บริษัทแม่ของ Google ทำรายได้ไตรมาสเดียว $127.6B วิ่งปีละครึ่งล้านล้านดอลลาร์ Google Cloud โตเกินเท่าตัว และเริ่มขายชิป AI ของตัวเองทั้งระบบ แต่กำไรสุทธิลดลงเพราะราคาหุ้น SpaceX ที่ถืออยู่ และเงินสดอิสระติดลบเพราะลงทุนหนัก ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ต้องจับตา
หลังตลาดปิดวันที่ 28 ตุลาคม 2026 Alphabet บริษัทแม่ของ Google ประกาศงบไตรมาส 3 Sundar Pichai ซีอีโอ เปิดว่าเป็นไตรมาสที่แข็งแรง รายได้โต 25% ขึ้นมาวิ่งปีละครึ่งล้านล้านดอลลาร์ และเป็นไตรมาสที่ 13 ติดกันที่รายได้โตเลขสองหลัก Google Cloud โต 103% และจำนวนการค้นหาบน Google โตเร็วที่สุดในรอบ 5 ปี
แต่งบไตรมาสนี้มีสามเรื่องที่ต้องอ่านให้ละเอียด เรื่องแรก กำไรสุทธิลดลง ทั้งที่กำไรจากธุรกิจโต 30% สาเหตุหลักคือราคาหุ้น SpaceX ที่ Alphabet ถืออยู่ลดลง เรื่องที่สอง รายได้ Search โตช้าลงจากไตรมาสก่อน และเรื่องที่สาม Alphabet ลงทุนหนักจนเงินสดอิสระติดลบ ไม่ซื้อหุ้นคืนเลยทั้งปี และหาเงินเพิ่มทั้งจากการออกหุ้นใหม่และหุ้นกู้
บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนที่ผู้บริหาร 4 คนตอบคำถามนักวิเคราะห์ ได้แก่ ซีอีโอ Sundar Pichai, Philipp Schindler หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ, Thomas Kurian ซีอีโอของ Google Cloud และ Anat Ashkenazi ซีเอฟโอ แล้วใช้ประกาศผลประกอบการที่ Alphabet ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข ไตรมาส 3 หมายถึงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026 Alphabet มีหุ้นสองตัวที่ซื้อขายในตลาด คือ GOOGL (มีสิทธิออกเสียง) และ GOOG (ไม่มีสิทธิออกเสียง) ตัวเลขในงบใช้ร่วมกัน
อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้
ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026
จากประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (28 ต.ค. 2026) · กำไรสุทธิคือส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ · ลดราว 25% และกำไรต่อหุ้นลดราว 26% (ผมคำนวณจากตัวเลขในงบ)
รายได้โต 25% ทั้งแบบที่รายงานและแบบไม่นับผลค่าเงิน กำไรจากการดำเนินงานโตเร็วกว่าที่ 30% ด้านต้นทุน ต้นทุนขายรวม $51.4B โต 24% ในนั้นมีส่วนแบ่งรายได้ที่จ่ายให้พาร์ทเนอร์ที่ส่งคนมาค้นหา (TAC) $16.4B โต 10% และต้นทุนขายอื่น $35.1B โต 32% จากต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่ขาย TPU ค่าเสื่อมราคา ค่าคอนเทนต์ และค่าดำเนินงานศูนย์ข้อมูล
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานรวม $35.6B โต 20% ค่าวิจัยและพัฒนาโตแรงที่สุด 36% จากค่าตอบแทนเพื่อดึงคนเก่งด้าน AI และค่าเสื่อมราคา ค่าการตลาดโต 22% จากการโปรโมต Gemini ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 17% เพราะปีก่อนมีค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายก้อนใหญ่ สิ้นไตรมาส Alphabet มีพนักงาน 204,757 คน
ตัวเลขที่อ่านผิดได้ง่ายที่สุดของไตรมาสนี้คือกำไรสุทธิ ถ้าดูแค่ว่ากำไรสุทธิลดจาก $35.0B เหลือ $26.2B อาจคิดว่าธุรกิจแย่ลง แต่กำไรจากธุรกิจโต 30% ส่วนที่ทำให้กำไรสุทธิลดอยู่ใต้บรรทัดกำไรจากการดำเนินงาน
ไตรมาส 3 ปี 2025 กับปี 2026 (พันล้านดอลลาร์)
| รายการ | Q3 2025 | Q3 2026 |
|---|---|---|
| กำไรจากการดำเนินงาน | 31.2 | 40.6 |
| รายการนอกธุรกิจ (OI&E) | +12.8 | −8.2 |
| ในนั้น: กำไร(ขาดทุน)จากหุ้นที่ถือ | +10.7 | −8.7 |
| กำไรสุทธิของผู้ถือหุ้นสามัญ | 35.0 | 26.2 |
| กำไรต่อหุ้น (ดอลลาร์) | 2.87 | 2.12 |
จากงบกำไรขาดทุนและตารางรายการนอกธุรกิจในประกาศผลประกอบการ · ตัวเลขปัดเป็นทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง
ปีก่อน Alphabet ได้กำไรนอกธุรกิจ $12.8B ส่วนใหญ่จากหุ้นของบริษัทอื่นที่ถืออยู่ซึ่งราคาขึ้น ปีนี้กลับเป็นขาดทุน $8.2B ซีเอฟโอบอกว่าสาเหตุหลักคือขาดทุนที่ยังไม่ได้ขายจริงจากเงินลงทุนใน SpaceX เพราะราคาหุ้น SpaceX ลดลงในไตรมาส 3 ประกาศผลประกอบการระบุว่าขาดทุนจากหุ้นที่ถือรวม $8.7B ทำให้กำไรสุทธิลดลง $6.7B และกำไรต่อหุ้นลดลง $0.55 หลังหักผลทางภาษีแล้ว
จากกำไรธุรกิจ ถึงกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี 2026
กำไรธุรกิจ 40.6
โต 30% · อัตรากำไร 31.8%
สิ่งที่ Search, YouTube, Cloud ทำได้จริง
เหมือน กำไรจากหน้าร้านนอกธุรกิจ −8.2
ส่วนใหญ่จากหุ้น SpaceX ที่ถือ
ปีก่อนเป็นบวก 12.8
เหมือน หุ้นในพอร์ตที่ราคาลงสิ้นไตรมาสกำไรสุทธิ 26.2
หลังภาษี
ลดราว 25% จากปีก่อน
เหมือน เงินที่เหลือเข้ากระเป๋าตามบัญชีหน่วยพันล้านดอลลาร์ · จากประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีเอฟโอ
รายการพวกนี้แกว่งได้ทุกไตรมาสตามราคาหุ้นของบริษัทที่ Alphabet ถืออยู่ ประกาศผลประกอบการเตือนเองว่าอาจทำให้รายการนอกธุรกิจผันผวนมากในอนาคต ใครอยากรู้ว่า SpaceX เป็นยังไงในไตรมาสเดียวกัน อ่านได้ที่สรุปงบ SpaceX Q3 2026
รายได้ Google Services ไตรมาส 3 ปี 2026
| ธุรกิจ | รายได้ | เทียบปีก่อน · ตัวขับ |
|---|---|---|
| Search และอื่นๆ | $63.3B | +12% · ค้าปลีกช่วยมากสุด ตามด้วยการเงิน |
| โฆษณา YouTube | $11.2B | +9% · โฆษณาสร้างแบรนด์ และการดูบนทีวี |
| เครือข่ายโฆษณา (Network) | $7.5B | +1% |
| สมาชิก แพลตฟอร์ม และอุปกรณ์ | $14.3B | +11% · YouTube Music/Premium และแพ็กเกจ AI ของ Google One |
| รวม Google Services | $96.3B | +11% · กำไร $39.2B โต 17% · อัตรากำไร 40.7% |
จากประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีเอฟโอ · ค่าเงินกดการเติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบปีก่อน และกดมากกว่าเมื่อเทียบไตรมาสก่อน
ธุรกิจเดิมยังโตเลขสองหลัก และกำไรโตเร็วกว่ารายได้ อัตรากำไร 40.7% Philipp Schindler บอกว่า AI กำลังช่วยทั้งคุณภาพโฆษณาและเครื่องมือของผู้ลงโฆษณา ไตรมาสนี้บริษัทปรับโฆษณาสินค้าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี ผู้ใช้พอใจเพิ่ม 19% และ Gemini ช่วยผู้ลงโฆษณาสร้างชิ้นงานโฆษณากว่า 1.5 พันล้านชิ้นในไตรมาสเดียว เพิ่มเกิน 7 เท่าจากปีก่อน
นี่คือคำถามแรกของการประชุม นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ถามว่า ทำไมจำนวนการค้นหาโตเร็วที่สุดในรอบ 5 ปี แต่รายได้ Search กลับโตช้าลง Philipp ตอบว่า Search โต 12% เป็น $63B และแจกแจงเหตุที่โตช้าลงจากไตรมาส 2 ไว้ 4 ข้อ
4 เหตุที่ Search โตช้าลงจากไตรมาสก่อน
ค่าเงิน
ตัวฉุดใหญ่ที่สุด
รายได้จากต่างประเทศแปลงเป็นดอลลาร์ได้น้อยลง
ภาษีพัสดุยุโรป
ค้าปลีก
ยุโรปเลิกยกเว้นภาษีพัสดุราคาถูก ผู้ลงโฆษณาจากเอเชียแปซิฟิกได้รับผลกระทบ
ฟุตบอลโลก
สื่อและบันเทิง
งบโฆษณาเทไปเดือนมิถุนายนที่มีแมตช์มากกว่า ไตรมาส 2 จึงสูงผิดปกติ
AI Mode
ทำเงินได้น้อยกว่า
การค้นหาใน AI Mode โตแรง แต่ยังมีโฆษณาน้อยกว่าการค้นหาปกติ
จากคำตอบของหัวหน้าฝ่ายธุรกิจต่อคำถามนักวิเคราะห์ JPMorgan
ข้อสุดท้ายคือหัวใจของคำถามนี้ ซีอีโอเล่าว่าคนค้นหาแบบใหม่มากขึ้น คำถามใน AI Mode ยาวกว่าการค้นหาปกติเฉลี่ย 3 เท่า หนึ่งในห้าของการค้นหาใน AI Mode ใช้เสียง ภาพ หรือเอกสาร และการค้นหาด้วยภาพเกิน 5 หมื่นล้านครั้งต่อเดือน Philipp บอกว่าการค้นหาส่วนใหญ่ใน AI Mode เป็นการค้นหาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ไม่ได้แย่งจากการค้นหาเดิม และอัตราการคลิกโฆษณาสินค้ากับผลค้นหาสินค้าปกติใน AI Mode ใกล้เคียงกันแล้ว
ไตรมาสนี้ Google จึงประกาศขยายโฆษณาใน AI Mode ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก และเริ่มโฆษณาในบทสนทนาหลายรอบของ AI Mode ในสหรัฐ Philipp บอกว่าบริษัททำแบบระวัง เอาประสบการณ์ของผู้ใช้ก่อน แล้วค่อยขยายรูปแบบโฆษณาที่พิสูจน์แล้วว่าคุ้มสำหรับผู้ลงโฆษณา
เรื่อง AI ที่ทำงานแทนคน (agent) นักวิเคราะห์จาก Bank of America ถามว่าจะกระทบ Search ไหม Philipp ตอบว่ามองเป็นโอกาสเพิ่ม คนชอบเปรียบเทียบตัวเลือก ไม่ได้ดูแค่ราคา เขาจึงออกแบบให้ agent เสนอหลายทางเลือก ซึ่งเปิดที่ให้โฆษณาได้ ซีอีโอเสริมว่ามองเป็นการขยายประเภทปัญหาที่ Search ช่วยได้ ไตรมาสนี้ Google เปิด Universal Cart ตะกร้าสินค้ารวมข้ามบริการของ Google และระบบชำระเงินผ่าน UCP ใช้ได้กับแบรนด์หลายแสนแบรนด์แล้ว (ถอดความ)
Google Cloud ไตรมาส 3 เทียบปีก่อน
จากประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีเอฟโอ
ซีเอฟโอบอกว่าการเติบโตมาจาก GCP เป็นหลัก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI โซลูชัน AI และบริการคลาวด์พื้นฐาน และการขายระบบ TPU ก็ช่วยอย่างมีนัย แต่เธอไม่ได้บอกตัวเลขว่า TPU ช่วยกี่จุด บอกเพียงว่าถ้าไม่นับ TPU การเติบโตก็ “แข็งแรงมาก” อีกครั้ง Thomas Kurian เล่าว่าตอนนี้ Cloud มีสายธุรกิจ 18 สายที่ทำรายได้เกินปีละ $1B
มีจุดที่ต้องจับตา ซีเอฟโอบอกว่าเพราะเครื่องไม่พอ Google เริ่มเช่าพลังประมวลผลจากผู้ให้บริการรายอื่นมาเสริมตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 และจะใช้มากขึ้นในไตรมาส 4 ไตรมาสนี้แทบยังไม่กระทบ เพราะเพิ่งเริ่มใช้ตอนท้ายไตรมาส แต่ระยะใกล้อัตรากำไรของ Cloud จะถูกกด Thomas บอกด้วยว่า ถ้ามีเครื่องมากกว่านี้ Cloud ก็รับความต้องการได้อีกมาก
ธุรกิจใหม่ที่ถูกถามมากที่สุดคือการขาย TPU ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ให้เช่าในคลาวด์ Thomas อธิบายว่าระบบ TPU คือฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ คอมไพเลอร์ และเครือข่ายใยแก้ว ประกอบเป็นชุดเดียว รุ่นใหม่มีสองตัว TPU 8t สำหรับฝึกโมเดล ทำงานได้ดีขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า และ TPU 8i สำหรับรันโมเดล คุ้มราคาขึ้น 80% เมื่อเทียบรุ่นก่อน
ขาย TPU ทั้งระบบ เงินเข้าออกยังไง
เซ็นสัญญา
ขึ้นในงานรอส่งมอบ
สั่งชิ้นส่วนหลังเซ็นสัญญาแล้วเท่านั้น
เหมือน รับออเดอร์ล่วงหน้าสร้างของรอส่ง
สินค้าคงคลัง $13.3B
สิ้นปี 2025 มีแค่ $2.4B · เงินสดไหลออกก่อน
เหมือน ซื้อวัตถุดิบมาทำของส่งมอบ เก็บเงิน
รับรู้รายได้ เงินสดไหลเข้า
รายได้ส่วนนี้จะเร่งขึ้นมากในปี 2027
เหมือน ส่งของแล้ววางบิลจากคำตอบของซีเอฟโอต่อนักวิเคราะห์ Barclays และของ Thomas Kurian ต่อนักวิเคราะห์ Bank of America · Thomas บอกว่าสินค้าคงคลังของ TPU ทั้งหมดผูกกับสัญญาที่ลูกค้าตกลงแล้ว
นักวิเคราะห์จาก Barclays ถามว่าขายระบบ TPU แล้วรับรู้รายได้เท่าไรและอัตรากำไรเป็นยังไง ซีเอฟโอตอบว่าบริษัทไม่เปิดเผยตัวเลขรายสินค้า แต่อธิบายว่านี่ไม่ใช่งบลงทุนแบบเดิม เป็นวงจรเงินสดอีกแบบ คือจ่ายสร้างของก่อน แล้วค่อยได้เงินตอนส่งมอบ ซึ่งตอนนี้กดเงินสดอิสระ ส่วน Thomas บอกว่าเพราะ TPU คุ้มราคากว่าคู่แข่ง และชิปเร่งความเร็ว AI ยังขาดตลาด บริษัทจึงตั้งใจทำให้อัตรากำไรดีขึ้นเมื่อขยายขนาด และการวางระบบในศูนย์ข้อมูลของลูกค้าช่วยให้ Google ไม่ต้องสร้างอาคารรองรับเอง
มีคำถามที่น่าสนใจจาก MoffettNathanson ว่าทำไมขาย TPU ให้บริษัทที่เป็นคู่แข่ง ซีอีโอตอบว่า Google แยกชัดว่าอะไรคือสินค้า อะไรคือแพลตฟอร์ม ถ้าเป็นแพลตฟอร์มก็ต้องทำให้ใช้ได้กับทุกคน เหมือนที่ทำงานร่วมกับ Apple ทั้งที่แข่งกันหลายด้าน และการให้ TPU ไปเจองานที่ยากที่สุดของลูกค้า จะบังคับให้ทีมต้องอยู่แถวหน้าเสมอ (ถอดความ)
ตัวเลขการใช้ AI ของ Google
จากคำพูดของซีอีโอ · ตัวเลข token นับเฉพาะ API ของโมเดลที่ Google พัฒนาเอง
ไตรมาสนี้ Google ออกโมเดลตระกูล Gemini 4 สองตัว Argon เปิดตัวสองสัปดาห์ก่อนประกาศงบ ซีอีโอบอกว่าการใช้งานบนแพลตฟอร์มนักพัฒนาสัปดาห์แรกเพิ่มเร็วกว่า Gemini 3 ถึง 3.5 เท่า แม้มีเครื่องจำกัด และ Carbon ที่ประกาศวันเดียวกับงบ ซีอีโอบอกว่าเป็นโมเดลที่แข็งที่สุดของบริษัท ขึ้นอันดับ 1 ของ Artificial Analysis Intelligence Index ด้วยคะแนน 59 บริษัทปล่อย Carbon ให้กลุ่มผู้ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ที่ไว้ใจได้ใช้ก่อน และรัฐบาลสหรัฐกำลังทดสอบ
ภายในบริษัทเอง ซีอีโอเล่าว่าทีม Chrome, Ads และ Search ใช้ Argon เขียนโค้ด ส่งโค้ดได้มากขึ้น 35% และผิดพลาดน้อยลง 30% เขาบอกว่าคาดว่า 12 เดือนข้างหน้าการพัฒนาจะเร่งขึ้นอีก เพราะ AI ช่วยให้บริษัทฝึกและออกโมเดลได้เร็วขึ้น ส่วน agent สำหรับผู้บริโภค Google เปิดให้องค์กรก่อน เพราะเกณฑ์ความปลอดภัยสูงสุด และจะนำมาให้ผู้ใช้ทั่วไป เริ่มจากผู้ใช้แอป Gemini ในช่วงปลายปีนี้
YouTube ซีอีโอบอกว่ายังเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอันดับ 1 ในสหรัฐเมื่อวัดจากเวลาที่ดู และนำในการดูบนทีวี การดูบนทีวีคิดเป็นเกิน 1 ใน 3 ของรายได้โฆษณา YouTube ในไตรมาสนี้ มีวิดีโออัปโหลดใหม่เกิน 20 ล้านคลิปต่อวัน YouTube Premium และ Music มีสมาชิกเกิน 150 ล้านคน (นับรวมช่วงทดลองใช้) และรายได้ค่าสมาชิกโตเร็วกว่าโฆษณา ไตรมาสนี้ Amazon เข้าร่วม YouTube Shopping ครีเอเตอร์ในสหรัฐติดป้ายสินค้า Amazon ในคลิปได้โดยตรง
Waymo รถไร้คนขับวิ่งไปแล้วกว่า 300 ล้านไมล์ ให้บริการใน 15 เมืองใหญ่ของสหรัฐ เพิ่งเปิดให้คนทั่วไปใช้ที่ซานอันโตนิโอ ซานดิเอโก และแทมปา และมีแผนไปแคนาดา เยอรมนี สิงคโปร์ และสเปน กลุ่ม Other Bets ที่รวม Waymo มีรายได้ $372M และขาดทุนจากการดำเนินงาน $2.0B ส่วนค่าใช้จ่ายระดับบริษัทแม่ที่ไม่ได้แบ่งเข้ากลุ่มไหน ขาดทุน $7.7B ส่วนใหญ่เป็นค่าวิจัย AI ที่ใช้ร่วมกันทั้งบริษัท
เงินสดไตรมาส 3 ปี 2026 (พันล้านดอลลาร์)
เงินสดเข้า 42.3
จากการดำเนินงาน
ถูกกดจากสต็อก TPU และค่าปรับยุโรป $5.2B
เหมือน เงินเดือนเข้าบัญชีงบลงทุน 51.4
ปีก่อน 24.0
ราว 65% เป็นเซิร์ฟเวอร์และเครือข่าย 35% เป็นศูนย์ข้อมูล
เหมือน สร้างโรงงานหลังใหม่เงินสดอิสระ −9.1
12 เดือนล่าสุด +19.7
ต้องหาเงินส่วนต่างจากแหล่งอื่น
เหมือน เดือนที่จ่ายมากกว่ารายได้จากงบกระแสเงินสดในประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีเอฟโอ · เซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายมีอายุใช้งานโดยทั่วไป 6 ปี ศูนย์ข้อมูล 7–40 ปี
ไตรมาสนี้ Alphabet ลงทุน $51.4B มากกว่าสองเท่าของไตรมาสเดียวกันปีก่อน มากกว่าเงินสดจากธุรกิจ เงินสดอิสระจึงติดลบ $9.1B ซีเอฟโอบอกว่านอกจากงบลงทุน ยังมีสองเรื่องที่กดเงินสด คือการสร้างสต็อก TPU รอส่งมอบ และการจ่ายค่าปรับของคณะกรรมาธิการยุโรปปี 2018 จำนวน $5.2B หลังกระบวนการอุทธรณ์สิ้นสุด ทั้งปี 2026 บริษัทยังคงเป้างบลงทุน $195–205B และบอกว่าปี 2027 จะเพิ่มขึ้นอีกมาก จะบอกรายละเอียดตอนประกาศงบไตรมาส 4
นอกจากงบลงทุน Alphabet ยังมีสัญญาระยะยาวที่ผูกไว้เพื่อจองเครื่อง สินค้าคงคลัง ที่เช่า และพลังงาน ณ สิ้นไตรมาส 3 มีภาระซื้อในอนาคต $924B และสัญญาเช่าที่ยังไม่เริ่มกับภาระอื่นอีก $152B ซีเอฟโอบอกว่าเป็นยอดสูงสุดตามสัญญา และหลายสัญญาปรับราคาและปริมาณได้ จึงอาจจ่ายจริงน้อยกว่านี้ เธอเตือนด้วยว่าค่าเสื่อมราคาและค่าดำเนินงานศูนย์ข้อมูลอย่างค่าไฟ จะกดงบกำไรขาดทุนต่อไป
ซีเอฟโอปิดช่วงนำเสนอด้วยมุมผลตอบแทน บอกว่าตลอดรอบการลงทุนนี้บริษัทคาดว่าจะได้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนสูงกว่าต้นทุนเงินทุนอย่างมีนัย เพราะใช้ AI หาเงินได้จากหลายสินค้าที่มีผู้ใช้หลักพันล้าน แต่ยอมรับว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างสต็อก TPU จะกดเงินสดอิสระ
นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่สำหรับผู้ถือหุ้น Alphabet เคยซื้อหุ้นคืนก้อนใหญ่ทุกไตรมาส ไตรมาส 3 ปีก่อนซื้อคืน $11.5B แต่9 เดือนแรกของปี 2026 ไม่ซื้อหุ้นคืนเลย กลับกัน บริษัทหาเงินเพิ่มหลายทาง
เงินทุนที่ Alphabet หาเพิ่ม
| วิธี | ไตรมาส 3 | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ขายหุ้นใหม่ในตลาด (ATM) | $12.4B | หุ้น Class A $4.3B + Class C $8.1B · ยังขายได้อีก $27.6B |
| หุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน | $28.7B | ใช้ในกิจการทั่วไป |
| หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพภาคบังคับ | – | ออกในครึ่งแรกของปี ได้เงิน $19.1B |
| ซื้อหุ้นคืน | 0 | ไตรมาส 3 ปีก่อน $11.5B |
จากประกาศผลประกอบการ (งบกระแสเงินสดและหมายเหตุโครงการ ATM และหุ้นกู้) · ปันผลหุ้นสามัญยังจ่ายหุ้นละ $0.22 ต่อไตรมาส
หนี้ระยะยาวจึงขึ้นเป็น $125.1B จาก $46.5B ตอนสิ้นปี 2025 แต่บริษัทยังมีเงินสดและหลักทรัพย์ในมือ $265.1B ซึ่งในนั้นเป็นหุ้นของบริษัทอื่นที่ซื้อขายในตลาด $90.4B การออกหุ้นใหม่หมายความว่าจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับช่วงที่บริษัทซื้อหุ้นคืน ผู้ถือหุ้นเดิมจึงถือสัดส่วนของบริษัทน้อยลงเล็กน้อย บริษัทยังจ่ายปันผลหุ้นละ $0.22 ตามเดิม
สิ่งที่ซีเอฟโอบอกเกี่ยวกับช่วงข้างหน้า
จากคำพูดของซีเอฟโอช่วงนำเสนอ และคำตอบต่อนักวิเคราะห์ Morgan Stanley · Alphabet ไม่ได้ให้เป้ารายได้หรือกำไรเป็นตัวเลข · บริษัทพูดว่า “a couple of points” ผมแปลเป็น “ราว 2 จุด”
สำหรับคนที่ตามหุ้น Google คำถามใหญ่มาหลายปีคือ AI จะกิน Search ไหม ไตรมาสนี้ข้อมูลชี้ไปอีกทาง จำนวนการค้นหาโตเร็วที่สุดในรอบ 5 ปี และรายได้ Search ยังโต 12% แต่ก็เห็นต้นทุนของการเปลี่ยนผ่าน การค้นหาที่ย้ายไป AI Mode ยังทำเงินได้น้อยกว่า และบริษัทกำลังทยอยเพิ่มโฆษณาในส่วนนี้
เรื่องที่เปลี่ยนภาพบริษัทมากที่สุดคือ Cloud และ TPU Cloud โตเกินเท่าตัว และกำไรโตเร็วกว่ารายได้ งานรอส่งมอบ $561B มากกว่ารายได้ต่อปีของทั้งบริษัทที่วิ่งราวครึ่งล้านล้านดอลลาร์ ส่วน TPU ทำให้ Google เริ่มขายระบบชิป AI ให้บริษัทอื่น ไม่ใช่แค่ใช้เอง แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือเงินลงทุนที่เกินเงินสดจากธุรกิจ บริษัทเลิกซื้อหุ้นคืน และหาเงินจากทั้งหุ้นใหม่และหนี้ สิ่งที่น่าจับตาคือผลตอบแทนที่ซีเอฟโอบอกว่าจะสูงกว่าต้นทุนเงินทุน จะเห็นเป็นเงินสดได้เมื่อไร
อยากเข้าใจว่า Alphabet หาเงินจากอะไร มีความเสี่ยงอะไรที่บริษัทเขียนไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Alphabet
ที่มา: การประชุมนักลงทุน Alphabet ไตรมาส 3 ปี 2026 (28 ต.ค. 2026) และประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกัน (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) · ตัวเลขรายการนอกธุรกิจ งบกระแสเงินสด งบดุล โครงการ ATM และหุ้นกู้ มาจากประกาศผลประกอบการ · การลดลงของกำไรสุทธิและกำไรต่อหุ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ ผมคำนวณจากตัวเลขในงบ · ตัวเลขที่บริษัทบอกเป็นคำ เช่น “a couple of points” ผมเขียนเป็น “ราว 2 จุด” · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 28 ตุลาคม 2026
สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Alphabet เป็นภาษาไทย อ่านจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ
อ่านภาพรวมบริษัท Alphabet →บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026