลุ่มตัวเองอยู่หลายตัว เช่น Entresto ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็น first-in-class และ Leqvio ที่บริษัทระบุว่าเป็น siRNA therapy ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับอนุมัติเพื่อลด LDL cholesterol ส่วน Zolgensma เป็นยาเปลี่ยนยีนครั้งเดียวสำหรับ SMA ครับ

จุดแข็งที่สามคือโรงงานและเทคโนโลยีการผลิตที่รองรับหลายแบบ ทั้ง chemistry, biotherapeutics, cell and gene therapy, xRNA และ radioligand therapy ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คู่แข่งทำได้ยากกว่า ยกตัวอย่างเช่น Pluvicto และ Lutathera ที่เป็นยารังสีนำส่งเฉพาะจุดครับ

สุดท้ายคือกลไกที่ช่วยรักษาการขาย เช่น ทีมขาย 17,491 คนที่ไปพบแพทย์และเภสัชกร รวมถึงโปรแกรมดูแลผู้ป่วยสำหรับยาพิเศษที่ต้องจัดการเป็นพิเศษ ที่ทำงานกับระบบประกันเพื่อให้ยาอยู่ในรายการที่ได้รับการเบิกจ่ายครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าโดยตรงคือผู้กระจายยาและร้านยา โรงพยาบาลเอกชน หน่วยงานรัฐ บริษัทประกันแบบ managed care ผู้จัดการสิทธิประโยชน์ยา (PBM) และระบบสุขภาพของรัฐในหลายประเทศ ซึ่งบริษัทระบุว่าการรวมตัวของลูกค้าเหล่านี้ทำให้แรงต่อรองด้านราคาเพิ่มขึ้นครับ

ฝั่งพาร์ทเนอร์ที่ระบุไว้ในเอกสารมีหลายราย เช่น Genentech ที่ร่วมโปรโมต Xolair ในสหรัฐฯ และแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน (บริษัทไม่บันทึกยอดขาย Xolair ในสหรัฐฯ เอง) Incyte ที่ทำตลาด ruxolitinib ในสหรัฐฯ ในชื่อ Jakafi Alnylam ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยี Leqvio และ Royalty Pharma ที่เกี่ยวข้องกับการทำตลาด Promacta/Revolade ครับ

ปี 2025 บริษัทยังซื้อกิจการ Anthos Therapeutics, Regulus Therapeutics และ Tourmaline Bio และประกาศข้อตกลงซื้อ Avidity Biosciences ซึ่งยังเป็นข้อตกลงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ณ วันที่เอกสารจัดทำ ใครที่ติดตามหุ้นควรดูความคืบหน้าส่วนนี้ด้วยครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

เรื่องแรกที่ควรระวังคือการหมดสิทธิบัตรและการมียาสามัญหรือไบโอซิมิลาร์เข้ามาแข่ง บริษัทระบุว่าเมื่อยาเสียการคุ้มครอง ยอดขายอาจหายไปอย่างมีนัยสำคัญ และผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานของปีนั้นอาจมากกว่าที่คิดเพราะบริษัทมักลดการตลาดและการวิจัยของยาที่ใกล้หมดอายุไปแล้วครับ

เรื่องที่สองคือแรงกดดันด้านราคา ทั้งจากการรวมตัวของผู้กระจายยาในสหรัฐฯ และยุโรป นโยบายควบคุมราคายา และข้อตกลงโดยสมัครใจกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2025 ที่บริษัทบอกว่าจะสร้างช่องทางขายตรงให้ผู้ป่วยบางรายการ ซึ่งยังต้องดูว่าจะกระทบรายได้อย่างไรครับ

เรื่องที่สามคือความเสี่ยงจากการซื้อกิจการและพันธมิตร บริษัทระบุว่าการรวมธุรกิจอาจไม่ได้ผลตามที่คาด และอาจเจอหนี้สินหรือปัญหาที่ตรวจไม่พบตอนซื้อ ในขณะที่ตัวเลขงบแสดงว่า goodwill กับ intangible assets รวมกันราว 55 พันล้านดอลลาร์ จากสินทรัพย์รวมราว 111 พันล้าน ซึ่งหมายถึงถ้าการซื้อกิจการบางส่วนไม่เป็นไปตามคาด อาจต้องรับรู้ผลขาดทุนทางบัญชีได้ครับ

เรื่องอื่นที่ต้องดูคือ หนี้ระยะยาวราว 27.9 พันล้านดอลลาร์ และหนี้หมุนเวียนราว 5.6 พันล้าน ขณะที่หนี้ระยะยาวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนเงินสดกับหลักทรัพย์ที่ถือไว้ราว 11.6 พันล้าน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการผลิตที่ซับซ้อนและควบคุมโดยหน่วยงานกำกับ บริษัทบอกว่าเคยเกิดการขาดแคลนยามาก่อนและอาจเกิดอีกได้ ความเสี่ยงด้าน AI และไซเบอร์ รวมถึงความคาดหวังเรื่อง ESG ที่เปลี่ยนเร็ว และการเรียกร้องสิทธิบัตรในบางประเทศนอกสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ที่บริษัทบอกว่าการคุ้มครองอาจอ่อนกว่าครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่ามีโครงการพัฒนายาในขั้นทดลองระยะที่สามหรือเตรียมยื่นขอขึ้นทะเบียนหลายตัว เช่น Cosentyx ในโรค polymyalgia rheumatica ที่ตั้งเป้ายื่นในปี 2026 และ pelabresib สำหรับ myelofibrosis ที่ตั้งเป้าปี 2026 เช่นกัน ส่วน remibrutinib (LOU064) อยู่ในขั้นยื่นขอขึ้นทะเบียนสำหรับ chronic inducible urticaria ครับ

ในฝั่งผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเข้าสู่การพัฒนาขั้นยืนยันผล บริษัทระบุว่ามียาสำหรับ Pluvicto ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก metastatic hormone-sensitive ที่อยู่ในขั้นยื่นขอขึ้นทะเบียน และ AAA817 ที่บริษัทตั้งเป้ายื่นในปี 2028 ตัวเลขเหล่านี้เป็นแผนที่บริษัทประกาศไว้ ยังไม่ใช่รายได้ที่เกิดขึ้นจริงนะครับ

มุมที่ควรดูคือบริษัทพึ่งการออกยาใหม่ให้ต่อเนื่องเพื่อชดเชยยาที่หมดสิทธิบัตร ดังนั้นความคืบหน้าของโครงการเหล่านี้และผลของการซื้อกิจการช่วงที่ผ่านมาจะเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไปครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ปี 2025 ยอดขายจากการดำเนินงานต่อเนื่องโตราว 8% เป็นประมาณ 54.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่องโตราว 17% เป็นประมาณ 14.0 พันล้านดอลลาร์ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ NVS →