← กลับหน้าบทความ DaddyInvestor
สรุปงบไตรมาส · Eli Lilly ไตรมาส 3 ปี 2026

งบ Eli Lilly Q3 2026 — รายได้โต 39% ปรับเป้าขึ้นอีกรอบ

Eli Lilly ขายยาได้มากขึ้นเกินครึ่งจากปีก่อน นำโดยยาเบาหวาน Mounjaro และยาลดน้ำหนัก Zepbound ผู้สูงอายุในอเมริกาเริ่มเข้าถึงยาลดน้ำหนักผ่านโครงการของ Medicare ยาเม็ดตัวใหม่ Foundayo เริ่มขายหลายประเทศ และบริษัทปรับเป้ารายได้ทั้งปีขึ้นอีกรอบ แต่ราคายายังลดต่อเนื่อง และกำไรต่อหุ้นโตแค่ 7% เพราะค่าซื้อกิจการก้อนใหญ่ ผมถอดจากการประชุมนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน ทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ต้องจับตา

อ่าน 20 นาที · ตุลาคม 2026 · อ่านได้ทุกระดับ
$24.4B
รายได้ไตรมาส 3
โต 39% จากปีก่อน
$16.1B
Mounjaro + Zepbound
โตราว $6B
$91–92B
เป้ารายได้ทั้งปี 2026
เดิม $85–87B

วันที่ 29 ตุลาคม 2026 Eli Lilly ประกาศงบไตรมาส 3 Dave Ricks ซีอีโอ เปิดการประชุมว่าเป็นอีกไตรมาสที่ทำงานได้ตามแผน รายได้เพิ่มเกือบ $7B จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ยาตัวหลักขายได้เพิ่มเกิน $6B และกลุ่มยามะเร็ง ภูมิคุ้มกัน และสมอง รายได้โตเท่าตัว

เรื่องที่ต้องรู้ของไตรมาสนี้มีสามเรื่อง เรื่องแรก ยากลุ่มที่ช่วยคุมน้ำตาลและลดน้ำหนัก (incretin) ยังโตแรงทั้งในและนอกอเมริกา เรื่องที่สอง โครงการ Medicare GLP-1 Bridge ที่เริ่ม 1 กรกฎาคม เปิดให้ผู้สูงอายุราว 20 ล้านคนในอเมริกาเข้าถึงยาลดน้ำหนัก และคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาไม่เคยใช้ยากลุ่มนี้มาก่อน เรื่องที่สาม ราคายาเฉลี่ยยังลดลง และปีนี้มีรายได้พิเศษราว $2B ที่ปีหน้าจะไม่มี

บทความนี้เรียบเรียงจากการประชุมนักลงทุนที่ซีอีโอ Lucas Montarce ซีเอฟโอ และผู้บริหารแต่ละกลุ่มยา ตอบคำถามนักวิเคราะห์ แล้วใช้ประกาศผลประกอบการที่ Lilly ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข ไตรมาส 3 หมายถึงกรกฎาคมถึงกันยายน 2026 ตัวเลขกำไรที่บริษัทใช้อธิบายเป็นแบบปรับปรุง (non-GAAP) และผลทดลองยาเป็นผลที่บริษัทแถลง ยังไม่ใช่ข้อสรุปของหน่วยงานกำกับ ผมเขียนกำกับไว้ทุกจุด

ในบทความนี้

  1. ไตรมาสนี้ในภาพเดียว
  2. ขายได้มากขึ้น แต่ราคาลด
  3. Mounjaro และ Zepbound
  4. ตลาดยาลดน้ำหนักยังเพิ่งเริ่ม
  5. Medicare Bridge: ผู้สูงอายุเข้าถึงยา
  6. Foundayo ยาเม็ดลดน้ำหนัก
  7. ยากลุ่มอื่นโตเท่าตัว
  8. ผลทดลองยาใหม่
  9. ค่าใช้จ่าย การซื้อกิจการ และโรงงานใหม่
  10. เป้าทั้งปี 2026
  11. มองไปปี 2027
  12. มุมผู้ถือหุ้น
  13. อีกด้านของเหรียญ

🗂️ ศัพท์ที่จะเจอ แปลเป็นภาษาคน

อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้

incretin / GLP-1
กลุ่มยาที่เลียนแบบฮอร์โมนในลำไส้ ช่วยคุมน้ำตาลและทำให้อิ่มเร็ว ใช้รักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน
tirzepatide
ตัวยาเดียวกันที่ขายสองชื่อ Mounjaro ใช้กับเบาหวาน (และลดน้ำหนักในหลายประเทศ) ส่วน Zepbound ใช้ลดน้ำหนักในอเมริกา ญี่ปุ่น และแคนาดา ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
Foundayo (orforglipron)
ยาเม็ดกลุ่ม GLP-1 ของ Lilly กินวันละครั้ง ไม่ต้องฉีด
retatrutide / EloraTZP
ยาที่ยังอยู่ในการทดลอง retatrutide ออกฤทธิ์ผ่านฮอร์โมนสามตัว EloraTZP คือ tirzepatide ผสมกับ eloralintide ยาที่เลียนแบบฮอร์โมน amylin
Medicare
ระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลสหรัฐสำหรับคนอายุ 65 ปีขึ้นไป เดิมไม่จ่ายค่ายาลดน้ำหนัก
ค่าซื้องานวิจัย (acquired IPR&D)
เงินที่จ่ายซื้อยาที่ยังวิจัยไม่เสร็จจากบริษัทอื่น ต้องลงเป็นค่าใช้จ่ายทันทีทั้งก้อน Lilly ไม่ตัดรายการนี้ออกจากกำไรแบบปรับปรุง
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (performance margin)
คำที่ Lilly ใช้ หมายถึงกำไรขั้นต้นหักค่าวิจัยและค่าการตลาด หารด้วยรายได้
แบบปรับปรุง (non-GAAP)
ตัวเลขกำไรที่บริษัทตัดรายการพิเศษบางอย่างออก เช่น ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ใช้ดูผลของธุรกิจหลัก

1. ไตรมาสนี้ในภาพเดียว

ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026

$24.4B
รายได้ · โต 39% จาก $17.6B ปีก่อน
84.4%
อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุง · ขึ้น 0.8 จุด
$7.48
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง · โต 7% · หักค่าซื้องานวิจัยแล้ว
$4.57
ค่าซื้องานวิจัยต่อหุ้น · ปีก่อน $0.71

จากประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (29 ต.ค. 2026) และคำพูดของซีเอฟโอ

รายได้ $24.4B โต 39% กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง $7.48 โตแค่ 7% จาก $7.02 ปีก่อน ช่องว่างนี้มาจากค่าซื้องานวิจัย ไตรมาสนี้ Lilly ซื้อกิจการ AtaiBeckley และ Curevo ลงเป็นค่าใช้จ่ายทันที $4.2B คิดเป็น $4.57 ต่อหุ้น เทียบกับ $0.71 ปีก่อน Lilly ไม่ตัดรายการนี้ออกจากกำไรแบบปรับปรุง ตัวเลขจึงดูโตช้ากว่าธุรกิจจริง

ตามบัญชี กำไรสุทธิ $6.5B กำไรต่อหุ้น $7.22 โต 16% ซีเอฟโอบอกว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงอยู่ที่ 54.2% เพิ่ม 5.9 จุดจากปีก่อน เพราะรายได้โตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย แต่ต้องรู้ไว้ว่ารายได้ไตรมาสนี้มีรายการพิเศษราว $900M ส่วนใหญ่เป็นเงินก้อน $410M จากยา Jardiance ที่ทำร่วมกับ Boehringer Ingelheim (ไม่มีเงินก้อนแบบนี้เหลือแล้ว) และการปรับประมาณการส่วนลดยาให้ดีขึ้น

2. ขายได้มากขึ้น แต่ราคาลด

รายได้โต 39% มาจากไหน

+53%

ปริมาณขาย

  1. Mounjaro และ Zepbound ขายได้มากขึ้นทั้งในและนอกอเมริกา
  2. นอกอเมริกาปริมาณเพิ่ม 76%
ดึงขึ้น

−15%

ราคาเฉลี่ย

  1. Zepbound ในอเมริการาคาลด
  2. Mounjaro เข้าบัญชียาที่รัฐจีนช่วยจ่าย (NRDL)
ดึงลง

จากประกาศผลประกอบการ · ราคาเฉลี่ยคือราคาหลังหักส่วนลดที่บริษัทได้รับจริง

ในอเมริกา รายได้ $15.1B โต 34% ปริมาณเพิ่ม 41% ราคาลด 7% ซีเอฟโอบอกว่าราคาได้แรงช่วยจากการปรับประมาณการส่วนลด ถ้าไม่นับรายการนี้ ราคาในอเมริกาลด 10% นอกอเมริกา รายได้ $9.3B โต 47% ปริมาณเพิ่ม 76% แต่ราคาลด 29% ส่วนใหญ่เพราะจีนเอา Mounjaro เข้าบัญชียาที่รัฐช่วยจ่ายตั้งแต่ไตรมาส 1

รายได้แต่ละภูมิภาค เทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน

ภูมิภาคโตมาจาก
อเมริกา34%Zepbound และ Mounjaro
ยุโรป29%Mounjaro + เงินก้อนจาก Jardiance $410M
ญี่ปุ่น26%Mounjaro และยาอัลไซเมอร์ Kisunla
จีน62%Mounjaro
ประเทศอื่น87%Mounjaro ในเกาหลี ตุรกี บราซิล

จากคำพูดของซีเอฟโอ · นอกอเมริกาคิดแบบตัดผลค่าเงิน (constant currency)

3. Mounjaro และ Zepbound

ยา tirzepatide สองชื่อ ไตรมาส 3 ปี 2026

Mounjaro
💉 เบาหวาน (ลดน้ำหนักในหลายประเทศ)

รายได้ $10.7B โต 65%

อเมริกา $5.0B โต 41% · นอกอเมริกา $5.7B โต 93%

Zepbound
⚖️ ลดน้ำหนัก

รายได้ $5.4B โต 49%

อเมริกา $5.3B โต 48%

รวม
📈 สองชื่อรวมกัน

$16.1B · ปีก่อน $10.1B

โตราว $6B ในปีเดียว

จากตารางรายได้ในประกาศผลประกอบการ · ยอดรวมผมคำนวณจากตาราง ($10,723M + $5,352M)

Mounjaro ยังเป็นยาที่ขายได้มากที่สุดของบริษัท ซีเอฟโอเล่าว่าในจีน Mounjaro เป็นยาตัวแรกที่ทำรายได้เกิน $1B ในปีเต็มปีแรก และในญี่ปุ่นคนไข้ใหม่ที่เริ่มยากลุ่มนี้เลือก Mounjaro เกินครึ่ง ส่วน Zepbound ในอเมริกาขายได้มากขึ้นมาก แต่ราคาเฉลี่ยลดลง

เรื่องคนใช้ยาต่อเนื่องนานแค่ไหน Ilya Yuffa ประธาน Lilly USA ตอบนักวิเคราะห์ว่า ยาเบาหวาน Trulicity ที่ Lilly เคยขาย คนใช้ต่อเนื่องราว 16–18 เดือน และ Zepbound กำลังไปได้ใกล้เคียงกัน ทั้งคนที่ประกันจ่ายและคนที่จ่ายเอง ส่วนยาเม็ดโดยทั่วไปคนมักใช้ต่อเนื่องน้อยกว่ายาฉีดสัปดาห์ละครั้ง (ถอดความ)

4. ตลาดยาลดน้ำหนักยังเพิ่งเริ่ม

ตลาดยากลุ่ม incretin ไตรมาส 3 ปี 2026

+82%
ใบสั่งยาลดน้ำหนักในอเมริกา
6 ใน 10
ใบสั่งยาในอเมริกาเป็นยา Lilly · ยาฉีดเกิน 7 ใน 10
~58%
ส่วนแบ่งนอกอเมริกา · เพิ่มเกือบ 4 จุดจากไตรมาส 2
1 ใน 10
ผู้ป่วยในอเมริกาที่บริษัทเข้าถึง (ซีเอฟโอประเมิน)

จากคำพูดของซีเอฟโอ · นอกอเมริกาวัดจากยอดขายที่ IQVIA รวบรวม

ในอเมริกา ใบสั่งยากลุ่มนี้ทั้งหมดเพิ่ม 32% ฝั่งลดน้ำหนักเพิ่ม 82% ฝั่งเบาหวานเพิ่ม 8% และ Lilly มีส่วนแบ่งเกิน 60% นอกอเมริกาตลาดโต 53% นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ถามว่าที่ยอดโตเร็วขนาดนี้ เป็นเพราะตลาดใหญ่กว่าที่คิด หรือเป็นการดึงความต้องการในอนาคตมาใช้ก่อน ซีเอฟโอตอบว่ายังแค่ขีดผิวเท่านั้น ในอเมริกาเข้าถึงผู้ป่วยราว 1 ใน 10 นอกอเมริกาแค่ 2 ใน 100 แม้ตัวเลข $16B ต่อไตรมาสจะดูใหญ่มาก (ถอดความ)

Ken Custer ประธานกลุ่มยาหัวใจและเมตาบอลิก เสริมว่าในอเมริกามีคนที่เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินราว 110 ล้านคน และทั่วโลกเป็นหลักพันล้านคน บริษัทจึงทำยาหลายตัวให้คนเลือกตามที่เหมาะกับตัวเอง ทั้งยาเม็ด ยาฉีด และยารุ่นถัดไป

5. Medicare Bridge: ผู้สูงอายุเข้าถึงยา

โครงการ Medicare GLP-1 Bridge (เริ่ม 1 ก.ค. 2026)

  1. ใครผู้สูงอายุในอเมริการาว 20 ล้านคน เข้าถึงยาลดน้ำหนักด้วยเงินที่ต้องจ่ายเองน้อย
  2. ผลตอนนี้คนรับยาของ Lilly ผ่านโครงการแล้วเกินครึ่งล้านคน · คนเริ่มใหม่ 7 ใน 10 เลือกยา Lilly
  3. คนแบบไหนราว 80% ไม่เคยใช้ยากลุ่มนี้มาก่อน · ราว 75% เลือกยาฉีด
  4. ต่อจากนี้เป็นโครงการนำร่อง · ซีอีโอหวังให้ย้ายเข้าสิทธิประโยชน์ยาของ Medicare ถาวรตั้งแต่ปี 2028

จากคำพูดของซีอีโอและประธาน Lilly USA · ความเห็นเรื่องอนาคตของโครงการเป็นมุมมองของบริษัท

Bridge เป็นโครงการนำร่องที่ให้ Medicare จ่ายค่ายาลดน้ำหนักให้ผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ ซีอีโอบอกว่าคนที่เข้ามาส่วนใหญ่มีน้ำหนักมากและมีโรคร่วม ประธาน Lilly USA บอกว่าโครงการนี้ไปได้ดีกว่าที่บริษัทคาด และเงินที่ต้องจ่ายเองน้อยทำให้คนใช้ยาต่อเนื่องดีขึ้น (ถอดความ)

ซีอีโอยกงานวิจัยอิสระจาก Schaeffer Center ของมหาวิทยาลัย Southern California ที่ประเมินว่าการให้ Medicare จ่ายค่ายาลดน้ำหนักอาจช่วยประหยัดเงินรวมเกิน $20B ใน 10 ปี (เป็นการประเมินของงานวิจัย ไม่ใช่ผลจริง) นักวิเคราะห์จาก Cantor ถามว่าจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าโครงการจะไม่สะดุดหลังสิ้นปี 2027 ซีอีโอบอกว่าค่อนข้างมองบวก เพราะคนใช้ยาเยอะ ใช้ตามข้อบ่งใช้ และน่าจะคุ้มค่า และคาดว่าจะเริ่มคุยกับบริษัทประกันเรื่องปี 2028 (ถอดความ)

6. Foundayo ยาเม็ดลดน้ำหนัก

Foundayo ไตรมาส 3 ปี 2026

อเมริกา

คนเริ่มยาเม็ดลดน้ำหนัก

ราว 4 ใน 10 เลือก Foundayo · คนไข้ใหม่เพิ่มเป็น 2 เท่าจากไตรมาส 2

เหมือน ร้านใหม่ที่คิวเริ่มยาว

นอกอเมริกา

เปิดขาย 4 ประเทศ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ซาอุดีอาระเบีย เม็กซิโก · รออนุมัติอีกเกิน 40 ประเทศ

เหมือน เปิดสาขาทีละเมือง

เบาหวาน

รอผลอนุมัติในอเมริกา

คาดผลในไตรมาส 4 · ซีอีโอบอกว่าราวครึ่งของยากลุ่มนี้ในอเมริกาใช้กับเบาหวาน

เหมือน รอใบอนุญาตขายเมนูใหม่

จากคำพูดของซีเอฟโอ ประธาน Lilly USA ประธาน Lilly International และซีอีโอ · รายได้ Foundayo ไตรมาส 3 $184M

Foundayo เพิ่งเริ่มขาย รายได้ไตรมาสนี้จึงยังเล็ก $184M แต่ตัวเลขการใช้กำลังขยับ ประธาน Lilly USA บอกว่าใบสั่งยาไตรมาสนี้เกินครึ่งล้านใบ หมอที่ลองสั่งยาเพิ่มเกินเท่าตัว และในยาเม็ดลดน้ำหนักที่โตจากไตรมาส 2 ไตรมาส 3 Foundayo ได้ไป 45% เรื่องขนาดยา คนที่ขึ้นถึงขนาดยาสำหรับใช้ระยะยาวแล้วราว 25% ซึ่งเขาบอกว่าสูงกว่ายาเม็ด Wegovy ของคู่แข่ง (ถอดความ)

นอกอเมริกา Patrik Jonsson ประธาน Lilly International บอกว่ายาเม็ดช่วยขยายตลาด เพราะคนจำนวนมากที่เริ่มยาเม็ดไม่เคยใช้ยากลุ่มนี้มาก่อน เม็กซิโกเปิดได้ 6 สัปดาห์ยอดดีกว่าที่คาดเล็กน้อย และคณะกรรมการยาของยุโรป (CHMP) ให้ความเห็นเชิงบวกแล้ว บริษัทหวังได้รับอนุมัติภายในสิ้นปี และพร้อมเปิดขายเกิน 40 ประเทศปีหน้า โดยช่วงแรกเน้นคนที่จ่ายเงินเอง (ถอดความ)

7. ยากลุ่มอื่นโตเท่าตัว

ยาตัวหลักนอกกลุ่มเบาหวานและลดน้ำหนัก ไตรมาส 3 ปี 2026

ยารักษารายได้โต
Jaypircaมะเร็งเม็ดเลือด$228M59%
Ebglyssผิวหนังอักเสบ$202M59%
Kisunlaอัลไซเมอร์$193M175%
Omvohลำไส้อักเสบ$114M76%
Inluriyoมะเร็งเต้านม$73Mยาใหม่

จากตารางรายได้ในประกาศผลประกอบการ · ยาตัวหลักในกลุ่มมะเร็ง ภูมิคุ้มกัน และสมอง รวมกันโต 100%

ยากลุ่มนี้ยังก้อนเล็กเมื่อเทียบกับ tirzepatide แต่โตเร็ว Kisunla ยาอัลไซเมอร์โต 175% Carole Ho ประธานกลุ่มยาสมอง บอกว่ามาจากการให้ยาที่สะดวก (ฉีดเข้าเส้นครั้งละ 30 นาที เดือนละครั้ง) และการตรวจเลือดหาโรคแบบ p-tau217 ที่เพิ่มเกินเท่าตัว ทำให้คนได้รับการวินิจฉัยเร็วขึ้น ส่วน Inluriyo ยามะเร็งเต้านมแบบกิน ได้ส่วนแบ่งใบสั่งยาใหม่ในอเมริกาเกิน 60% แล้ว

8. ผลทดลองยาใหม่

retatrutide เทียบ semaglutide 2 mg ในคนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2

semaglutide

ยาของคู่แข่ง (Ozempic)

  1. น้ำหนักลด 9.4%
  2. น้ำตาลสะสม (A1C) ลด 1.8%
ยาที่ใช้อยู่

retatrutide

ยาใหม่ของ Lilly (ทดลองระยะ 3)

  1. น้ำหนักลด 20–21%
  2. น้ำตาลสะสม (A1C) ลด 2.2%
มากกว่า 2 เท่า

ผลเบื้องต้นจากการทดลอง TRANSCEND-T2D-2 ที่บริษัทแถลงหนึ่งวันก่อนประกาศงบ · ยังไม่ได้รับอนุมัติ

Dan Skovronsky ประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ บอกว่าคนเป็นเบาหวานลดน้ำหนักได้ยากกว่าคนทั่วไป ผลนี้จึงสำคัญ อีกตัวคือ EloraTZP ผลทดลองระยะ 2 ในคนที่เป็นทั้งโรคอ้วนและเบาหวาน น้ำหนักลด 23.3% ใน 48 สัปดาห์ มากกว่า tirzepatide 57% และกลุ่มขนาดยาสูงสุดน้ำตาลสะสมลด 2.9% แต่กลุ่มนั้นก็มีคนหยุดยาเพราะผลข้างเคียงมากกว่า บริษัทบอกว่าการทดลองระยะ 3 จะเพิ่มขนาดยาช้าลง และจะเริ่มเร็วๆ นี้

ฝั่ง Foundayo การทดลองด้านหัวใจ ACHIEVE-4 ผ่านเป้าหลัก คือปลอดภัยต่อหัวใจไม่ด้อยกว่าอินซูลิน glargine และในการวิเคราะห์เพิ่มเติมที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ความเสี่ยงเหตุการณ์ด้านหัวใจต่ำกว่าอินซูลิน 16% ส่วนเรื่องที่ได้รับอนุมัติแล้วในไตรมาสนี้มีหลายตัว

บริษัทบอกว่ามียามะเร็งตัวใหม่หรือข้อบ่งใช้ใหม่ 8 รายการที่อยู่หรือกำลังจะเข้าการทดลองระยะ 3 ผลการทดลอง EMBER-4 ของ Inluriyo ในมะเร็งเต้านมระยะต้นคาดว่าจะออกปี 2027 และจะมีงาน Lilly Innovation Day วันที่ 7 ธันวาคม ที่เน้นเรื่องยาที่กำลังพัฒนา

9. ค่าใช้จ่าย การซื้อกิจการ และโรงงานใหม่

เงินที่ Lilly ใช้ในไตรมาส 3 ปี 2026

$4.2B
ค่าวิจัยและพัฒนา · โต 23% · 17% ของรายได้
$3.1B
ค่าการตลาดและบริหาร · โต 14%
$4.2B
ค่าซื้องานวิจัย · ปีก่อน $656M
$1.9B
คืนผู้ถือหุ้น · ปันผล $1.5B + ซื้อหุ้นคืน $400M

จากประกาศผลประกอบการและคำพูดของซีอีโอ · ยอดคืนผู้ถือหุ้นผมรวมเอง

ค่าวิจัยโตเพราะยาที่กำลังทดลองมีมากขึ้น ทั้งที่พัฒนาเองและที่ซื้อมา ค่าการตลาดโตเพราะเตรียมเปิดตัวยาใหม่หลายตัว ไตรมาสนี้ Lilly ซื้อ AtaiBeckley ที่พัฒนายารักษาโรคซึมเศร้าที่รักษายาก และหลังจบไตรมาสก็ซื้อ Merida Biosciences ที่พัฒนายาโรค Graves (ภูมิคุ้มกันกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานเกิน) และโรคตาจากไทรอยด์ Jake Van Naarden ผู้ดูแลการซื้อกิจการ บอกว่าความเสี่ยงคือเพื่อนของเรา เพราะบริษัทไม่ต้องการรายได้พรุ่งนี้ จึงซื้อยาที่ยังเสี่ยงอยู่บ้างเพื่อสร้างมูลค่าได้ (ถอดความ)

ด้านโรงงาน ไตรมาสนี้บริษัทเริ่มก่อสร้างโรงงานใหม่สองแห่งในอเมริกา ที่ Houston รัฐเท็กซัส $6.5B และที่ Richmond รัฐเวอร์จิเนีย $5B ซีอีโอบอกว่าราวสามในสี่ของยาที่กำลังทดลองเป็นโรคอื่นนอกจากโรคอ้วน และบริษัทตั้งใจให้รายได้มาจากหลายกลุ่มยา

10. เป้าทั้งปี 2026

เป้าทั้งปี 2026 ก่อนและหลังปรับ

รายการเดิมใหม่
รายได้$85–87B$91–92B
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน*49.0–50.5%52.0–52.5%
อัตราภาษี*18–19%19–20%
กำไรต่อหุ้น*$35.50–36.50$35.00–36.00

*แบบปรับปรุง · เป็นการคาดการณ์ของบริษัท ไม่ใช่ผลจริง · เป้าไม่รวมค่าซื้องานวิจัยที่จะเกิดหลัง 30 ก.ย. 2026

เป้ารายได้ขึ้นอีก $5.5B ที่จุดกึ่งกลาง เป้ากำไรต่อหุ้นดูเหมือนลดลง แต่จริงๆ บริษัทปรับขึ้น $4.07 จากธุรกิจที่ดีขึ้น แล้วหักค่าซื้องานวิจัยของไตรมาส 3 ที่ $4.57 ออก นักวิเคราะห์จาก JPMorgan นับว่าปีนี้ Lilly ปรับเป้ารายได้ขึ้นรวมราว $10B จากเป้าแรกของปี

นักวิเคราะห์จาก TD Cowen ถามตรงๆ ว่าเป้าของ Lilly ไม่ค่อยตรงกับผลจริง ซีอีโอตอบว่าเป็นช่วงที่ตลาดยากลุ่มนี้ขยายตัวใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยา มีหลายเรื่องที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ต้นปีมีสองตัวแปรที่ไม่รู้คำตอบ คือ Bridge จะเริ่มเมื่อไหร่และคนจะใช้มากแค่ไหน กับคนชั้นกลางนอกอเมริกาจะยอมจ่ายเงินเองซื้อยาลดน้ำหนักแค่ไหน ทั้งสองเรื่องออกมาดีกว่าที่คาด และเขาบอกว่าเกินเป้าทางบวกดีกว่าพลาดทางลบ (ถอดความ)

11. มองไปปี 2027

บริษัทจะให้เป้าปี 2027 ตอนประกาศงบไตรมาส 4 เดือนมกราคม แต่ซีเอฟโอเล่าแรงดึงขึ้นและลงไว้ก่อน

เรื่องราคานอกอเมริกา ประธาน Lilly International บอกว่าแม้มียาสามัญออกมาในอินเดีย บราซิล และแคนาดา Lilly ยังรักษาส่วนแบ่งได้ และตอนนี้มี 9 ประเทศในยุโรปที่ประกันรัฐจ่ายค่ายาเบาหวานกลุ่มนี้ ซีอีโอเสริมว่าบริษัทตั้งใจให้ราคายาลดน้ำหนักในแต่ละประเทศห่างกันน้อยกว่ายากลุ่มอื่น เพราะเป็นยาที่คนจ่ายเงินเองเยอะ (ถอดความ)

12. มุมผู้ถือหุ้น: ไตรมาสนี้บอกอะไร

ไตรมาสนี้ยืนยันว่าความต้องการยาลดน้ำหนักยังโตแรง ทั้งจากคนจ่ายเงินเองนอกอเมริกา และจากผู้สูงอายุในอเมริกาที่เพิ่งเข้าถึงผ่าน Bridge Lilly ยังนำตลาดทั้งยาฉีดและเริ่มได้ส่วนแบ่งในยาเม็ด และกลุ่มยาอื่นเริ่มโตเป็นเรื่องเป็นราว

แต่มีสามเรื่องที่ต้องแยกให้ออก เรื่องแรก รายได้ไตรมาสนี้มีรายการพิเศษราว $900M และทั้งปีราว $2B ที่ปีหน้าไม่มี เรื่องที่สอง ราคาเฉลี่ยลดต่อเนื่อง และสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นมาจากช่องทางที่ราคาต่ำกว่า เรื่องที่สาม บริษัทซื้อกิจการเยอะ ค่าซื้องานวิจัยทำให้กำไรต่อหุ้นแกว่งตามจังหวะการซื้อ ตัวเลขที่ควรดูต่อคือใบสั่งยา Foundayo จำนวนคนใน Bridge และราคาเฉลี่ยในอเมริกา

อยากเข้าใจว่า Eli Lilly หาเงินจากอะไร มีความเสี่ยงอะไรที่บริษัทเขียนไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Eli Lilly

13. อีกด้านของเหรียญ

🔭 สิ่งที่ยังไม่รู้ และควรติดตาม

สรุป: ไตรมาส 3 ปี 2026 ของ Eli Lilly รายได้ $24.4B โต 39% ปริมาณขายเพิ่ม 53% แต่ราคาเฉลี่ยลด 15% Mounjaro และ Zepbound รวมกัน $16.1B โตราว $6B ใบสั่งยาลดน้ำหนักในอเมริกาเพิ่ม 82% โครงการ Medicare Bridge มีคนรับยาของ Lilly แล้วเกินครึ่งล้านคน ยาเม็ด Foundayo เริ่มได้ส่วนแบ่ง และยากลุ่มอื่นโตเท่าตัว กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุง $7.48 โตแค่ 7% เพราะค่าซื้องานวิจัย $4.57 ต่อหุ้น บริษัทปรับเป้ารายได้ทั้งปีขึ้นเป็น $91–92B จุดที่ต้องจับตาคือราคายาที่ลดต่อเนื่อง รายได้พิเศษราว $2B ที่ปีหน้าไม่มี และอนาคตของ Bridge หลังปี 2027

ที่มา: การประชุมนักลงทุน Eli Lilly ไตรมาส 3 ปี 2026 (29 ต.ค. 2026) และประกาศผลประกอบการที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกัน (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) · รายได้รายยา รายได้แยกในและนอกอเมริกา ปริมาณและราคา ค่าใช้จ่าย ค่าซื้องานวิจัย กำไรตามบัญชี และตารางเป้าทั้งปี มาจากประกาศผลประกอบการ · ยอดรวม Mounjaro + Zepbound และยอดคืนผู้ถือหุ้น ผมคำนวณเอง · ผลทดลองยาเป็นผลที่บริษัทแถลง · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 29 ตุลาคม 2026

อยากรู้ว่า Eli Lilly หาเงินจากอะไร?

สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Eli Lilly เป็นภาษาไทย อ่านจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ

อ่านภาพรวมบริษัท Eli Lilly →

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการประชุมนักลงทุน ประกาศผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026