คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 YSS

York Space Systems (YSS) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-03-20) และ 10-Q (ยื่น 2026-08-14) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

York Space Systems (ticker YSS) เป็น space and defense prime ครับ พูดง่ายๆ คือรับงานหลักจากหน่วยงานรัฐโดยตรง โดยเฉพาะ DoD และลูกค้าเชิงพาณิชย์ แล้วเป็นคนออกแบบ ผลิต ประกอบ และดูแลดาวเทียมทั้งระบบ ตั้งแต่ตัวดาวเทียม ซอฟต์แวร์ในดาวเทียม ไปจนถึงการควบคุมการปฏิบัติการในวงโคจรครับ บริษัทระบุว่าตั้งแต่ปี 2012 ก่อตั้งโดย Dirk Wallinger ซีอีโอ โดยมีเป้าหมายทำดาวเทียมที่ใช้งานได้จริงในจำนวนมาก เร็วกว่า และต้นทุนต่ำกว่าเดิมครับ

สินค้าหลักคือ spacecraft platforms สามรุ่น ได้แก่ S-CLASS ออกแบบน้ำหนัก 85-200 kg มีระบบจ่ายไฟ peak 2 kW, LX-CLASS รองรับน้ำหนักสูงสุด 500 kg และบริษัทระบุว่าผ่านการบินมาแล้ว 22 ครั้ง, และ M-CLASS ใหญ่สุด น้ำหนักสูงสุดราว 2,000 kg และ peak 8 kW ครับ ส่วนซอฟต์แวร์มี M-MOC ที่ใช้สั่งการดาวเทียมหลายดวงแบบอัตโนมัติ และ Bastion ซอฟต์แวร์ภาคพื้นดินที่ควบคุมทั้งฝูงดาวเทียมจากสถาปัตยกรรม ground เดียวผ่านสถานีรับส่งมากกว่า 45 จุดทั่วโลกครับ

ภารกิจที่บริษัทระบุว่าโฟกัสคือ missile defense ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Golden Dome, counter-space capabilities, space domain awareness, space data network และ space sensing and targeting ครับ ลูกค้าหลักที่เอกสารระบุชื่อได้แก่ Space Development Agency (SDA), U.S. Air Force และ classified customers ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ส่วนใหญ่ของรายได้มาจาก long-term firm-fixed-price (FFP) production contracts สำหรับการออกแบบดาวเทียมขนาดเล็ก, launch services และ ground services ครับ ลักษณะคือบริษัทตกลงราคาคงที่ล่วงหน้า ถ้าทำได้ถูกกว่าต้นทุนประมาณการ กำไรเป็นของบริษัท แต่ถ้าบานปลาย บริษัทต้องแบกเอง ซึ่งถ้าเราเป็นเจ้าของธุรกิจ นี่คือเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิดที่สุดครับ

รายได้ถูกรับรู้ตามความคืบหน้าของงาน โดยใช้วิธี POC cost-to-cost ครับ นอกจากนี้บริษัทระบุว่ามีรายได้ประจำ (recurring) จากการดูแลดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปแล้ว ได้แก่ค่าบำรุงซอฟต์แวร์ที่ตกลงราคาคงที่ การอัปเกรดแบบซื้อเพิ่มได้ และการใช้สถานีภาคพื้นดิน ส่วนการเปลี่ยนดาวเทียมรอบ 5-6 ปีจะสร้างรายได้จากฮาร์ดแวร์ซ้ำครับ เอกสารไม่ได้แบ่งรายได้ตาม segment ให้เห็นชัดเจน จึงระบุไม่ได้ว่าแต่ละส่วนสร้างรายได้เท่าไรครับ ข้อมูลไม่พอครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแรกคือราคา บริษัทระบุว่าในสัญญาที่ได้รับแล้ว ราคาต่อดาวเทียมอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของคู่แข่งครับ จุดที่สองคือความเร็วและความเป็นรายแรก บริษัทระบุว่าเป็นรายแรกที่ส่งและปล่อยดาวเทียมให้ PWSA ของ DoD และเป็นรายแรกที่สาธิต Link-16 จากอวกาศ รวมถึง LEO-to-LEO laser link ระหว่างผู้ขาย PWSA ครับ

จุดที่สามคือการใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน บริษัทระบุว่าแพลตฟอร์มทั้งสามรุ่นใช้ฮาร์ดแวร์ร่วมกันราว 75% และซอฟต์แวร์ราว 95% ซึ่งช่วยลดต้นทุนและลดความเสี่ยงจากการออกแบบใหม่ทุกครั้งครับ จุดที่สี่คือกำลังการผลิต โรงงาน Potomac ขนาด 60,000 ตารางฟุต เปิดในเดือนสิงหาคม 2023 ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสี่เท่า และบริษัทเชื่อว่าสามารถผลิตและทดสอบได้มากกว่า 1,000 ดาวเทียมต่อปีครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้าที่สำคัญที่สุดคือ SDA ครับ เอกสาร 10-K ระบุว่าในปี 2025 SDA คิดเป็นเกือบทั้งหมดของรายได้และ backlog ของบริษัท ซึ่งหมายความว่าความสัมพันธ์กับลูกค้ารายเดียวมีน้ำหนักมากมาก ครับ

นอกจาก SDA แล้ว บริษัทระบุว่ามีงานกับ U.S. Air Force, classified customers และลูกค้า commercial กับ civil ครับ ในปี 2026 บริษัทได้รับ IDIQ สามสัญญาในไตรมาสที่สองและอีกหนึ่งสัญญาในไตรมาสที่สาม พร้อม task order สองรายการ โดยเป็นลูกค้า classified รายใหม่ครับ ด้านพาร์ทเนอร์ บริษัทได้เสริมสถานีภาคพื้นดินจากการซื้อ ATLAS Space Operations (มากกว่า 45 จุด) และ Orbion Space Technology ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ขายระบบให้บริษัทครับ ดาวเทียมชุด Tranche 1 Transport Layer ชุดที่สองถูกปล่อยด้วยจรวด Falcon 9 ในเดือนกรกฎาคม 2026 ครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงแรกคือการพึ่งพาลูกค้ารายเดียว บริษัทระบุว่า SDA มีสิทธิ์ยกเลิกหรือลดสัญญาได้ตามสะดวก (termination for convenience) ถ้า SDA ปรับลดงบหรือเปลี่ยนนโยบาย รายได้และ backlog จะกระทบทันทีครับ

ความเสี่ยงที่สองคือต้นทุนบานปลายในสัญญาราคาคงที่ ไตรมาส 2 ปี 2025 บริษัทต้องรับรู้ net EAC adjustments ขาดทุนราว 13.8 ล้านดอลลาร์ แต่ในปี 2026 ตัวเลขนี้ลดลงมาก ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องดูต่อครับ ความเสี่ยงที่สามคือบริษัทระบุว่าพบ material weaknesses ในการควบคุมภายในการรายงานทางการเงิน เกี่ยวกับการวัดความคืบหน้าของสัญญาที่รับรู้รายได้ตามช่วงเวลา ซึ่งเอกสารที่ได้มาไม่ได้แสดงข้อความทั้งหมดครับ

ความเสี่ยงที่สี่คืองบประมาณและนโยบายรัฐ บริษัทระบุว่าสภาคองเกรสมีแนวโน้มผ่านงบเล็กๆ เฉพาะโปรแกรมและ continuing resolutions แทน ทำให้สัญญาใหญ่ที่คาดว่าจะได้ในปี 2026 ยังไม่เกิดขึ้นครับ ส่วนความเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ tariffs, เงินเฟ้อ, ห่วงโซ่อุปทาน และดอกเบี้ยสูง, การถูกเจือจางจากหุ้นที่ออกเพื่อซื้อกิจการ, ค่าตอบแทนหุ้นจำนวนมาก, หนี้สินจำนวนมาก, และการควบคุมโดย AE Industrial Partners ซึ่งทำให้บริษัทเป็น controlled company ตามกฎ NYSE ครับ บริษัทยังพึ่งพาซีอีโอและผู้บริหารหลัก และบางสัญญาเป็นงานลับ ทำให้นักลงทุนเห็นข้อมูลได้จำกัดครับ

📊 ตัวชี้วัดการเติบโต

บริษัทยังขาดทุนสุทธิ ตัวชี้วัดที่ควรดูคือ backlog ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 592 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 เพิ่มจากประมาณ 543 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 ครับ บริษัทระบุว่าคาดว่าจะรับรู้มากกว่า 55% ของ backlog เป็นรายได้ภายใน 12 เดือนครับ ณ สิ้นปี 2025 บริษัทระบุว่ามีดาวเทียม 107 ดวงอยู่ใน backlog ครับ

ส่วน contribution margin แบบ non-GAAP ไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 42% เทียบกับ 24% ปีก่อนครับ ส่วน Adjusted EBITDA ยังติดลบ อยู่ที่ประมาณ -9.5 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับ ARR หรือ NRR ไม่ได้ปรากฏในเอกสารชุดนี้ จึงยังไม่มีข้อมูลครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าการเติบโตขึ้นกับการขยายตลาดที่เกี่ยวกับ Golden Dome, space data network และ space-based sensing and targeting ครับ บริษัทระบุว่าจะลงทุนขยายกำลังการผลิตและบริการผ่านดาวเทียมต่อไปครับ ทางด้านการซื้อกิจการ บริษัทระบุว่าต้องการเพิ่มซอฟต์แวร์และบริการ และลึกขึ้นในการทำงานแบบ vertical integration โดยปี 2026 มีการซื้อ Solestial ผู้ให้บริการ space solar ที่มีเทคโนโลยี self-healing silicon และซื้อ All.Space ซึ่งปิดดีลในเดือนกรกฎาคม 2026 ครับ

บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนดาวเทียมรอบ 5-6 ปีจะช่วยให้รายได้ประจำเพิ่มขึ้นเมื่อจำนวนดาวเทียมในวงโคจรเพิ่มครับ ส่วนตลาด บริษัทอ้างอิง Allied Market Research ว่าตลาดดาวเทียมทั่วโลกคาดว่าจะโตจากราว 320 พันล้านเป็นมากกว่า 600 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างปี 2023 ถึง 2032 ครับ บริษัทยังคาดว่า IDIQ ที่ได้มาจะนำไปสู่ task order ที่ใหญ่ขึ้นในปี 2027 ครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้อยู่ที่ 92.5 ล้านดอลลาร์ โต 10% และ gross margin อยู่ที่ 24% เทียบกับ 11% ปีก่อน แต่ขาดทุนสุทธิ 39.3 ล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งจากค่าตอบแทนหุ้น 10.9 ล้านดอลลาร์และค่าธรรมเนียมดีลอีก 6.0 ล้านดอลลาร์ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ YSS →