คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 NASDAQ : OVID

Ovid Therapeutics (OVID) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-18) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-13) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

Ovid Therapeutics เป็นบริษัทยาชีวเภสัช (biopharmaceutical) ที่ยังอยู่ในขั้นวิจัยและพัฒนา — พูดง่ายๆ คือยังไม่มียาขายจริงเลยสักตัว แต่กำลังพัฒนายาประเภท small molecule สำหรับโรคระบบประสาทและจิตเวช โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่มีทางรักษาที่ดีพอในปัจจุบันครับ

จุดโฟกัสหลักคือเรื่อง "neuronal hyperexcitability" หรือภาวะที่เซลล์ประสาทถูกกระตุ้นมากเกินไป ซึ่งเชื่อว่าเป็นรากเหง้าของโรคหลายอย่าง ตั้งแต่โรคลมชัก (epilepsy) ไปจนถึงอาการจิตหลอนในผู้ป่วย Parkinson's และ Lewy body dementia รวมถึงโรคจิตเภท (schizophrenia) ครับ

ตอนนี้มีโปรแกรมยาในคลินิก 2 ตัวหลักคือ OV329 และ OV4071 และอีกหลายตัวในขั้น preclinical OV329 เป็นยากลุ่ม GABA-aminotransferase inhibitor ที่พัฒนาเพื่อรักษาอาการชักแบบ drug-resistant focal onset seizures (FOS) รวมถึงกำลังขยายไปยัง tuberous sclerosis complex (TSC) และ infantile spasms (IS) ส่วน OV4071 เป็นยากลุ่ม KCC2 direct activator ที่มุ่งเป้าที่อาการจิตหลอนในผู้ป่วย Parkinson's และ Lewy body dementia โดยบริษัทระบุว่าตัวเองเป็นเจ้าเดียวที่ถือครอง portfolio ของ KCC2 direct activators ที่มีมากกว่า 100 โมเลกุลครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ตรงนี้ต้องพูดตรงๆ ว่า Ovid ยังไม่มีรายได้จากการขายยาเลยครับ เงินที่เข้ามาตอนนี้มาจากสองทางหลักคือ royalty/licensing revenue จากข้อตกลงที่ทำไว้กับพาร์ทเนอร์ และการระดมทุนจากตลาดหุ้น

ด้าน royalty revenue นั้นลดลงชัดเจนมาก — ในครึ่งแรกของปี 2026 ทำได้แค่ 0.7 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 6.4 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปี 2025 ซึ่งรายได้นี้มาจากข้อตกลงกับ NewCo, Marinus และ Immedica ครับ ส่วนในปี 2025 ทั้งปีทำรายได้ royalty ได้ประมาณ 7.3 ล้านดอลลาร์

แหล่งเงินหลักจริงๆ ของบริษัทคือการขายหุ้นครับ นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 ระดมทุนสะสมมาแล้ว 431.7 ล้านดอลลาร์ โดยล่าสุดทำ private placement ในเดือนตุลาคม 2025 ได้ 75.1 ล้านดอลลาร์ และทำอีกรอบในเดือนมีนาคม 2026 ได้ 56.2 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีการใช้ Series A warrants ที่ exercise เต็มจำนวนก่อนหมดอายุในเดือนเมษายน 2026 ได้อีก 50.6 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 มีเงินสดและหลักทรัพย์รวม 169.8 ล้านดอลลาร์ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งที่เป็นรูปธรรมที่สุดของ Ovid คือ KCC2 direct activator library ที่มีมากกว่า 100 โมเลกุล บริษัทระบุว่าตัวเองเป็นรายแรกและรายเดียวที่รายงานข้อมูลทางคลินิกในมนุษย์สำหรับ direct activation ของ KCC2 และเชื่อว่าไม่มีบริษัทอื่นถือ portfolio แบบนี้อยู่ครับ KCC2 เป็น transporter ที่มีอยู่เฉพาะในระบบประสาทส่วนกลาง และมีบทบาทต่อการยับยั้งสัญญาณประสาท ซึ่งถ้ากลไกนี้ทำงานได้จริง อาจนำไปประยุกต์ใช้กับโรคหลายชนิดในอนาคตครับ

ในส่วนของ OV329 ที่เป็นยา GABA-AT inhibitor นั้น ผลจาก Phase 1 แสดงว่ายาปลอดภัยและทนได้ดีในอาสาสมัครสุขภาพดี ไม่มี serious adverse events และที่สำคัญคือมีโปรไฟล์ความปลอดภัยด้านตาที่ดีกว่า vigabatrin ซึ่งเป็นยา GABA-AT inhibitor ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันแต่มีปัญหาเรื่องความเป็นพิษต่อดวงตา นี่เป็นข้อได้เปรียบเชิงคลินิกที่อาจสำคัญมากถ้าผลในขั้น Phase 2 ออกมาดีครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

รายได้ royalty ที่บริษัทได้รับมาจากข้อตกลงกับ NewCo, Marinus และ Immedica ครับ แต่ filing ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าแต่ละรายมีสัดส่วนเท่าไรหรือเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ยาตัวไหนบ้างในเชิงลึก

ในฝั่ง IP ที่ in-license เข้ามา บริษัทมีข้อตกลงกับ AstraZeneca, Gensaic และ Northwestern University ซึ่งถ้าพัฒนายาสำเร็จจนถึง commercial stage จะต้องจ่าย milestone payments สะสมสูงสุดถึง 660.3 ล้านดอลลาร์ (ตัวเลขจาก 10-K ปี 2025) หรือ 279.3 ล้านดอลลาร์ตามข้อมูลใน 10-Q ครับ — ตัวเลขที่ต่างกันนี้น่าจะสะท้อนว่ามีข้อตกลงบางอันถูกปรับหรือสิ้นสุดลงในช่วงระหว่างกัน

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือบริษัทยังไม่มียาขายเลยสักตัว และยังต้องเผาเงินไปกับ R&D อีกหลายปีครับ ขาดทุนสะสมถึงสิ้นมิถุนายน 2026 อยู่ที่ 353.7 ล้านดอลลาร์ และในครึ่งแรกของปี 2026 ขาดทุนไปแล้ว 32.0 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 14.9 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน — ขาดทุนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเพราะค่าใช้จ่าย R&D และ G&A เพิ่มขึ้นพร้อมกับรายได้ royalty ที่หายไปเกือบหมดครับ

เงิน 169.8 ล้านดอลลาร์ที่มีอยู่ บริษัทระบุว่าพอสำหรับ "อย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้า" เท่านั้น หมายความว่าต้องระดมทุนเพิ่มอีกแน่ๆ ซึ่งมักมาพร้อมกับการ dilute หุ้นเดิมครับ และยังมี Series B warrants ที่ถ้า exercise เต็มจำนวนจะนำเงินเข้ามาได้อีก 40.0 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ dilute เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ความเสี่ยงด้านการพัฒนายาก็สูงมากตามปกติของอุตสาหกรรมนี้ครับ OV329 เพิ่งผ่าน Phase 1 ในคนสุขภาพดี ยังต้องพิสูจน์ประสิทธิผลในผู้ป่วยจริงอีกหลาย phase ส่วน OV4071 ก็ยังอยู่ในช่วงต้น นอกจากนี้ถ้าพัฒนาสำเร็จจะต้องจ่าย milestone ให้เจ้าของ IP เดิมอีกจำนวนมหาศาลครับ

บริษัทยังระบุถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค เงินเฟ้อ นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจกระทบต้นทุน clinical trial และการระดมทุนในอนาคตด้วยครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

Ovid ยังอยู่ในขั้น pre-revenue จากการขายยาจริง ตัวชี้วัดที่ควรติดตามตามที่บริษัทระบุไว้มีดังนี้ครับ

Runway: เงินสด 169.8 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้น Q2 2026 — บริษัทระบุว่าพอสำหรับอย่างน้อย 12 เดือนข้างหน้า อัตราการเผาเงินปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 31.5 ล้านดอลลาร์ต่อครึ่งปี

Clinical milestones ที่บริษัทระบุว่ากำลังจะเกิดขึ้น: OV329 — regulatory discussions เพื่อวางแผน Phase 2 ในผู้ป่วย FOS กำลังดำเนินอยู่, proof-of-concept study ใน TSC คาดว่าเริ่มได้เร็วที่สุด Q4 2026, และ infant formulation studies ใน IS ดำเนินการอยู่ โดยบริษัทระบุว่าจะรันทั้งสามโปรแกรมคู่ขนานกัน

Milestone obligations: ถ้าพัฒนาสำเร็จจนขายได้จริง มีภาระที่ต้องจ่ายให้คู่สัญญา IP สูงสุดถึง 660.3 ล้านดอลลาร์ (ตาม 10-K ปี 2025)

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

ทิศทางที่บริษัทวางไว้คือการเป็น "fully integrated neurotherapeutics company" ที่มีทั้งยาในคลินิกหลายตัวและยาขายได้จริง แต่นั่นยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายปีครับ

ใกล้ๆ นี้สิ่งที่น่าจับตาคือผลการเจรจากับ FDA เพื่อวางแผน Phase 2 ของ OV329 ในผู้ป่วย drug-resistant FOS และการขยาย indication เข้าสู่ TSC และ IS ซึ่งถ้าสำเร็จจะทำให้ addressable population กว้างขึ้นมากครับ บริษัทระบุว่าตลาดยา epilepsy และ antipsychotic รวมกันอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก

ในฝั่ง KCC2 ถ้า OV4071 พิสูจน์ได้ว่ากลไกนี้ทำงานในมนุษย์จริง บริษัทระบุว่าอาจขยายไปยัง schizophrenia และ mood disorders ได้อีกครับ แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ครึ่งแรกของปี 2026 รายได้รวมแค่ 0.7 ล้านดอลลาร์ (ลดลงจาก 6.4 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน) ขณะที่ค่าใช้จ่าย R&D อยู่ที่ 21.1 ล้านดอลลาร์และ G&A อีก 13.1 ล้านดอลลาร์ ทำให้ขาดทุนสุทธิ 32.0 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 14.9 ล้านดอลลาร์ในครึ่งแรกปี 2025 ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ OVID →