บริษัทที่คนรู้จักจากจรวด ตอนนี้ได้เงินมากที่สุดจากการให้เช่าคอมพิวเตอร์ AI Starlink ยังโตแรง และ Starship เพิ่งขึ้นถึงวงโคจรครั้งแรก แต่เงินลงทุนก็ใหญ่จนต้องพึ่งเงินกู้ และตัวเลขที่ Elon พูดบนเวทีก็ห่างจากเป้าของ CFO มาก ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน
ช่วงท้ายการพูดของ Elon Musk ในการประชุมนักลงทุนวันที่ 20 ตุลาคม 2026 เขาสรุปว่าทั้งหมดที่เล่ามา (ถอดความ) “หมายความว่ารายได้ต่อปีของ SpaceX ณ ปลายปี 2027 จะอยู่ที่ราว 5 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์” แล้วหันไปเรียก Bret Johnsen ซีเอฟโอ ให้พูดต่อ Gwynne Shotwell ประธานบริษัทรีบให้ Bret พูดแทนตัวเอง ส่วน Elon ปิดท้ายว่า “ไม่อยากให้ Bret หัวใจวาย”
มุกนี้คือกุญแจในการอ่านงบ SpaceX ไตรมาสนี้ ตัวเลขจริงแข็งแรงมาก รายได้โต 161% และพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร แต่ในการประชุมเดียวกันมีตัวเลขสองแบบ แบบแรกคือความฝันของ Elon แบบที่สองคือประมาณการทางการที่ CFO ให้ไว้ ซึ่งต่างกันหลายเท่า คนอ่านงบต้องแยกให้ออก
บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนเป็นหลัก แล้วใช้ประกาศผลประกอบการที่ SpaceX ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข SpaceX เข้าตลาด Nasdaq ด้วยชื่อย่อ SPCX ตัวเลขทั้งหมดเป็นดอลลาร์สหรัฐ และไตรมาส 3 หมายถึงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2026
อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้
ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026
จากประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ของ SpaceX (20 ต.ค. 2026) · กำไรต่อหุ้นแบบเต็มจำนวน $0.35
รายได้ $14.6B เกือบเท่าตัวของไตรมาสก่อนในสามเดือน ตัวขับหลักคือธุรกิจ AI ที่เริ่มส่งมอบสัญญาให้เช่าคอมพิวเตอร์ก้อนใหญ่ ส่วน Starlink ก็โตเร่งขึ้นเช่นกัน Bret Johnsen ซีเอฟโอ บอกว่าทั้งสามธุรกิจทำให้บริษัทได้ประโยชน์จากขนาด คือรายได้โตเร็วกว่าต้นทุน จึงเห็น Adjusted EBITDA โตเร็วกว่ารายได้
จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือกำไรสุทธิ $4.4B สูงกว่ากำไรจากธุรกิจ $2.8B ส่วนต่างมาจากรายการนอกธุรกิจ ได้แก่ รายได้อื่นราว $1.0B ดอกเบี้ยรับ $0.87B ที่มากกว่าดอกเบี้ยจ่าย $0.68B และภาษีที่ได้คืนราว $0.4B แปลว่าถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจทำเงินได้แค่ไหน ควรดูกำไรจากการดำเนินงาน ไม่ใช่กำไรสุทธิ และถ้ามองทั้ง 9 เดือนแรกของปี บริษัทยังขาดทุนสุทธิราว $0.4B
สามธุรกิจของ SpaceX ไตรมาส 3 ปี 2026
| ธุรกิจ | รายได้ | โตจากปีก่อน | กำไรจากการดำเนินงาน | เงินลงทุน |
|---|---|---|---|---|
| AI (SI) | $7.6B | 830% | $0.4B | $16.4B |
| Starlink (Connectivity) | $5.2B | 69% | $2.4B | $1.5B |
| จรวด (Space) | $1.8B | 6% | ขาดทุนเล็กน้อย | $1.6B |
จากตารางรายธุรกิจในประกาศผลประกอบการ · กำไรของธุรกิจ AI ถูกหักค่าตอบแทนเป็นหุ้นจากการซื้อ Cursor ไป $1.2B
ถ้าคิดเป็นสัดส่วน ธุรกิจ AI คิดเป็นราว 52% ของรายได้ Starlink ราว 36% และจรวดราว 12% แต่ภาพกำไรกลับด้าน Starlink เป็นตัวทำกำไรหลัก ส่วนธุรกิจ AI เพิ่งพลิกเป็นกำไรจากการดำเนินงาน $431M และถ้าไม่นับค่าตอบแทนเป็นหุ้นจากดีล Cursor จะเป็นกำไรราว $1.6B
อีกตัวเลขที่บอกทิศทางคือคอลัมน์สุดท้าย เงินลงทุนของธุรกิจ AI ไตรมาสเดียว $16.4B มากกว่ารายได้ของธุรกิจนั้นเองเกินเท่าตัว นี่คือบริษัทที่ลงทุนก่อน แล้วรอเก็บเงินทีหลัง ซึ่งจะกลับมาพูดในหัวข้อ 11
รายได้ธุรกิจ AI ส่วนใหญ่มาจากการให้บริษัทอื่นเช่าพลังคอมพิวเตอร์ สำหรับเทรนและรันโมเดล AI ไม่ใช่จากผู้ใช้ Grok โดยตรง Bret บอกว่าแม้ไม่นับ Cursor รายได้ส่วนนี้ก็โต 192% จากไตรมาสก่อน เพราะสัญญาให้เช่าใหม่เริ่มมีผล
ให้เช่าคอมพิวเตอร์ AI ทำเงินได้อย่างไร
สร้างให้เร็ว
ไฟฟ้า ความเย็น ชิป
ตัวจำกัดตอนนี้ไม่ใช่ชิป แต่คือไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้า SpaceX ใช้ทีมที่สร้างจรวดมาสร้างดาต้าเซ็นเตอร์
เหมือน สร้างหอพักเสร็จก่อนใคร ในช่วงที่ห้องว่างหายากให้เช่าราคาตลาด
สัญญาสั้น ต่อสัญญาแพงขึ้น
แบ่งใช้เองครึ่งหนึ่ง ให้เช่าครึ่งหนึ่ง และเลือกสัญญาสั้นตามราคาตลาด เพราะเชื่อว่าราคาต่อวัตต์จะขึ้นต่อ
เหมือน ให้เช่าห้องรายเดือน แทนรายสิบปี เมื่อค่าเช่าขึ้นทุกปีคืนทุนเร็ว
ไม่ถึง 1 ปี
ราคาเช่าตอนนี้สูงกว่าขอบบนของช่วง $30–50 ต่อวัตต์ที่พูดไว้ไตรมาสก่อนเล็กน้อย เครื่องที่ติดตั้งใหม่จึงคืนทุนได้ในไม่ถึงหนึ่งปี
เหมือน หอพักที่คืนทุนในปีแรก แล้วที่เหลือคือกำไรสรุปจากคำพูดของ Bret Johnsen และคำตอบของ Elon Musk ต่อนักวิเคราะห์ Goldman Sachs · ระยะคืนทุนเป็นตัวเลขของบริษัท ณ ราคาปัจจุบัน
Elon อธิบายว่าทำไมเขาเชื่อว่าราคาเช่าจะขึ้นต่อ ยิ่งโมเดล AI เก่งขึ้น คอมพิวเตอร์หนึ่งวัตต์ก็สร้าง “ความฉลาดที่ใช้ได้จริง” ได้มากขึ้น ราคาก็ควรขึ้นตาม เขายกตัวอย่างว่าชิปรุ่นเก่าอย่าง H100 ตอนนี้ให้เช่าได้แพงกว่าตอนที่ยังใหม่ และสัญญาที่ต่ออายุก็ต่อในราคาต่อวัตต์ที่สูงขึ้น
เขาบอกด้วยว่าถ้ารับทุกเจ้าที่ขอเช่า จะให้เช่าได้หลายเท่าของที่มี และเล่าว่า SpaceX เองลองไปขอเช่าคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นเพื่อเอาเครื่องตัวเองไปเทรนโมเดล ปรากฏว่าทุกรุ่นที่ถาม คำตอบคือ “ไม่มี” เหมือนละครตลกของ Monty Python ที่ลูกค้าเข้าร้านชีส แต่ร้านไม่มีชีสสักชนิด (เป็นมุกที่ Elon โพสต์ลงโซเชียลด้วย)
สิ้นไตรมาส 3 SpaceX มีกำลังคอมพิวเตอร์ 1.7 กิกะวัตต์ เทียบกับ 1.4 กิกะวัตต์เมื่อไตรมาสก่อน และ 0.6 กิกะวัตต์เมื่อปีก่อน Elon บอกว่าตอนนี้ติดตั้งชิป GB300 ได้ราว 200,000–220,000 ตัวต่อเดือน และเน้นว่าบริษัทอื่นไม่ค่อยบอกตัวเลขรายเดือนแบบนี้
บันไดกำลังคอมพิวเตอร์ AI ของ SpaceX
ตัวเลขถึงเดือนกันยายน 2026 จากประกาศผลประกอบการ · ตัวเลขข้างหน้าเป็นเป้าที่ผู้บริหารพูดในการประชุม ไม่ใช่ตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว
คำถามจากนักวิเคราะห์ JPMorgan คือจะหาไฟฟ้ามากขนาดนั้นจากไหน Elon บอกว่ามีแผนแต่ขอไม่เปิดเผย เพราะกลัวคนอื่นลอกตาม แต่เล่าหนึ่งข้อที่เคยพูดในที่สาธารณะแล้ว คือหล่อใบพัดกังหันก๊าซเอง ผู้ผลิตกังหันบอกว่าใบพัดเป็นชิ้นที่ส่งช้ากว่าชิ้นอื่น 12–18 เดือน SpaceX มีโรงหล่อที่สร้างไว้ทำเครื่องยนต์จรวด ซึ่งต้องการความแม่นยำสูงกว่า จึงทำใบพัดได้เอง และเปิดไฟฟ้าได้เร็วกว่าคนอื่น
นอกจากกังหันก๊าซ เขาบอกว่าจะใช้ไฟฟ้าทุกแหล่ง ทั้งแสงอาทิตย์และลม และมองไอเดียผลิตชุดคอมพิวเตอร์ AI สำเร็จรูปที่มีไฟฟ้าและระบบความเย็นในตัวจากโรงงาน แล้วกระจายไปตั้งทั่วประเทศ อีกเป้าคือคลัสเตอร์สำหรับเทรนโมเดลที่ใช้ชิป Vera Rubin 440,000 ตัว ภายในสิ้นไตรมาส 2 ปีหน้า เพื่อให้ Grok แข่งขันได้
นอกจากให้เช่าเครื่อง SpaceX ยังมีผลิตภัณฑ์ AI ของตัวเอง Grok Bot ผู้ช่วย AI ที่ทำงานต่อเนื่องได้ เปิดตัวเดือนสิงหาคม Gwynne บอกว่าต้นเดือนตุลาคมมีผู้ใช้แบบจ่ายเงินรายสัปดาห์ 800,000 ราย เพิ่มเกินเท่าตัวในเดือนเดียว Elon บอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่โตเร็วที่สุดที่เขาเคยเห็น และคนยิ่งใช้นานยิ่งใช้มากขึ้นต่อสัปดาห์ ไม่ได้ลดลง
ลูกค้าธุรกิจเป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุด บริษัทเอา Grok Bot ไปช่วยงานขาย การตลาด ไอที และวิศวกรรม เหมือนมีเพื่อนร่วมงานที่ทำงานตลอดเวลา Elon บอกว่ากำลังจะเปิดใช้กับลูกค้าองค์กรวงกว้างภายในไม่กี่สัปดาห์ และคาดว่า Grok Bot อาจเป็นตัวที่ใช้กำลังคอมพิวเตอร์ของบริษัทมากที่สุดในอนาคต
Cursor เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วย AI ถูก SpaceX ซื้อกิจการเสร็จเมื่อ 14 สิงหาคม ที่มูลค่าราว $60B ครึ่งไตรมาสหลังซื้อ Cursor ทำรายได้ให้ $608M ส่วนที่ต้องรู้คือ มูลค่าราว $23.4B ของดีลจ่ายเป็นหุ้นเพื่อรักษาพนักงานสำคัญ และจะทยอยลงเป็นค่าใช้จ่ายราว 3 ปี ไตรมาสนี้ลงไป $1.2B ซึ่งเป็นเหตุผลที่กำไรของธุรกิจ AI ดูต่ำ
Gwynne บอกว่าลูกค้าองค์กรที่จ่ายเกิน $1M ต่อปี รวม Cursor แล้วเพิ่มขึ้น 50% จากไตรมาสก่อน และเพิ่งออกแพ็กเกจรวม Grok Bot, Cursor และ X Premium ในราคาเดียว ส่วนรายได้โฆษณาซึ่งอยู่ในธุรกิจ AI โต 19% จากปีก่อน หลังเปลี่ยนระบบโฆษณาใหม่เมื่อไตรมาสก่อน
Starlink มีรายได้ $5.2B โต 69% กำไรจากการดำเนินงาน $2.4B โต 99% ผู้ใช้ตามบ้าน 13.6 ล้านราย เพิ่ม 1.6 ล้านในไตรมาสเดียว เทียบกับ 7.2 ล้านเมื่อปีก่อน และยังมีลูกค้าองค์กรอีกหลายแสนรายที่ไม่ได้นับในตัวเลขนี้ ไตรมาสนี้เปิดให้บริการเพิ่มในเวียดนามและยูกันดา รวมเป็น 174 ตลาด
ค่าบริการเฉลี่ยต่อผู้ใช้ตามบ้านอยู่ที่ $69 ต่อเดือน เพิ่ม 5% จากไตรมาสก่อน เพราะสัดส่วนลูกค้าดีขึ้น แต่ถ้าเทียบกับ $83 เมื่อปีก่อนยังต่ำกว่า ซึ่งในการประชุมไม่ได้อธิบายเหตุผล Bret บอกด้วยว่าเริ่มผลิตจานรับสัญญาณรุ่น V5 เพื่อแก้ปัญหาของขาด และส่งของเข้าร้านค้าปลีกก่อนช่วงเทศกาล จึงคาดว่าจะเห็นผู้ใช้ใหม่เพิ่มในไตรมาส 4
ธุรกิจที่ Gwynne พูดถึงมากที่สุดคืออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน ตอนนี้เซ็นสัญญาติดตั้งแล้วราว 12,000 ลำ เกือบ 1 ใน 4 ของเครื่องบินที่มีอยู่ ติดตั้งจริงแล้วกว่า 3,800 ลำ ได้สายการบินใหญ่ของสหรัฐ 3 ใน 4 ราย ไตรมาสนี้ Lufthansa, Swiss, Korean Air และ Asiana เริ่มบินด้วย Starlink เป็นครั้งแรก และกำลังผลิตชุดสำหรับเครื่องบินเพิ่มขึ้น 4 เท่าตั้งแต่ต้นปี Gwynne บอกว่าลูกค้าสายการบินเล่าว่าเที่ยวบินที่มี Starlink มีผู้โดยสารเต็มลำมากกว่า
อีกแรงขับคือ Starshield หรือ Starlink สำหรับงานรัฐบาลและความมั่นคง ซึ่ง Bret บอกว่าเป็นตัวหลักที่ทำให้รายได้กลุ่มลูกค้าองค์กรและรัฐบาลโต 91% จากปีก่อน มาอยู่ที่ $2.1B ใกล้กับรายได้ลูกค้าตามบ้าน $3.1B ที่โต 57% Gwynne บอกว่ายังเห็นที่ให้โตอีกมากในฝั่งนี้
อัตรากำไรขั้นต้นของ Starlink อยู่ที่ 55% แต่ Bret บอกว่ารวมรายการพิเศษครั้งเดียวราว 3 จุด ส่วนใหญ่มาจากภาษีนำเข้าที่ได้คืน จึงเป็นระดับที่อาจไม่เห็นซ้ำในไตรมาสหน้า ด้านสังคม Starlink ช่วยงานกู้ภัย 25 เหตุการณ์ในไตรมาสนี้ เฉพาะแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลาบริจาคชุดรับสัญญาณกว่า 1,400 ชุด ให้คนกว่า 250,000 คนกลับมาติดต่อสื่อสารได้
Starlink Mobile คือบริการที่ส่งสัญญาณจากดาวเทียมตรงถึงมือถือทั่วไป สิ้นไตรมาสมีผู้ใช้ 22 ล้านคนต่อเดือน เพิ่ม 37% จากไตรมาสก่อน เปิดกับค่ายมือถือใหม่ในยูกันดา คองโก คาซัคสถาน และคอสตาริกา งานหลักปีหน้าคือส่งดาวเทียมมือถือรุ่น V2 ซึ่ง FCC อนุมัติให้ส่งได้ 15,000 ดวง แล้วเปิดบริการกับคลื่นความถี่ที่ซื้อมาในต้นปี 2028
Starlink มือถือในสหรัฐจะใช้คลื่นอะไรทำอะไร
รับงานส่วนใหญ่ Gwynne คาดว่าการใช้งานส่วนใหญ่จะวิ่งบนคลื่นนี้
วิทยุเล็กบนหลังคา ติดอุปกรณ์ส่งสัญญาณขนาดเล็กบนบ้านและอาคารที่มี Starlink อยู่แล้ว รวมถึงเสา
ทะลุตึก คลื่นความถี่ต่ำเข้าในอาคารได้ดี ใช้ตอนที่ไม่ได้ต่อ Wi-Fi
ดีลเพิ่งเซ็น ซื้อใบอนุญาตทั่วประเทศ 8 ต.ค. 2026 คาดปิดดีลครึ่งแรกปี 2027
สรุปจากคำตอบของ Gwynne Shotwell ต่อนักวิเคราะห์ Evercore และประกาศผลประกอบการ · Gwynne บอกเองว่าอาจแก้ตัวเลขทีหลังถ้าจำผิด
นักวิเคราะห์ถามว่าคลื่นที่มีจะสู้ค่ายมือถือเดิมได้จริงไหม Elon ตอบว่าน่าจะจัดงานนำเสนอแยกต่างหาก เพราะคนนอก “ยังไม่เห็นบางชิ้นส่วน” และบอกว่าเขาเห็นทางไปสู่รายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปีจากธุรกิจเชื่อมต่อ ตัวเลขนี้เป็นความเห็นของ Elon ไม่ใช่ประมาณการของบริษัท
ปลายเดือนกันยายน Starship เที่ยวที่ 14 ขึ้นถึงวงโคจรเป็นครั้งแรก และปล่อยดาวเทียม Starlink V3 ที่ใช้งานจริง 26 ดวง เพิ่มความจุอินเทอร์เน็ต 26 เทราบิตต่อวินาที Elon บอกว่าเท่ากับการปล่อย Falcon 9 ราว 10 เที่ยว ทั้งที่ Starship เที่ยวนี้บรรทุกแค่ราวครึ่งลำ Gwynne บอกว่าต้องมี V3 ไม่กี่ร้อยดวงก่อนที่ผู้ใช้จะรู้สึกว่าเน็ตเร็วขึ้นจริง ซึ่งน่าจะถึงกลางปีหน้า
ก้าวต่อไปของ Starship
สรุปจากคำพูดของ Elon Musk และ Gwynne Shotwell · Gwynne บอกว่าคาดว่าใบอนุญาตจาก FAA สำหรับเที่ยวที่ 15 จะรวมการบินกลับฐานและการจับที่หอปล่อยทั้งสองท่อน
Elon ให้เหตุผลว่าจรวดที่ใช้ซ้ำได้ทั้งลำคือทางเดียวที่มนุษย์จะออกไปนอกโลกได้อย่างยั่งยืน และเป้าคือลงจอดแล้วบินต่อได้ทันทีเหมือนเครื่องบิน ไม่ใช่ทิ้งจรวดทุกเที่ยว ส่วน Bret พูดในมุมธุรกิจว่า Starship จะเปลี่ยนทั้งต้นทุนและปริมาณของที่ขนได้แบบก้าวกระโดด เขาคาดว่าในราว 3 ปี เครือข่าย Starlink จะมีความจุราว 100 เท่าของวันนี้ เพราะดาวเทียมแต่ละดวงเก่งขึ้นและส่งได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดขึ้นกับ Starship
ส่วนธุรกิจจรวดที่ขายให้ลูกค้า มีรายได้ $1.8B โตจากไตรมาสก่อน 84% แต่โตจากปีก่อนแค่ 6% และขาดทุนจากการดำเนินงานเล็กน้อย เพราะค่าวิจัยพัฒนาของธุรกิจจรวดสูงถึง $1.2B ต่อไตรมาส ส่วนใหญ่ใช้กับ Starship ไตรมาสนี้ปล่อยจรวด 35 เที่ยว รวมถึงกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Roman ของ NASA และภารกิจความมั่นคงสหรัฐ 6 เที่ยว ได้งานใหม่หลายชิ้น เช่น ภารกิจส่งคนของ Dragon อีก 3 เที่ยว ภารกิจความมั่นคง 18 เที่ยว และสัญญาส่งของลงผิวดวงจันทร์ด้วย Starship Elon บอกว่า SpaceX ขนของขึ้นวงโคจรราว 90% ของทั้งโลก
ตัวอย่างความถี่ที่ Gwynne ยกคือวันที่ 1 ตุลาคม SpaceX ปล่อย Falcon 3 เที่ยวจาก 3 ฐานภายใน 13 ชั่วโมง ทั้งส่งนักบินอวกาศ Crew 13 ไปสถานีอวกาศนานาชาติ ภารกิจ NRO ด้วย Falcon Heavy และเที่ยวแชร์ที่นั่งที่บรรทุกดาวเทียม 130 ชิ้น อีกบริการใหม่คือ Starfall แคปซูลที่พางานทดลองไปอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักแล้วกลับลงมา ใช้วิจัยเรื่องอย่างมะเร็งและเบาหวาน ได้สัญญาใหม่บน Starship 3 เที่ยว
นักวิเคราะห์ Morgan Stanley ถามว่า SpaceX สั่งเครื่อง EUV แล้วหรือยัง Elon ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่บอกว่าขอบคุณ ASML และซัพพลายเออร์รายอื่นที่เร่งส่งเครื่องจักรให้ แล้วเล่าเป้าภายในที่เขาบอกเองว่า “ต้องใส่ช่วงคลาดเคลื่อนกว้าง” คือชิปทดสอบตัวแรกทำงานได้ราวพฤษภาคม–มิถุนายนปีหน้า ที่โรงงานวิจัยในออสติน และผลิตจำนวนมากราวไตรมาส 3 ปี 2028 ที่โรงงาน Terafab หลัก
Elon บอกเองว่านี่คือกรอบเวลาที่เร็วแบบสุดโต่งสำหรับการผลิตชิป และใช้คำว่าการผลิตจำนวนมากในปี 2028 “อยู่ในชุดผลลัพธ์ที่เป็นไปได้” ไม่ใช่คำสัญญา เขาบอกว่ามีแนวคิดใหม่ในการผลิตชิปแต่ไม่ขอเล่าบนเวที และเป้าระยะยาวตามชื่อโรงงาน คือผลิตชิป AI ให้ได้ระดับ 1 เทระวัตต์ต่อปี
กลับมาที่มุกตอนต้นบทความ ในการประชุมเดียวกันมีตัวเลขอนาคตสองแบบ ซึ่งมีน้ำหนักต่างกันมาก
อันไหนคือวิสัยทัศน์ อันไหนคือประมาณการทางการ
Elon บนเวที
ภาพที่เขาหวังไว้
CFO ในประมาณการ
ตัวเลขที่บริษัทรับผิดชอบ
สรุปจากคำพูดของ Elon Musk และ Bret Johnsen ในการประชุมนักลงทุน · ตัวเลขทั้งสองฝั่งเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลประกอบการจริง
ถ้าลองคิดง่ายๆ รายได้ไตรมาสแรกปีหน้า $33–37B คูณ 4 จะได้ราว $130–150B ต่อปี ขณะที่ตัวเลขของ Elon คือ $500B–$1T ภายในปลายปีเดียวกัน หมายความว่ารายได้ต้องโตอีกหลายเท่าภายในปีเดียว (ผมคำนวณเพิ่มเอง) ซึ่งไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้ แต่แปลว่านี่คือความฝัน ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทรับปาก
ที่ช่วยให้ตัวเลขของ CFO น่าเชื่อถือคือ backlog $63B ณ สิ้นกันยายน หรืองานที่เซ็นสัญญาแล้วแต่ยังไม่ส่งมอบ ในนั้น $17.5B เป็นเงินที่ลูกค้าจ่ายล่วงหน้าแล้ว และราว $42B คาดว่าจะกลายเป็นรายได้ภายใน 1 ปี Bret บอกว่าการเห็นสัญญาคอมพิวเตอร์ล่วงหน้า 6 เดือนทำให้กล้าให้ตัวเลขไตรมาส 1 ปีหน้าล่วงหน้าเป็นพิเศษ
เงินลงทุนไตรมาส 3 อยู่ที่ $19.6B ส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ AI รองลงมาคือ Starship และการผลิตดาวเทียม รวม 9 เดือนแรกเป็น $48.1B และไตรมาส 4 คาดว่าจะเพิ่มเป็น $35–40B เพราะกำลังคอมพิวเตอร์ที่จะเปิดใช้ในไตรมาสนี้มีมาก เทียบกับ Adjusted EBITDA ไตรมาส 3 ที่ $8.8B จะเห็นว่าเงินที่ธุรกิจสร้างได้ยังไม่พอจ่ายเงินลงทุน
นักวิเคราะห์ JPMorgan ถามตรงๆ ว่าจะหาเงินจากไหน Bret ตอบ 3 แหล่ง แหล่งแรกคือเงินสดจากการดำเนินงาน แหล่งที่สองคือการกู้ ซึ่ง SpaceX ได้เปรียบเพราะมีอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ และกำลังคุยกับแหล่งเงินกู้หลายแหล่ง แหล่งที่สามคือร่วมมือกับคู่ค้าทั้งฝั่งผู้ขายอุปกรณ์และฝั่งลูกค้า และย้ำว่าระยะคืนทุนที่สั้นทำให้เงินลงทุน “เริ่มหาเงินมาจ่ายตัวเอง” ได้เร็ว
Elon เสริมว่าถ้าดูประวัติเรื่องการใช้เงินอย่างคุ้มค่า ทั้ง Starship และโครงการอื่น หาบริษัทไหนเทียบ SpaceX ได้ยาก ส่วน Bret ปิดว่าเป้าคือโตเร็วและยังรักษาอันดับความน่าเชื่อถือไว้ได้ไปพร้อมกัน
นักวิเคราะห์ Deutsche Bank ถามถึงข่าวควบรวมกับ Tesla Elon บอกว่ารู้สึกเหมือน “เต้นแท็ปผ่านทุ่งกับระเบิด” เพราะต้องระวังทุกคำ ข้อเท็จจริงที่เขาเล่าคือ ทั้งสองบริษัทตั้งคณะกรรมการพิเศษที่มีแต่กรรมการอิสระ ตามที่ผู้ถือหุ้นขอ และเขาเองเข้าร่วมการคุยไม่ได้ เพราะมีส่วนได้เสีย
Elon บอกว่าคนที่คิดว่าการควบรวมเกิดขึ้นแน่นอนแล้ว “พูดเกินไป” คณะกรรมการยังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขใดๆ และไม่มีอะไรรับประกันว่าจะตกลงได้ ฝั่ง Tesla ต้องได้เสียงเห็นด้วยเกิน 50% ของหุ้นทั้งหมด ไม่ใช่แค่ของคนที่มาลงคะแนน ซึ่งเขาบอกว่าเป็นเกณฑ์ที่สูงมาก แม้ส่วนตัวเขาจะมองว่าเป็นความคิดที่ดี เพราะสองบริษัทร่วมกันได้ทั้งเรื่อง AI ชิป หุ่นยนต์ และการขนของขึ้นวงโคจร
SpaceX วันนี้เป็นบริษัทที่หาเงินจาก 3 แหล่งที่อยู่คนละช่วงชีวิต Starlink คือธุรกิจที่โตแล้วและทำกำไรสม่ำเสมอ ธุรกิจ AI คือตัวที่โตเร็วที่สุดแต่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และจรวดคือรากฐานที่ทำให้สองธุรกิจแรกเกิดขึ้นได้ แต่ยังใช้เงินพัฒนา Starship มาก
สิ่งที่ไตรมาสนี้พิสูจน์ได้คือ ความต้องการคอมพิวเตอร์ AI มีจริงและจ่ายราคาสูง และ SpaceX สร้างได้เร็ว สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์คือเงินลงทุนหลายหมื่นล้านต่อไตรมาสจะคืนทุนตามที่บอกไหม ถ้าราคาเช่าคอมพิวเตอร์ไม่ขึ้นตามที่ Elon เชื่อ หรือมีคู่แข่งสร้างทัน สมการนี้จะเปลี่ยน
อยากเข้าใจธุรกิจและความเสี่ยงที่ SpaceX เขียนไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท SpaceX และถ้าอยากย้อนดูตอนเข้าตลาด อ่านได้ที่สรุป SpaceX IPO
ที่มา: การประชุมนักลงทุนผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ของ SpaceX (20 ต.ค. 2026) และประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) ในวันเดียวกัน · ตัวเลขรายธุรกิจ จำนวนเครื่องบินที่ติดตั้งแล้ว และงบกำไรขาดทุนจากประกาศผลประกอบการ · จำนวนเครื่องบินที่เซ็นสัญญา ผู้ใช้ Grok Bot และเป้ากำลังคอมพิวเตอร์ปี 2027 จากการประชุม · สัดส่วนรายได้รายธุรกิจและการคูณ 4 ของรายได้ไตรมาส 1 ปี 2027 เป็นการคำนวณของผู้เขียน · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 21 ตุลาคม 2026
สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ SpaceX เป็นภาษาไทย อ่านจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ
อ่านภาพรวมบริษัท SpaceX →บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัทหรือของผู้บริหาร ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026