Samsung Electronics ทำกำไรจากการดำเนินงานไตรมาสเดียวเกิน 100 ล้านล้านวอน และบอกว่าเป็นบริษัทเทคแห่งแรกของโลกที่ทำได้ แต่กำไรราว 99% มาจากธุรกิจชิป ส่วนมือถือ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกันยังขาดทุน เพราะหน่วยความจำที่บริษัทขายได้ราคาดี เป็นต้นทุนที่แพงขึ้นของมือถือตัวเอง ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ต้องจับตา
ในการประชุมนักลงทุนวันที่ 29 ตุลาคม 2026 Daniel Oh หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ Samsung Electronics เปิดด้วยตัวเลขที่ไม่เคยมีบริษัทเทคไหนทำได้ กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสเดียว 107.4 ล้านล้านวอน รายได้ 195.3 ล้านล้านวอน ทั้งสองตัวเป็นสถิติใหม่ติดกันเป็นไตรมาสที่ 4 บริษัทบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทเทคระดับโลกทำกำไรจากการดำเนินงานเกิน 100 ล้านล้านวอนในไตรมาสเดียว
แต่ถ้าแกะดูข้างใน จะเห็นสามเรื่องที่ควรรู้ เรื่องแรก กำไรเกือบทั้งหมดมาจากธุรกิจชิป นำโดยหน่วยความจำที่ราคาขึ้นแรงเพราะของขาด เรื่องที่สอง หน่วยความจำที่แพงขึ้นกลับเป็นต้นทุนที่บีบมือถือ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Samsung เอง จนฝั่งนี้ขาดทุน และเรื่องที่สาม บริษัทกำลังทำแบบเดียวกับคู่แข่งอย่าง SK hynix คือเซ็นสัญญาซื้อขายหลายปีกับลูกค้า และบอกว่า HBM ของปี 2027 ขายหมดแล้ว
บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนที่ซีเอฟโอ Soon-Cheol Park และผู้บริหารแต่ละธุรกิจรายงานผลและตอบคำถามนักวิเคราะห์ (ช่วงถามตอบจัดเป็นภาษาเกาหลี ผมใช้คำแปล) แล้วใช้สไลด์ผลประกอบการที่บริษัทเผยแพร่ในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข รวมถึงรายได้และกำไรแยกตามธุรกิจ งบกำไรขาดทุน ฐานะการเงิน และกระแสเงินสด Samsung ไม่ได้ยื่นงบต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ ตัวเลขเป็นงบรวมตามมาตรฐานบัญชีเกาหลี (K-IFRS) ที่ผู้สอบบัญชียังตรวจไม่เสร็จ เป็นเงินวอนเกาหลีทั้งหมด ไตรมาส 3 หมายถึงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026 และ Samsung เน้นเทียบกับไตรมาสก่อน
อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้
ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026 (ล้านล้านวอน)
จากสไลด์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ของบริษัท · ไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้ 171.5 และกำไรจากการดำเนินงาน 89.5 ล้านล้านวอน
รายได้โต 14% จากไตรมาสก่อน และเกือบ 2.3 เท่าของไตรมาสเดียวกันปีก่อน (86.1 ล้านล้านวอน) กำไรจากการดำเนินงานเกือบ 9 เท่าของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น 69.3% ค่าวิจัยและพัฒนา 14.4 ล้านล้านวอน ลด 10% จากไตรมาสก่อนแต่โต 63% จากปีก่อน กำไรต่อหุ้นสามัญ 11,462 วอน และหุ้นบุริมสิทธิ 11,492 วอน โต 6% จากไตรมาสก่อนทั้งคู่ ส่วนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 62% ของรายได้
ตัวเลขที่ควรสังเกตคือกำไรสุทธิโตแค่ 5% ช้ากว่ากำไรจากการดำเนินงานมาก สาเหตุอยู่ใต้บรรทัดกำไรจากธุรกิจ
จากกำไรธุรกิจถึงกำไรสุทธิ (ล้านล้านวอน)
| รายการ | ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3 |
|---|---|---|
| กำไรจากการดำเนินงาน | 89.5 | 107.4 |
| รายได้ (ค่าใช้จ่าย) ทางการเงิน | +4.7 | −9.5 |
| กำไรก่อนภาษี | 94.4 | 98.5 |
| ภาษีเงินได้ | 22.8 | 23.4 |
| กำไรสุทธิ | 71.6 | 75.1 |
จากงบกำไรขาดทุนในสไลด์ผลประกอบการ · ไม่รวมรายการเล็กอื่น (รายได้นอกการดำเนินงานและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม) ตัวเลขจึงบวกลบกันไม่ลงตัวพอดี
ไตรมาสก่อนมีรายได้ทางการเงินสุทธิ 4.7 ล้านล้านวอน แต่ไตรมาสนี้กลับเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงินสุทธิ 9.5 ล้านล้านวอน สไลด์ไม่ได้แจกแจงว่ามาจากอะไร แต่ในการประชุมบริษัทบอกเรื่องค่าเงินไว้ คือดอลลาร์ ยูโร และสกุลหลักอื่นที่อ่อนลงเมื่อเทียบเงินวอน ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงราว 10 ล้านล้านวอนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจชิ้นส่วน เพราะ Samsung ขายของเป็นเงินดอลลาร์เยอะ พอแปลงกลับเป็นเงินวอนจึงได้น้อยลง
Samsung Electronics ต่างจาก SK hynix ตรงที่ไม่ได้ทำแค่หน่วยความจำ บริษัทมีทั้งชิปและเครื่องที่ขายให้คนทั่วไป ทำให้บางครั้งสองฝั่งได้ผลตรงข้ามกัน อย่างในไตรมาสนี้ ราคาหน่วยความจำที่ขึ้นทำให้ฝั่งชิปกำไรพุ่ง แต่ทำให้ต้นทุนมือถือและทีวีแพงขึ้น
ธุรกิจหลักของ Samsung Electronics
DRAM, HBM, NAND · ชิปประมวลผลมือถือ Exynos และเซนเซอร์กล้อง · Foundry
หน่วยความจำทำสถิติใหม่อีกไตรมาส
Galaxy (รวมมือถือพับ Fold8) · เครือข่ายโทรคมนาคม · ทีวีและเครื่องใช้ในบ้าน
โดนต้นทุนหน่วยความจำบีบ
จอ OLED สำหรับมือถือ คอมพิวเตอร์ และทีวี · Harman ทำเครื่องเสียงและระบบในรถยนต์
จอมือถือรายได้และกำไรเพิ่ม
จากการประชุมนักลงทุนและสไลด์ผลประกอบการ · รายได้และกำไรแยกธุรกิจอยู่ในข้อ 3
กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 แยกฝั่ง (ล้านล้านวอน)
| ธุรกิจ | รายได้ | กำไรจากการดำเนินงาน |
|---|---|---|
| ชิป (DS) | 147.1 (+15%) | 106.5 · อัตรากำไร 72% |
| · ในนั้นเป็นหน่วยความจำ | 140.7 (+16%) | บริษัทไม่แยก |
| มือถือ ทีวี เครื่องใช้ (DX) | 52.1 (+8%) | ขาดทุน 0.8 |
| · มือถือและเครือข่าย | 37.7 (+14%) | ขาดทุน 0.6 |
| · ทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้า | 13.9 (−4%) | ขาดทุน 0.2 |
| Samsung Display | 8.0 (+7%) | 1.1 · อัตรากำไร 14% |
| Harman | 4.3 (−5%) | 0.6 · อัตรากำไร 14% |
| ทั้งบริษัท | 195.3 (+14%) | 107.4 · อัตรากำไร 55% |
จากสไลด์ผลประกอบการ · วงเล็บคือการเปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อน · รายได้แต่ละธุรกิจรวมยอดที่ขายกันเองระหว่างธุรกิจ บวกกันจึงเกินรายได้ทั้งบริษัท
ฝั่งชิปทำกำไร 106.5 จาก 107.4 ล้านล้านวอน หรือราว 99% ของกำไรทั้งบริษัท และมีอัตรากำไรถึง 72% ในรายได้ฝั่งชิป 147.1 ล้านล้านวอน เป็นหน่วยความจำ 140.7 ล้านล้านวอน หรือราว 96% ที่เหลือเป็นชิปที่ออกแบบเองและธุรกิจรับจ้างผลิตชิป ถ้าย้อนไปไตรมาสเดียวกันปีก่อน ฝั่งชิปมีรายได้แค่ 33.1 และกำไร 7.0 ล้านล้านวอน หน่วยความจำรายได้ 26.7 ล้านล้านวอน แปลว่าปีเดียวรายได้หน่วยความจำโตขึ้นราว 5.3 เท่า
อีกด้านคือฝั่ง DX ที่ขาดทุน 0.8 ล้านล้านวอนเท่าไตรมาสก่อน ทั้งที่รายได้โต 8% ไตรมาสเดียวกันปีก่อนฝั่งนี้ยังมีกำไร 3.5 ล้านล้านวอน ซีเอฟโอบอกว่าฝั่งนี้เจอทั้งเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้น และคาดว่าแรงกดจะยังอยู่ทั้งไตรมาส 4 และปี 2027 นี่คือภาพที่ต้องจำไว้ตลอดบทความ หน่วยความจำที่ Samsung ขายได้ราคาดี คือต้นทุนที่แพงขึ้นของมือถือและทีวี Samsung เอง
ไตรมาส 3 เทียบไตรมาส 2: ปริมาณกับราคา
DRAM
รวม HBM
NAND
SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์
จากคำพูดของ Jaejune Kim ผู้บริหารฝ่ายขายหน่วยความจำ · บริษัทบอกเป็นช่วง เช่น “20% level”, “high teens”, “low to mid-single digit” และ “mid to high teen” ผมแปลเป็นคำโดยประมาณ
Jaejune Kim เล่าว่าความต้องการหน่วยความจำยังแรงมาก โดยเฉพาะเมื่อ AI แบบเอเจนต์เริ่มใช้กันจริงจัง ทำให้มีความต้องการเพิ่มสำหรับของที่ไปอยู่ในศูนย์ข้อมูล ทั้ง HBM, DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และ SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทั้งเซิร์ฟเวอร์ AI และเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ราคาตลาดขึ้นทุกกลุ่มสินค้า นำโดยของสำหรับเซิร์ฟเวอร์
ผลคือรายได้หน่วยความจำไตรมาสนี้ 140.7 ล้านล้านวอน โต 16% จากไตรมาสก่อน สังเกตว่าปริมาณที่ขายได้เพิ่มไม่มาก แต่ราคาขึ้นแรง แปลว่ากำไรที่พุ่งมาจากราคาเป็นหลัก ไม่ใช่จากการผลิตได้มากขึ้น ส่วนไตรมาส 4 บริษัทคาดว่าปริมาณจะเพิ่มมากขึ้น เพราะความต้องการของที่ใช้คู่กับ CPU และ GPU รุ่นใหม่ที่กำลังจะออก และออร์เดอร์ SSD แบบ QLC ก้อนใหญ่จากบริการผู้ช่วย AI ส่วนตัวบนคลาวด์ ผู้บริหารยอมรับว่าแม้จะเร่งผลิต ความต้องการก็ยังโตเร็วกว่า บริษัทจึงจะเลือกส่งของให้กลุ่ม AI ก่อน
มองไปปี 2027 บริษัทคาดว่าความต้องการหน่วยความจำของมือถือและคอมพิวเตอร์จะชะลอลงบ้าง แต่การลงทุนเซิร์ฟเวอร์ AI จะเร่งขึ้น ทั้งจากบริษัทคลาวด์รายใหญ่ และบริษัทพัฒนาโมเดล AI ที่สร้างศูนย์ข้อมูลของตัวเอง
ถ้าย้อนไปปีก่อน Samsung ถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งในตลาด HBM ไตรมาสนี้บริษัทรายงานว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปมาก
HBM ของ Samsung ในไตรมาส 3
จากคำตอบของ Jaejune Kim ต่อคำถามนักวิเคราะห์ Citi
ยอดขาย HBM4 เพิ่มเกิน 3 เท่าจากไตรมาสก่อน และคิดเป็น 60% ของยอดขาย HBM ทั้งหมด ตรงตามเป้าที่บอกไว้ในไตรมาสก่อน ที่สำคัญกว่าคือบริษัทบอกว่าส่วนแบ่งตลาด HBM ไล่ทันส่วนแบ่งตลาด DRAM โดยรวมแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3 เร็วกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้ครึ่งหลังของปี
สำหรับรุ่นถัดไป Samsung บอกว่าเป็นรายแรกของโลกที่ส่งตัวอย่าง HBM4E ให้ลูกค้าตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม และได้คำตอบเบื้องต้นที่ดี HBM ที่จะส่งในปี 2027 ขายหมดแล้วในราคาเป้าหมายที่ตกลงกัน แต่ลูกค้าหลักยังขอซื้อเพิ่มอีก บริษัทวางแผนเริ่มผลิต HBM4E จำนวนมากในครึ่งแรกปี 2027 และเร่งปริมาณในครึ่งหลัง
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ชิ้นส่วนฐานของ HBM4 (base die) ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตรของธุรกิจรับจ้างผลิตชิปของ Samsung เอง ผู้บริหารฝ่าย Foundry บอกว่าการพัฒนาร่วมกันระหว่างสองธุรกิจคือเหตุที่ HBM4 มีประสิทธิภาพนำในอุตสาหกรรม
สัญญาซื้อขายหลายปีของฝั่งหน่วยความจำ
จากคำตอบของ Jaejune Kim ต่อคำถามนักวิเคราะห์ Meritz Securities
สัญญาเป็นแบบต่ออายุทุกปี คือเมื่อครบระยะแรกแล้วจะเจรจาขยายต่อปีละครั้ง บริษัทบอกว่าลูกค้าบางรายที่เซ็นแล้วกำลังคุยขยายระยะเวลาเพิ่ม และบางรายขอซื้อเพิ่มในช่วงที่สัญญาครอบคลุมอยู่แล้วด้วย กลุ่มลูกค้าที่สนใจก็กว้างขึ้น จากเดิมเป็นบริษัทคลาวด์และผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ตอนนี้ขยายไปถึงมือถือ รถยนต์ และอุปกรณ์เครือข่าย
นักวิเคราะห์จาก KB Securities ถามว่ามองตลาดหน่วยความจำหลังปี 2027 อย่างไร คำตอบคือบริษัทคาดว่าของจะตึงตัวต่อไปถึงปี 2028 โดยให้เหตุผลว่าทำไมงบลงทุนที่ทุกเจ้าเพิ่มขึ้นมากในปี 2027 จะยังไม่ทำให้ของล้นเร็ว
แต่ผู้บริหารก็เตือนว่าเหตุการณ์เศรษฐกิจมหภาคอาจเปลี่ยนภาพตลาดได้ วิธีของบริษัทคือสร้างห้องผลิต (clean room) ไว้ล่วงหน้า แล้วค่อยลงเครื่องจักรตามความต้องการที่เห็นจริง
นักวิเคราะห์จาก JP Morgan ถามว่าผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่กำลังแพร่หลายจะเพิ่มความต้องการ SSD แค่ไหน Jaejune Kim อธิบายว่ามีผลสองทาง
AI แบบเอเจนต์เพิ่มความต้องการ SSD สองทาง
AI ต้องจำบริบทระหว่างตอบ (KV cache) ยิ่งทำงานหลายขั้น ข้อมูลส่วนนี้ยิ่งโตเร็วกว่าแชตบอตธรรมดามาก
ต้องใช้ SSD แบบ TLC ที่เร็วและความจุสูง
บริการผู้ช่วย AI ส่วนตัวบนคลาวด์เริ่มแยกเครื่องเสมือนให้ผู้ใช้แต่ละคน
ผู้ใช้ยิ่งมาก ยิ่งต้องใช้ SSD แบบ QLC มาก
จากคำตอบของ Jaejune Kim ต่อคำถามนักวิเคราะห์ JP Morgan
บริษัทบอกว่า NAND รุ่น V10 แบบ TLC พร้อมผลิตแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3 และกำลังเตรียมเปิดขาย SSD ความจุ 256 เทราไบต์ต้นปีหน้า ที่ทำจาก NAND รุ่น V9 แบบ QLC ขนาด 2 เทราบิต ผมมองว่าประเด็นนี้สำคัญ เพราะทำให้ NAND ซึ่งเดิมขึ้นลงตามมือถือและคอมพิวเตอร์ มีแหล่งความต้องการใหม่จาก AI เหมือนที่ DRAM มี HBM
Foundry (รับจ้างผลิตชิป): Sukchae Kang ผู้บริหารฝ่าย Foundry บอกว่ารายได้ไตรมาส 3 โตจากไตรมาสก่อน จากชิ้นส่วนฐานของ HBM ที่ผลิตด้วย 4 นาโนเมตร และการขายกำลังผลิตรุ่นใหม่ให้ลูกค้าทั่วโลก กำไรดีขึ้นมาก และยังได้งานชิป 2 นาโนเมตรจากลูกค้าประมวลผลสมรรถนะสูง รวมถึงบริษัทคลาวด์รายใหญ่
Foundry: สิ่งที่บริษัทบอก
| ช่วงเวลา | แผน / คาดการณ์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ไตรมาส 4 ปี 2026 | รายได้โตสองหลัก ทั้งเทียบไตรมาสก่อนและปีก่อน | เริ่มผลิตมือถือบน 2 นาโนเมตรรุ่นที่ 2 และชิป 4 นาโนเมตรให้ลูกค้ารายใหญ่ |
| ทั้งปี 2026 | จำนวนงาน 2 นาโนเมตรเพิ่มเกิน 2 เท่า | เทียบกับปีก่อน |
| ปี 2027 | สายผลิตทุกรุ่นที่เล็กกว่า 8 นาโนเมตร ใช้กำลังผลิตเกิน 100% | ความต้องการเกินกำลังผลิตมาก |
| ปี 2027 | งานประมวลผลสมรรถนะสูงเกิน 50% ของยอดขาย | โรงงาน Taylor รัฐเท็กซัส เริ่มทำงาน |
จากคำพูดและคำตอบของ Sukchae Kang ในการประชุม
ที่โรงงาน Taylor ในสหรัฐ บริษัทเริ่มใช้ห้องผลิตของโรงงานแรกแล้ว กำลังติดตั้งเครื่องจักร และเริ่มใส่แผ่นเวเฟอร์เพื่อตั้งสายผลิต บริษัทกำลังพิจารณาลงทุนโรงงานใหม่เพิ่มทั้งในสหรัฐและเกาหลี รวมถึงกำลังผลิตด้านบรรจุชิป เพราะความต้องการโตเร็วกว่าการขยายกำลังผลิต ส่วนรุ่นถัดไป บริษัทกำลังคุยกับลูกค้าหลายรายเรื่อง 1.4 นาโนเมตร และมีแผนทำชิปทดสอบกับลูกค้ารายหนึ่ง
System LSI (ชิปที่ออกแบบเอง): ฝั่งนี้เจอแรงกดจากตลาดมือถือและไอทีที่ขายได้น้อยลง เพราะราคาเครื่องแพงขึ้นตามต้นทุนชิ้นส่วน แต่รายได้ยังโตต่อเนื่อง จากชิปประมวลผลที่ได้ใส่ในมือถือรุ่นใหม่ และเซนเซอร์กล้อง 200 ล้านพิกเซลที่ขายได้มากขึ้น บริษัทได้ลูกค้าใหม่สำหรับชิปออกแบบเฉพาะลูกค้าด้วย แต่คาดว่ามือถือจะชะลอต่อถึงปีหน้า
ธุรกิจมือถือ (MX) ไตรมาส 2 กับไตรมาส 3 (ล้านล้านวอน)
| รายการ | ไตรมาส 3 ปี 2025 | ไตรมาส 2 ปี 2026 | ไตรมาส 3 ปี 2026 |
|---|---|---|---|
| รายได้มือถือ | 33.5 | 32.3 | 37.3 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (มือถือ + เครือข่าย) | 3.6 | ขาดทุน 0.7 | ขาดทุน 0.6 |
จากสไลด์ผลประกอบการ · ไตรมาสเดียวกันปีก่อน มือถือและเครือข่ายยังมีกำไร 3.6 ล้านล้านวอน
Daniel Araujo เล่าว่าราคาหน่วยความจำที่ขึ้นต่อเนื่องทำให้มือถือทั้งตลาดขายได้น้อยลงจากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะรุ่นกลางและรุ่นเริ่มต้น แต่มูลค่าตลาดรวมยังโต เพราะราคาเฉลี่ยสูงขึ้นและคนซื้อรุ่นแพงมากขึ้น Samsung เองรายได้มือถือโตทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน จากมือถือพับ Fold8 ที่มีหลายแบบให้เลือกตรงช่วงที่ลูกค้าต้องการ แต่เมื่อรวมธุรกิจเครือข่ายแล้วยังขาดทุน 0.6 ล้านล้านวอน ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงจากปีก่อน
ไตรมาส 4 บริษัทคาดว่ารายได้มือถือจะลดจากไตรมาสก่อน และกำไรจะลดลง แม้จะเป็นช่วงขายดีปลายปี ส่วนปี 2027 คาดว่าราคาวัตถุดิบจะสูงต่อ มือถือทั้งตลาดจะขายได้น้อยลงเป็นจำนวนเครื่อง แต่มูลค่าตลาดโตจากรุ่นแพง บริษัทจึงจะเน้นรุ่นเรือธง มือถือพับ และอุปกรณ์รูปแบบใหม่ เช่น แว่นอัจฉริยะที่จะเปิดตัว
Samsung Display: รายได้ 8.0 ล้านล้านวอน กำไร 1.1 ล้านล้านวอน เพิ่มจาก 0.7 ในไตรมาสก่อน จากการส่งจอให้มือถือรุ่นใหม่ของลูกค้ารายใหญ่ทันเวลา และจอเกมมิ่งขนาดใหญ่ที่ขายดีขึ้น ปีหน้าคาดว่าตลาดจะอ่อน แต่จะเน้นจอสำหรับมือถือพับ และจอ OLED สำหรับคอมพิวเตอร์จากสายผลิตใหม่
ทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้า: รายได้ 13.9 ล้านล้านวอน ขาดทุน 0.2 ล้านล้านวอน ทีวีขายได้น้อยลงหลังจบมหกรรมกีฬาใหญ่ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้ากำไรลดเพราะค่าวัตถุดิบและค่าขนส่งแพงขึ้น ปีหน้าคาดว่าตลาดทีวีทรงตัวหรือลดเล็กน้อย
Harman: รายได้ 4.3 ล้านล้านวอน กำไร 0.6 ล้านล้านวอน เพิ่มจาก 0.4 ในไตรมาสก่อน จากระบบในรถยนต์ เช่น อุปกรณ์เชื่อมต่อรถกับเครือข่ายที่เริ่มส่งให้ Volkswagen และเครื่องเสียงแบรนด์ JBL แต่สไลด์ระบุว่ามีรายการครั้งเดียวจากเงินคืนภาษีนำเข้าของสหรัฐช่วยกำไรไตรมาสนี้ด้วย
งบลงทุน (ล้านล้านวอน)
| ช่วงเวลา | ทั้งบริษัท | ฝั่งชิป (DS) |
|---|---|---|
| ไตรมาส 3 ปี 2026 | 29.0 | 27.2 |
| 9 เดือนแรก ปี 2026 | 56.9 | 52.8 |
| ทั้งปี 2026 (คาด) | 84.4 | 76.8 |
จากคำพูดของหัวหน้านักลงทุนสัมพันธ์ · งบลงทุนไตรมาส 3 เพิ่ม 12.2 ล้านล้านวอนจากไตรมาสก่อน · ทั้งปี 2026 เพิ่ม 31.7 ล้านล้านวอนจากปีก่อน · ธุรกิจจอทั้งปี 3.9 ล้านล้านวอน
งบลงทุนไตรมาส 3 เกือบเท่าตัวของไตรมาสก่อน ฝั่งหน่วยความจำลงทุนโรงงานใหม่และโครงสร้างพื้นฐานรองรับความต้องการ AI ฝั่ง Foundry เน้นโรงงาน Taylor ในสหรัฐ ส่วนธุรกิจจออัปเกรดสายผลิตเดิม บริษัทย้ำว่าจะลงทุนให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
แม้จะลงทุนหนัก แต่เงินสดที่ธุรกิจสร้างได้ยังมากกว่ามาก ไตรมาสนี้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 98.6 ล้านล้านวอน ขณะที่เงินจ่ายซื้อที่ดิน อาคาร และเครื่องจักรในงบกระแสเงินสดอยู่ที่ 26.9 ล้านล้านวอน เหลือเป็นเงินสดอิสระราว 71.7 ล้านล้านวอน (ผมคำนวณเอง) สิ้นไตรมาส 3 บริษัทมีเงินสด 214.8 ล้านล้านวอน หนี้ 17.2 ล้านล้านวอน หรือเงินสดสุทธิ 197.6 ล้านล้านวอน เพิ่มจาก 167.6 ในไตรมาสก่อน
แผนคืนเงินผู้ถือหุ้นปี 2026 (ล้านล้านวอน)
จากคำพูดของซีเอฟโอ · แผนสุดท้ายและนโยบายใหม่สรุปในการประชุมคณะกรรมการปลายเดือนมกราคม 2027
คณะกรรมการอนุมัติปันผลไตรมาส 3 หุ้นละ 4,601 วอน ทั้งหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ รวมปันผลปกติ 376 วอนต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลรวมราว 30 ล้านล้านวอน กำหนดจ่ายในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ในไตรมาส 3 บริษัทใช้เงินซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 12.5 ล้านล้านวอน ซีเอฟโอบอกว่าส่วนที่เหลือของปี 2026 จะคืนผ่านทั้งปันผลเงินสดและการซื้อหุ้นคืนแล้วยกเลิกขนาดใหญ่ บริษัทกำลังคุยเรื่องนโยบายคืนเงินผู้ถือหุ้นชุดใหม่ที่จะเริ่มปี 2027 ต่อจากนโยบาย 3 ปีเดิม (2024–2026)
อีกประเด็นที่ซีเอฟโอพูดเอง คือส่วนต่างราคาระหว่างหุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิที่ตลาดสนใจ บริษัทจะพิจารณาปรับสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิในการซื้อหุ้นคืน ตามสภาพตลาด โดยบอกว่าเพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มได้รับความเท่าเทียม
Samsung กับ SK hynix เป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่จากเกาหลีใต้ทั้งคู่ และประกาศงบไตรมาส 3 ห่างกันแค่วันเดียว แต่โครงสร้างธุรกิจต่างกันมาก
ไตรมาส 3 ปี 2026 (ล้านล้านวอน)
| รายการ | Samsung ฝั่งชิป (DS) | SK hynix |
|---|---|---|
| รายได้หน่วยความจำ | 140.7 | 104.6 |
| รายได้รวมฝั่งชิป | 147.1 | 104.6 |
| กำไรจากการดำเนินงาน | 106.5 | 83.3 |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน | 72% | 80% |
| ธุรกิจอื่นในบริษัท | มือถือ ทีวี จอ Harman | ไม่มี ทำหน่วยความจำอย่างเดียว |
Samsung จากสไลด์ผลประกอบการ · SK hynix จากบทความงบ SK hynix Q3 2026 · ฝั่งชิปของ Samsung รวม Foundry และชิปที่ออกแบบเองด้วย และ Samsung ไม่ได้แยกกำไรของหน่วยความจำ จึงเทียบกำไรกันตรงๆ ไม่ได้
รายได้หน่วยความจำของ Samsung ไตรมาสนี้มากกว่า SK hynix ราว 1.3 เท่า และกำไรฝั่งชิปเป็นเงินมากกว่า แต่อัตรากำไรต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเพราะฝั่งชิปของ Samsung รวมธุรกิจรับจ้างผลิตชิปและชิปที่ออกแบบเอง ซึ่งกำไรน้อยกว่าหน่วยความจำ ทั้งสองบริษัทพูดเรื่องเดียวกันหลายเรื่อง ทั้งของที่ขาดตลาดลากยาว สัญญาหลายปีกับลูกค้า และ HBM ปีหน้าที่แทบขายหมด ความต่างคือผู้ถือหุ้น Samsung ได้ทั้งด้านบวกจากราคาหน่วยความจำ และด้านลบจากต้นทุนมือถือกับทีวีที่แพงขึ้นในบริษัทเดียวกัน
ราคาหุ้นสามัญ Samsung ช่วงประกาศงบ (วอน)
ราคาปิดจาก Yahoo Finance (005930.KS) · เปอร์เซ็นต์ผมคำนวณเอง · ราคาในอดีตไม่ได้บอกอนาคต
หลังประกาศงบ หุ้นลดลงสองวันติดรวมราว 7% ช่วงเดียวกับที่หุ้นเทคในเอเชียปรับลงหลังงบบริษัทเทคสหรัฐบางรายออกมาน่าผิดหวัง ข่าวที่ผมอ่านไม่ได้บอกเหตุผลชัดเจน บางสำนักชี้ไปที่การที่กำไรกระจุกอยู่ในธุรกิจชิป แต่ถ้ามองทั้งปี ราคาหุ้นยังขึ้นราว 88% จากสิ้นปี 2025 สะท้อนว่าตลาดคาดหวังเรื่องหน่วยความจำไว้สูงอยู่แล้ว
คำถามใหญ่ของหุ้น Samsung ตอนนี้คล้ายกับหุ้นหน่วยความจำทุกตัว คือราคาหน่วยความจำจะอยู่ระดับนี้ได้นานแค่ไหน ไตรมาสนี้บริษัทตอบด้วยสามชั้น ชั้นแรกคือตัวเลขจริงที่เป็นสถิติใหม่ ชั้นที่สองคือสัญญาหลายปีกับลูกค้า 10 รายและกำลังเจรจาอีก 10 ราย และชั้นที่สามคือ HBM ปีหน้าที่ขายหมดแล้ว สิ่งที่ยังไม่มีใครตอบได้แน่คือ ฝั่งมือถือและทีวีจะกลับมามีกำไรเมื่อไร ถ้าต้นทุนหน่วยความจำยังแพงไปถึงปี 2027 ตามที่บริษัทคาด
อยากเข้าใจว่า Samsung หาเงินจากอะไร มีจุดแข็งและความเสี่ยงอะไร ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Samsung Electronics
ที่มา: การประชุมนักลงทุน Samsung Electronics ไตรมาส 3 ปี 2026 (29 ต.ค. 2026 · ช่วงถามตอบเป็นคำแปลจากภาษาเกาหลี) และสไลด์ผลประกอบการ 3Q 2026 Earnings Call ของบริษัท (งบรวมตาม K-IFRS ก่อนผู้สอบบัญชีตรวจเสร็จ) · ตัวเลข SK hynix จากบทความงบ SK hynix Q3 2026 ของเรา · ราคาหุ้นจาก Yahoo Finance · ตัวเลขที่บริษัทบอกเป็นช่วง เช่น “high teens” ผมแปลเป็นคำโดยประมาณและเขียนกำกับไว้ใต้ภาพ · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 30 ตุลาคม 2026
สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Samsung Electronics เป็นภาษาไทย
อ่านภาพรวมบริษัท Samsung →บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และข่าวที่อ้างข้อมูลของบริษัท ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026