← กลับหน้าบทความ DaddyInvestor
สรุปงบไตรมาส · Amazon ไตรมาส 3 ปี 2026

งบ Amazon Q3 2026 — AWS โต 39% อัตรากำไรสูงสุด

AWS ธุรกิจคลาวด์ของ Amazon โตเร่งขึ้นเป็นไตรมาสที่ 6 ติด เร็วที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี อัตรากำไรทั้งบริษัทสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ CEO มองว่า AWS จะโตเกิน 40% ทั้งสองปีข้างหน้า แต่บริษัทลงทุนปีละราว $220B จนเงินสดอิสระ 12 เดือนล่าสุดติดลบ ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ต้องจับตา

อ่าน 20 นาที · ตุลาคม 2026 · อ่านได้ทุกระดับ
$201.9B
รายได้ไตรมาส 3
โต 12% จากปีก่อน
+39.3%
รายได้ AWS
เร่งขึ้น 6 ไตรมาสติด
13.9%
อัตรากำไร
สูงสุดเท่าที่เคยมี

หลังตลาดปิดวันที่ 29 ตุลาคม 2026 Amazon ประกาศงบไตรมาส 3 Andy Jassy ซีอีโอ เปิดว่า AWS โต 39.3% เร่งขึ้นเป็นไตรมาสที่ 6 ติด และเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี ทั้งที่ปีก่อนก็เพิ่มกำลังเครื่องไปมาก ส่วน Brian Olsavsky ซีเอฟโอ บอกว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานทั้งบริษัท 13.9% สูงที่สุดเท่าที่ Amazon เคยทำได้

สามเรื่องที่ผมว่าสำคัญที่สุดของไตรมาสนี้ เรื่องแรก ซีอีโอพูดตัวเลขอนาคตที่ปกติไม่ค่อยพูด คือ AWS จะโตเกิน 40% ทั้งปี 2027 และ 2028 และอาจเป็นธุรกิจที่มีรายได้ปีละล้านล้านดอลลาร์ใน 5–10 ปี เรื่องที่สอง ชิปที่ Amazon ออกแบบเองโตเร็วมาก และจะเริ่มขายให้ใช้นอก AWS ปลายปี 2027 เรื่องที่สาม เงินลงทุนก้อนใหญ่ ปีนี้ราว $220B ปีหน้ามากกว่านี้ ทำให้เงินสดอิสระ 12 เดือนล่าสุดติดลบ

บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนที่ซีอีโอและซีเอฟโอตอบคำถามนักวิเคราะห์ แล้วใช้ประกาศผลประกอบการที่ Amazon ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข ไตรมาส 3 หมายถึงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026 ข้อควรรู้คือปีนี้ Prime Day เลื่อนไปอยู่ไตรมาส 2 ในประเทศใหญ่ส่วนมาก ขณะที่ปีก่อนอยู่ไตรมาส 3 ทั้งหมด ตัวเลขฝั่งค้าปลีกและโฆษณาไตรมาสนี้จึงดูโตช้ากว่าความจริง

ในบทความนี้

  1. ไตรมาสนี้ในภาพเดียว
  2. สามกลุ่มธุรกิจของ Amazon
  3. AWS เร่งขึ้น 6 ไตรมาสติด
  4. AI บน AWS: Bedrock และ agent
  5. ชิปของตัวเอง: Graviton และ Trainium
  6. AWS โตเกิน 40% และเป้าล้านล้านดอลลาร์
  7. ค้าปลีก: ขายมากขึ้น กำไรดีขึ้น
  8. โฆษณาชะลอ เพราะ Prime Day
  9. ลงทุน $220B เงินสดอิสระติดลบ
  10. กำไรสุทธิลดเล็กน้อย เพราะ Anthropic
  11. เป้าไตรมาส 4
  12. มุมผู้ถือหุ้น
  13. อีกด้านของเหรียญ

🗂️ ศัพท์ที่จะเจอ แปลเป็นภาษาคน

อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้

AWS
Amazon Web Services ธุรกิจคลาวด์ ให้บริษัทอื่นเช่าพลังประมวลผล ที่เก็บข้อมูล และบริการ AI ทำกำไรส่วนใหญ่ของ Amazon
Bedrock
บริการของ AWS ให้บริษัทเรียกใช้โมเดล AI หลายค่าย เช่น Anthropic, OpenAI และโมเดลเปิด จากที่เดียว
Trainium / Graviton
ชิปที่ Amazon ออกแบบเอง Trainium ใช้ฝึกและรันโมเดล AI ส่วน Graviton เป็น CPU สำหรับงานทั่วไป
backlog (งานรอส่งมอบ)
มูลค่าสัญญาที่ลูกค้า AWS เซ็นแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้บริการ จึงยังไม่นับเป็นรายได้
run rate
รายได้ไตรมาสล่าสุดคูณสี่ ใช้บอกขนาดธุรกิจต่อปีถ้าโตเท่าเดิม
inference
การรันโมเดล AI ที่ฝึกเสร็จแล้วเพื่อใช้งานจริง ต่างจาก training ที่เป็นการฝึกโมเดล
เงินสดอิสระ
เงินสดจากธุรกิจหักเงินที่จ่ายลงทุนซื้อเครื่องและสร้างอาคาร คือเงินที่เหลือจริงหลังลงทุน
Prime Day
งานลดราคาใหญ่ประจำปีสำหรับสมาชิก Prime ย้ายไตรมาสได้ ทำให้ตัวเลขเทียบปีก่อนเพี้ยน

1. ไตรมาสนี้ในภาพเดียว

ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026

$201.9B
รายได้ · โต 12% จาก $180.2B · ไม่นับค่าเงินโต 13%
$28.1B
กำไรจากการดำเนินงาน · โต 61% · อัตรากำไร 13.9%
$46.0B
AWS · โต 39.3% · กำไร $17.8B
$20.7B
กำไรสุทธิ · ปีก่อน $21.2B · ต่อหุ้น $1.89

จากประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (29 ต.ค. 2026) · ซีเอฟโอบอกว่าถ้าไม่นับการเลื่อน Prime Day รายได้จะโตมากกว่านี้ราว 4 จุด

รายได้โต 12% แต่กำไรจากการดำเนินงานโตถึง 61% จาก $17.4B เป็น $28.1B เพราะทั้ง AWS และค้าปลีกทำกำไรได้ดีขึ้นพร้อมกัน กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้มาจากธุรกิจ แต่มาจากกำไรก้อนใหญ่ของปีก่อนที่ไม่เกิดซ้ำ ผมเล่าละเอียดในข้อ 10

2. สามกลุ่มธุรกิจของ Amazon

ผลประกอบการรายกลุ่ม ไตรมาส 3 ปี 2026

กลุ่มรายได้เทียบปีก่อนกำไรจากการดำเนินงาน
อเมริกาเหนือ$112.9B+6%$8.7B · อัตรา 7.7% · ปีก่อน $4.8B
ต่างประเทศ$43.1B+5% (ไม่นับค่าเงิน +8%)$1.6B · อัตรา 3.7% · ปีก่อน $1.2B
AWS$46.0B+39.3%$17.8B · อัตรา 38.7% · ปีก่อน $11.4B

จากประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีเอฟโอ

AWS มีรายได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของทั้งบริษัท แต่ทำกำไรจากการดำเนินงานราว 63% ของทั้งหมด (ผมคำนวณจาก $17.8B ÷ $28.1B) ส่วนค้าปลีกที่เคยถูกมองว่ากำไรบาง ตอนนี้อเมริกาเหนือทำกำไรเกือบสองเท่าของปีก่อน ซีอีโอบอกว่าในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มอเมริกาเหนือและต่างประเทศมีอัตรากำไรดีขึ้นราว 10 จุด

รายได้แยกตามประเภท ไตรมาส 3 ปี 2026

ประเภทรายได้โต (ไม่นับค่าเงิน)
ร้านค้าออนไลน์ของ Amazon เอง$68.5B+2%
บริการร้านค้าภายนอก (ค่าธรรมเนียม ค่าส่ง)$46.5B+10%
AWS$46.0B+39%
โฆษณา$19.6B+12%
ค่าสมาชิก (Prime และอื่นๆ)$14.0B+12%

จากตารางข้อมูลเพิ่มเติมในประกาศผลประกอบการ · ร้านค้าออนไลน์และโฆษณาได้รับผลจาก Prime Day ที่เลื่อนไปไตรมาส 2 · ไม่รวมร้านค้าที่มีหน้าร้านและรายได้อื่น

3. AWS เร่งขึ้น 6 ไตรมาสติด

AWS มีรายได้ $46.0B โต 39.3% วิ่งปีละ $184B เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน $3.8B กำไร $17.8B อัตรากำไร 38.7% ซีอีโอบอกว่ารายได้จากบริการพื้นฐานอย่างพลังประมวลผลและที่เก็บข้อมูลโตเร็วที่สุดในรอบหลายปี และงานที่ลูกค้าเซ็นแล้วรอส่งมอบมีมูลค่า $578B โตเกินเท่าตัวจากปีก่อน และกระจายตัวดี

ภาพที่ซีอีโอใช้อธิบายคือ Amazon ติดตั้งชิปเร่ง AI เพิ่มราวทุก 14 วินาที และลูกค้าใช้แทบจะทันทีที่ติดตั้งเสร็จ เขาอธิบาย “วงล้อ” ของ AWS ไว้แบบนี้

วงล้อของ AWS ตามที่ซีอีโอเล่า

ข้อมูลอยู่ที่ AWS

บริการครบ ปลอดภัย เสถียร

ลูกค้าย้ายแอปและข้อมูลมาไว้ที่ AWS

AI มาตามข้อมูล

อยากรันโมเดลใกล้ข้อมูล

ความต้องการ AI บน AWS เพิ่มขึ้น

AI ดึงบริการพื้นฐาน

ปรับจูนโมเดล เรียกเครื่องมือ

ต้องใช้ CPU และที่เก็บข้อมูลเพิ่ม

ลงทุนกลับ

บริการใหม่ทั้งพื้นฐานและ AI

วนกลับไปทำให้ข้อ 1 แข็งขึ้น

ถอดความจากซีอีโอ · เขาบอกว่าต่างจากการแค่ให้เช่า GPU หรือเช่าศูนย์ข้อมูลระยะสั้น

นักวิเคราะห์จาก Bank of America สังเกตว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนชะลอลง ซีอีโอตอบว่ากำลังเครื่องที่เพิ่มในแต่ละไตรมาสไม่เท่ากัน และบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังไปอีกราว 8–10 ไตรมาส อีกข้อที่เขาย้ำคือ ราว 85% ของเงินที่โลกใช้กับไอทียังอยู่ในศูนย์ข้อมูลของบริษัทเอง ซึ่งจะทยอยย้ายมาคลาวด์ภายใน 10–20 ปี (ถอดความ)

4. AI บน AWS: Bedrock และ agent

ตัวเลข AI บน AWS ที่ผู้บริหารเปิดเผย

~17 เท่า
ปริมาณ token บน Bedrock เทียบปีก่อน
~7 เท่า
เงินที่บริษัท Fortune 500 ใช้กับ Bedrock เทียบปีก่อน
>2 เท่า
รายได้ AI ของ AWS เทียบปีก่อน (โตสามหลัก)
>50%
สัดส่วนรายได้ AI ที่มาจากการรันโมเดลใช้งานจริง

จากคำพูดของซีอีโอและซีเอฟโอ · บริษัทไม่เปิดเผยรายได้ AI เป็นตัวเลข

ซีอีโอบอกว่า Bedrock เป็นบริการที่มีรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ AWS ไตรมาสนี้เพิ่มโมเดลของ OpenAI และโมเดลเปิดอย่าง Kimi, GLM และโมเดลของ SpaceXAI เขามองว่าในสองสามปีข้างหน้าจะมีโมเดล 6–8 ตัวที่เก่งพอๆ กัน ลูกค้าจะใช้หลายโมเดลพร้อมกัน และ Bedrock อาจใหญ่ได้เท่า EC2 ซึ่งเป็นบริการใหญ่ที่สุดของ AWS ตอนนี้ (ถอดความ)

5. ชิปของตัวเอง: Graviton และ Trainium

ชิปที่ Amazon ออกแบบเอง

Graviton

CPU งานทั่วไป

  1. คุ้มราคากว่า CPU x86 ทางเลือกอื่น 30–40%
  2. AI ที่ทำงานแทนคนต้องใช้ CPU มากขึ้น
  3. หลังออก Graviton5 งานรอของรุ่นก่อนยังโตเกินเท่าตัว
ยอดสัญญาล่วงหน้าเกิน 20 เท่า

Trainium

ชิปฝึกและรันโมเดล AI

  1. Bedrock ส่วนใหญ่รันบน Trainium
  2. รุ่นก่อนยังขายกำลังเครื่องระยะสั้นได้ราคาสูงขึ้น
  3. เปิด TorchNeuron ให้รันโค้ด PyTorch ได้เลย
ยอดสัญญาล่วงหน้าเกิน 20 เท่า

จากคำพูดของซีอีโอ · ลูกค้าที่ใช้ชิปของ Amazon ประหยัดเงินรวมเกิน $2B ในไตรมาส 3 · ธุรกิจชิปโตเกินเท่าตัวจากปีก่อน

เรื่องใหญ่ที่ซีอีโอประกาศคือ Amazon จะเริ่มขาย Trainium ให้ใช้นอก AWS ปลายปี 2027 เพราะลูกค้าขอ นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ถามว่าจะแบ่งชิปยังไง ซีอีโอตอบว่ามีแค่สองบริษัทที่มีทั้งคลาวด์ใหญ่และชิปแข็งพอจะขายข้างนอก และทุกรายผลิตชิปขั้นสูงกับผู้ผลิตรายเดียวกันที่มีโควตาจำกัด ถ้าขายชิปออกไปจะรับรู้รายได้เร็ว แต่ถ้าใช้ในคลาวด์เองจะได้รายได้และเงินสดรวมมากกว่า เพราะใช้ได้ 5–6 ปี บริษัทจะทบทวนสัดส่วนนี้ทุกปี (ถอดความ)

เขาเสริมเรื่องต้นทุนว่า AWS ได้เปรียบจากสองเรื่อง คือศูนย์ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของตัวเองหรือเช่าระยะยาว ซึ่งเขาบอกว่าอัตรากำไรดีกว่าการเช่า neocloud ราว 3,500 basis points และการใช้ชิปของตัวเองที่ต้นทุนต่ำกว่า (ถอดความ)

6. AWS โตเกิน 40% และเป้าล้านล้านดอลลาร์

ซีอีโอบอกว่าเชื่อว่า AWS จะโตเกิน 40% ทั้งปี 2027 และ 2028 และอาจเป็นธุรกิจที่มีรายได้ปีละล้านล้านดอลลาร์ใน 5–10 ปี นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ถามว่ามั่นใจจากอะไร เขาตอบว่าลูกค้าที่ต้องการกำลังเครื่องก้อนใหญ่ระดับหลายร้อยเมกะวัตต์จนถึงหนึ่งกิกะวัตต์ต้องจองล่วงหน้า บริษัทจึงเห็นความต้องการปี 2027–2028 ชัด และเห็นบางส่วนของปี 2029 (ถอดความ)

เขามองว่าองค์กรยังอยู่ช่วงต้นของการใช้ AI ในงานจริง ต้นทุนการรันโมเดลต้องลดลงอีก และเล่าว่ามีคนมองว่างานด้านความปลอดภัยอาจกลายเป็นสัดส่วนสำคัญของการใช้ token ในอีกปีสองปี เพราะโมเดลรุ่นใหม่หาช่องโหว่ที่คนหาไม่เจอ ต้องจำไว้ว่าทั้งหมดนี้เป็นมุมมองของผู้บริหาร ไม่ใช่ผลจริง และซีเอฟโอไม่ได้ให้เป้าอัตรากำไรของ AWS

เรื่องอัตรากำไร ซีเอฟโอบอกว่า 38.7% มาจากการรีดประสิทธิภาพ คุมต้นทุนคงที่ และใช้ชิปของตัวเองมากขึ้น แต่ AI มีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจเดิม ยิ่งโตเร็วยิ่งกดอัตรากำไรรวม และราคาชิ้นส่วนอย่างหน่วยความจำก็แพงขึ้น ซีอีโอบอกว่าอัตรากำไรฝั่ง AI ดีขึ้นเร็ว และดีกว่าธุรกิจเดิมตอนที่อยู่ช่วงเดียวกัน (ถอดความ)

7. ค้าปลีก: ขายมากขึ้น กำไรดีขึ้น

ตัวเลขค้าปลีกที่ผู้บริหารเปิดเผย

+12%
จำนวนชิ้นที่ขายทั้งโลก · ตั้งแต่ต้นปีโตเกือบ 15%
~$250B
ยอดขายของชำ 12 เดือนล่าสุด
1.5B ชิ้น
ส่งถึงสมาชิก Prime ภายในวันเดียวหรือข้ามคืน
400 ล้านคน
เคยใช้ Alexa for Shopping ใน 12 เดือน

จากคำพูดของซีอีโอและซีเอฟโอ · ยอดขายของชำเป็นยอดขายรวม (gross sales) ไม่ใช่รายได้ตามบัญชี

ซีอีโอบอกว่าหลายคน “ประเมินฝั่งค้าปลีกต่ำไป” เขาไม่รู้จักธุรกิจค้าปลีกอื่นที่มีรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ มีอัตรากำไรเลขสองหลักเมื่อนับรวมโฆษณา และยังโตเร็วระดับนี้ ใน 12 เดือนล่าสุดยอดขายรวมเพิ่มเกิน $90B และเพิ่มได้ราวสองเท่าของคู่แข่งอันดับสองในสหรัฐต่อไตรมาส (ถอดความ)

ด้านต้นทุน ซีเอฟโอบอกว่าค่าขนส่งเพิ่ม 11% ขณะที่จำนวนชิ้นเพิ่ม 12% ถ้าไม่นับค่าน้ำมันและค่าขนส่งระหว่างศูนย์ที่แพงขึ้น ค่าขนส่งเพิ่มแค่ 8% บริษัทกำลังจะลดต้นทุนการส่งต่อชิ้นได้เป็นปีที่ 4 ติด

8. โฆษณาชะลอ เพราะ Prime Day

รายได้โฆษณา $19.6B โต 12% ช้าลงชัดเจนจากระดับ 20% กว่าในไตรมาสก่อนๆ ซีอีโอแจกแจงสามเหตุผล

3 เรื่องที่ทำให้โฆษณาโตช้าลงในไตรมาสนี้

1
📅 Prime Day เลื่อน

ย้ายไปไตรมาส 2 ในประเทศส่วนใหญ่

ฉุดการเติบโตไตรมาสนี้ 8.5 จุด

2
🏀 NBA

ไตรมาส 2 มีฤดูกาลแรกของ NBA บน Prime

ไตรมาส 3 ไม่มี เริ่มอีกทีไตรมาส 4

3
🔍 ฐานปีก่อนสูง

ปีก่อนปรับโฆษณาบนเครื่องมือค้นหา ดันการเติบโต

ไตรมาสนี้เริ่มเทียบกับฐานนั้น

จากคำพูดของซีอีโอ · บริษัทคาดว่าไตรมาส 4 โฆษณาจะกลับไปโตในระดับ “high teens”

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ AI ที่ช่วยซื้อของจากภายนอกกำลังกินรายได้โฆษณาของ Amazon ไหม ซีอีโอตอบสั้นๆ ว่า “ไม่” คนยังซื้อของผ่านทางนั้นน้อย และประสบการณ์ยังไม่ดีหรือสะดวกกว่าการเข้ามาซื้อที่ร้านโดยตรง บริษัทเชื่อว่า Alexa for Shopping จะเป็นผู้ช่วยหลักที่ลูกค้าใช้ซื้อของบน Amazon (ถอดความ)

9. ลงทุน $220B เงินสดอิสระติดลบ

เงินสด 12 เดือนล่าสุด (ถึงกันยายน 2026)

เงินสดเข้า $168.3B

จากการดำเนินงาน · โต 29%

ปีก่อน $130.7B

เหมือน รายได้ที่เข้ากระเป๋า

ลงทุนเพิ่ม $94.8B

เทียบ 12 เดือนก่อนหน้า

ส่วนใหญ่เพื่อ AI

เหมือน สร้างโรงงานหลังใหม่

เงินสดอิสระ −$42.4B

ปีก่อน +$14.8B

จ่ายลงทุนมากกว่าเงินที่ธุรกิจหาได้

เหมือน ปีที่จ่ายมากกว่ารายได้

จากประกาศผลประกอบการ · ลงทุนเพิ่ม = เงินซื้อทรัพย์สินและอุปกรณ์สุทธิที่เพิ่มจาก 12 เดือนก่อนหน้า

ไตรมาสนี้ Amazon ลงทุนเป็นเงินสด $75.9B ส่วนใหญ่เพื่อ AWS และ AI ทั้งปี 2026 ยังคาดราว $220B และปี 2027 จะมากกว่านี้อีก นักวิเคราะห์จาก J.P. Morgan ถามว่าต้องลงทุนเท่าไรถึงจะโตตามที่พูด ซีอีโอตอบว่าเยอะ แต่นี่คือโอกาสครั้งเดียวในชีวิต ถ้าการเติบโตแบบนี้กระจายไป 25 ปีได้ก็คงสะดวกกว่า แต่โลกไม่ได้เป็นแบบนั้น และบริษัทมีเงินพอจะลงทุนตามแผน เขาบอกด้วยว่าบริษัทกำลังทำให้เงินลงทุนคืนทุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ (ถอดความ)

10. กำไรสุทธิลดเล็กน้อย เพราะ Anthropic

กำไรสุทธิ $20.7B ลดจาก $21.2B ปีก่อน กำไรต่อหุ้น $1.89 จาก $1.95 ประกาศผลประกอบการระบุว่าเป็นเพราะไตรมาส 3 ปีก่อนมีกำไรก่อนภาษี $9.5B จากเงินลงทุนใน Anthropic อยู่ในรายการนอกธุรกิจ ไตรมาสนี้ไม่มีก้อนนั้น กำไรจากธุรกิจจริงโตแรง ส่วนกำไรสุทธิที่ลดเป็นผลของฐานปีก่อน รายการแบบนี้แกว่งได้ทุกไตรมาสตามมูลค่าเงินลงทุนที่ Amazon ถืออยู่

11. เป้าไตรมาส 4

สิ่งที่บริษัทคาดสำหรับไตรมาส 4 ปี 2026

รายการเป้าหมายเหตุ
รายได้$240–247Bโต 12–16% · ค่าเงินฉุดราว 0.6 จุด
กำไรจากการดำเนินงาน$28.5–33.5Bปีก่อน $25.0B
โฆษณากลับไปโตเร็วขึ้นบริษัทพูดว่า “high teens”
Amazon Leoยังลงเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มบันทึกเป็นทรัพย์สินไตรมาส 1 ปีหน้า ช้ากว่าที่ซีเอฟโอเคยคาด
ค่าน้ำมันและค่าขนส่งสูงกว่าไตรมาส 3เก็บค่าน้ำมันเพิ่มจากผู้ขายบางส่วน

จากประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีเอฟโอ · เป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลจริง

เรื่องอื่นที่ซีอีโอเล่า Prime Video มีรายได้ต่อปีระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์และทำกำไรได้เองแล้ว อุปกรณ์รุ่นใหม่ 34 รายการเพิ่งเปิดตัวก่อนเทศกาล และบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Amazon Leo ยังเปิดให้บริการเบื้องต้นได้ภายในปีนี้ตามแผน

12. มุมผู้ถือหุ้น: ไตรมาสนี้บอกอะไร

ไตรมาสนี้ตอบคำถามที่ตลาดถาม Amazon มาตลอดปี ว่าเงินลงทุน AI ก้อนใหญ่จะกลายเป็นรายได้ไหม AWS โตเร่งขึ้น 6 ไตรมาสติด งานรอส่งมอบ $578B และผู้บริหารกล้าพูดตัวเลขการเติบโตสองปีข้างหน้า ฝั่งค้าปลีกก็ทำกำไรดีขึ้นมาก จนอัตรากำไรทั้งบริษัทสูงสุดเป็นประวัติการณ์

แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือเงินสด เงินสดอิสระ 12 เดือนล่าสุดติดลบ $42.4B และปีหน้าจะลงทุนมากกว่าเดิม ตัวที่ควรดูต่อคือการเติบโตของ AWS เทียบกับเงินลงทุนที่ใส่ไป อัตรากำไรของ AWS เมื่อ AI เป็นสัดส่วนมากขึ้น และโฆษณาที่จะกลับมาโตเร็วในไตรมาส 4 ตามที่บริษัทบอกไหม

อยากเข้าใจว่า Amazon หาเงินจากอะไร มีความเสี่ยงอะไรที่บริษัทเขียนไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Amazon

13. อีกด้านของเหรียญ

🔭 สิ่งที่ยังไม่รู้ และควรติดตาม

สรุป: ไตรมาส 3 ปี 2026 ของ Amazon รายได้ $201.9B โต 12% กำไรจากการดำเนินงาน $28.1B โต 61% อัตรากำไร 13.9% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ AWS โต 39.3% เร่งขึ้นเป็นไตรมาสที่ 6 ติด งานรอส่งมอบ $578B บริการ AI อย่าง Bedrock โตแรง และชิปของตัวเองจะเริ่มขายนอก AWS ปลายปี 2027 ซีอีโอมองว่า AWS จะโตเกิน 40% ทั้งปี 2027 และ 2028 ฝั่งค้าปลีกขายได้มากขึ้นและกำไรดีขึ้น ส่วนโฆษณาโตช้าลงเพราะ Prime Day เลื่อน กำไรสุทธิลดเล็กน้อยเพราะปีก่อนมีกำไรจาก Anthropic จุดที่ต้องจับตาคือเงินลงทุนราว $220B ปีนี้ที่ทำให้เงินสดอิสระ 12 เดือนติดลบ และอัตรากำไรของ AWS เมื่อ AI โตเร็ว

ที่มา: การประชุมนักลงทุน Amazon ไตรมาส 3 ปี 2026 (29 ต.ค. 2026) และประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกัน (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) · ตัวเลขรายกลุ่ม รายได้แยกตามประเภท กำไรสุทธิ กำไรจาก Anthropic และเงินสด 12 เดือน มาจากประกาศผลประกอบการ · สัดส่วนกำไรของ AWS ต่อทั้งบริษัท ผมคำนวณเอง · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 29 ตุลาคม 2026

อยากรู้ว่า Amazon หาเงินจากอะไร?

สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Amazon เป็นภาษาไทย อ่านจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ

อ่านภาพรวมบริษัท Amazon →

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026