Elon Musk เปิดการประชุมว่าไตรมาสนี้แข็งแกร่งมาก แต่ตัวเลขบอกว่ารายได้ทรงตัว และกำไรหายไปเกือบครึ่ง เพราะเงินถูกเทไปที่ AI หุ่นยนต์ และโรงงานชิป ส่วนสิ่งที่โตจริงคือคนจ่ายค่า FSD และไมล์ Robotaxi ผมถอดจากการถาม-ตอบนักลงทุนมาเล่าเป็นภาษาคน
ระหว่างเล่าเรื่อง Robotaxi ในการถาม-ตอบนักลงทุนวันที่ 21 ตุลาคม 2026 Elon Musk บอกว่าเวลาเขาดูกราฟไมล์ที่รถวิ่งเองโดยไม่มีคนขับรายสัปดาห์ (ถอดความ) “มันดูเหมือนจรวดที่กำลังขึ้นสู่วงโคจร” แล้วชวนให้คนไปลองนั่ง Cybercab ที่ Austin ด้วยตัวเอง
กราฟนั้นพุ่งจริง ไมล์สะสมโต 8 เท่าในไตรมาสเดียว แต่กราฟที่นักลงทุนต้องดูคู่กันคืองบกำไรขาดทุน ที่รายได้แทบไม่ขยับ กำไรสุทธิลด 43% และค่าใช้จ่ายดำเนินงานโต 39% Vaibhav Taneja ซีเอฟโอ พูดตรงๆ ว่าบริษัทอยู่ในรอบการลงทุนครั้งใหญ่ และค่าใช้จ่ายจะโตต่อจนกว่าสินค้าใหม่จะขายได้ ไตรมาสนี้จึงเป็นภาพของบริษัทที่ใช้เงินจากธุรกิจรถวันนี้ ไปสร้างธุรกิจที่ยังไม่มีรายได้
บทความนี้เรียบเรียงจากการถาม-ตอบนักลงทุนที่ Elon Musk, Vaibhav Taneja และผู้บริหารคนอื่นตอบคำถาม แล้วใช้รายงาน Q3 2026 Update ที่ Tesla ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐในวันเดียวกันยืนยันตัวเลข ตัวเลขทั้งหมดเป็นดอลลาร์สหรัฐ และไตรมาส 3 หมายถึงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2026
อ่านผ่านๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาดูตอนเจอคำเหล่านี้
ตัวเลขหลักไตรมาส 3 ปี 2026
จากรายงาน Q3 2026 Update ของ Tesla (21 ต.ค. 2026) · อัตรากำไรจากการดำเนินงานเหลือราว 2.6% จากราว 5.8% ปีก่อน
รายได้ $28.0B ทรงตัวจากปีก่อน แต่ข้างในมีการย้ายที่ รายได้รถลดเล็กน้อย รายได้แบตเตอรี่สำรองไฟลดลง ขณะที่รายได้บริการโตแรง Tesla ยังรายงานว่ารายได้ย้อนหลัง 12 เดือนเกิน $100B เป็นไตรมาสที่สองติดกัน
รายได้แยกตามธุรกิจ ไตรมาส 3
| ธุรกิจ | ไตรมาส 3 ปี 2026 | ไตรมาส 3 ปี 2025 | เปลี่ยนแปลง |
|---|---|---|---|
| รถยนต์ (รวมเครดิตและเช่า) | $20.6B | $21.2B | ลดราว 3% |
| แบตเตอรี่สำรองไฟและพลังงาน | $2.9B | $3.4B | ลดราว 16% |
| บริการและอื่นๆ | $4.6B | $3.5B | โตราว 33% |
| รวม | $28.0B | $28.1B | ทรงตัว |
จากงบกำไรขาดทุนในรายงาน Q3 2026 Update · เปอร์เซ็นต์คำนวณจากตัวเลขในรายงาน · เครดิตคาร์บอนเหลือ $113M จาก $417M ปีก่อน
กำไรสุทธิตามบัญชี $787M ลด 43% ส่วนกำไรแบบไม่นับรายการพิเศษ (non-GAAP) อยู่ที่ $1.7B ใกล้เคียงปีก่อน ส่วนต่างหลักคือค่าตอบแทนเป็นหุ้นราว $1.0B หลังหักภาษี ซึ่งรวมรางวัลผลงานของซีอีโอปี 2025 ด้วย ไตรมาสนี้ยังมีรายการตีราคาที่หักลบกัน คือหุ้น SpaceX ที่ Tesla ถืออยู่ราคาลดลง $142M แต่ Bitcoin ราคาขึ้นราว $290M
กำไรขั้นต้นไตรมาสนี้จริงๆ ดีขึ้น เป็น $5.5B จาก $5.1B ปีก่อน ปัญหาอยู่ที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่โตเร็วกว่ามาก จาก $3.4B เป็น $4.8B หรือโต 39% กำไรจากการดำเนินงานจึงเหลือ $718M
เงินที่ลงไปในค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
จากคำพูดของ Vaibhav Taneja และงบกำไรขาดทุนในรายงาน Q3 2026 Update · เปอร์เซ็นต์คำนวณจากตัวเลขในรายงาน
Vaibhav บอกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยและพัฒนา ทั้งค่าเสื่อมราคาของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ฝึก AI ค่าพัฒนาชิป และค่าเตรียมผลิตสินค้าใหม่ เขาพูดชัดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าสินค้าใหม่จะเริ่มขายได้ แปลว่ากำไรอาจยังไม่ฟื้นเร็ว แม้ธุรกิจรถจะดีขึ้น
ไตรมาสนี้ Tesla ส่งมอบรถ 486,532 คัน ลดลง 2% จากปีก่อน แต่ผลิตได้ 464,391 คัน โต 4% และส่งมอบเกิน 480,000 คันสองไตรมาสติดกันเป็นครั้งแรก สิ่งที่ผู้บริหารเน้นคือยอดจองค้างสูงสุดในรอบ 4 ปี ความต้องการเกินกำลังผลิตไปมาก และตัวจำกัดหลักคือแบตเตอรี่ที่ยังไม่พอ
ธุรกิจรถไตรมาส 3 ในสี่ตัวเลข
จากรายงาน Q3 2026 Update และรายงานยอดผลิตส่งมอบ 2 ต.ค. 2026 · อัตรากำไรดีขึ้นเพราะส่งรถไปเอเชียแปซิฟิกในสัดส่วนสูงขึ้น
Vaibhav บอกว่าจากข้อมูลเบื้องต้น Model Y เป็นรถไฟฟ้าขายดีอันดับ 1 ในยุโรป และรถนั่งขายดีอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ พร้อมยอดส่งมอบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในแคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน อัตรากำไรรถดีขึ้นเพราะส่งไปเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบและดอกเบี้ยยังเป็นแรงกดดัน บริษัทจึงปรับโปรแกรมผ่อนรถเพื่อชดเชยบางส่วน ส่วนเป้าระยะยาวคือผลิตรถปีละ 5 ล้านคันราวปี 2030 ซึ่ง Elon บอกว่ามีโอกาสทำได้ดี
ข้อที่ควรสังเกตคือรายได้จากเครดิตคาร์บอนเหลือ $113M จาก $417M ปีก่อน รายได้ก้อนนี้แทบเป็นกำไรล้วน การหายไปของมันจึงกดกำไรมากกว่าที่ตัวเลขรายได้ดูเหมือน
Elon บอกว่าFSD คือตัวขับเคลื่อนความต้องการซื้อรถที่ใหญ่ที่สุด และยังไม่มีคู่แข่งในรถที่ซื้อได้ทั่วไป Vaibhav เล่าว่าตอนนี้ลูกค้าในโชว์รูมสหรัฐเดินเข้ามาขอลองขับด้วย FSD ไม่ได้ขอลองรุ่นไหน
FSD ไตรมาส 3 ปี 2026
จากรายงาน Q3 2026 Update และคำพูดของ Vaibhav Taneja · ตัวเลขลูกค้าไม่นับคนที่ใช้ช่วงทดลองฟรี
ตัวเลขที่น่าสนใจคืออัตราการสมัครในอเมริกาเหนือเกิน 75% ของรถที่ส่งมอบ สูงขึ้นราว 20 จุดจากไตรมาสก่อน ทั้งที่รถทุกคันมี FSD ฟรีหนึ่งเดือนอยู่แล้ว นักวิเคราะห์จาก New Street ประเมินว่ารายได้ประจำต่อปีจาก FSD น่าจะใกล้ $1B และ Vaibhav ตอบว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์ใช้ถูกต้อง พร้อมบอกว่าจะเปิดเผยตัวเลข FSD มากขึ้นเมื่อโตขึ้น รวมถึงอัตราการยกเลิก
ฝั่งยุโรป FSD ได้รับอนุมัติเพิ่มสี่ประเทศหลังไตรมาส 2 รวมเป็นเก้าประเทศ Elon หวังว่าจะได้อนุมัติทั่วทั้งสหภาพยุโรปภายในไม่กี่เดือน และน่าจะไม่เกินไตรมาส 1 แต่ก็บอกเองว่าเป็นเรื่องที่ Tesla ควบคุมไม่ได้ ส่วนในจีน Vaibhav บอกว่ากำลังคุยกับหน่วยงานกำกับอย่างหนัก และเป็นเรื่องยาก
วันที่ 3 กันยายน Tesla เริ่มให้บริการ Robotaxi ด้วย Cybercab ที่ Austin ภายในราวหนึ่งเดือน จำนวน Cybercab ในพื้นที่เพิ่มขึ้น 10 เท่า และไมล์ที่วิ่งแบบไร้คนขับสะสมโต 8 เท่าในไตรมาสเดียว จนเกือบ 2 ล้านไมล์ โดยโตเลขสองหลักทุกสัปดาห์
เส้นทาง Robotaxi ตามที่ผู้บริหารบอก
สรุปจากคำพูดของ Elon Musk, Ashok Elluswamy และ Vaibhav Taneja · ทุกรายการหลังข้อแรกเป็นแผนหรือการคาดการณ์ของผู้บริหาร
ข้อที่ต้องถือไว้คือ Elon พูดเองว่า Robotaxi ยังไม่ช่วยรายได้ไตรมาสนี้ ส่วนต้นทุนต่อไมล์ Vaibhav ยอมรับว่ายังไม่ถึงเป้า $0.30 แต่เห็นทางไปถึง เพราะกำลังเรียนรู้เรื่องการจัดการฝูงรถ จุดรับส่ง และการทำความสะอาด Ashok Elluswamy หัวหน้าฝ่าย AI บอกว่าการขยายตอนนี้ยังติดที่ความสามารถของซอฟต์แวร์มากกว่ากฎหมาย และบริษัทยึดหลักไม่ยอมให้เกิดเหตุไม่ปลอดภัยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เขาคาดว่าราวไตรมาส 1–2 ปีหน้า ตัวจำกัดจะกลายเป็นเรื่องการอนุมัติจากรัฐ
สำหรับคนที่อยากซื้อ Cybercab Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์บอกว่าตั้งใจส่งให้ลูกค้าบางส่วนภายในสิ้นปี 2026 แต่ Elon ย้ำว่า Cybercab ส่วนใหญ่ Tesla จะเป็นเจ้าของเองและขายเป็นบริการเดินทาง ส่วนสายการผลิต Cybercab ที่รายงานไว้มากกว่า 125,000 คันต่อปี Lars บอกว่ารถรุ่นนี้มีชิ้นส่วนน้อยกว่ารุ่นอื่นที่เคยผลิต 50% และกำลังผลิตจริงสูงกว่าตัวเลขนั้นมาก
ธุรกิจพลังงานติดตั้งแบตเตอรี่ไป 13.7 GWh เป็นไตรมาสที่ดีอันดับสอง และมียอดสั่งซื้อและงานค้างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะศูนย์ข้อมูล AI ต้องการไฟมาก Elon บอกว่า Megapack ของปี 2027 เกือบขายหมดแล้ว โรงงาน Megafactory Texas กำลังผลิต 50 GWh เริ่มผลิตแล้ว และเริ่มส่ง Megapack ที่ใช้เซลล์ LFP ของตัวเองจากเนวาดา
อ่านตัวเลขธุรกิจพลังงานให้ครบ
ด้านที่ดีขึ้น
เทียบกับไตรมาสก่อน
ด้านที่ต้องระวัง
เหตุผลเบื้องหลัง
จากคำพูดของ Vaibhav Taneja และรายงาน Q3 2026 Update · ซีเอฟโอคาดว่าราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรจะดีขึ้นต่อจากความต้องการที่สูง
ข้อนี้เป็นตัวอย่างของการอ่านงบที่ดี ตัวเลขอัตรากำไร 33.1% ดูโดดเด่น แต่ Vaibhav บอกเองว่าที่ขึ้นมาจากไตรมาสก่อนส่วนใหญ่มาจากเงินคืนภาษีนำเข้าที่บันทึกในไตรมาสนี้ และการปรับลดประมาณการค่ารับประกันหลังตกลงกับผู้ผลิตเซลล์ ซึ่งไม่ได้เกิดทุกไตรมาส อย่างไรก็ตามเขาก็คาดว่าความต้องการที่สูงจะช่วยให้ราคาขายและอัตรากำไรดีขึ้นต่อในอนาคต
Tesla เริ่มผลิต Optimus บนสายการผลิตความเร็วสูงที่ Fremont แล้ว Elon บอกว่าเครื่องจักรส่วนใหญ่ของสายการผลิตที่รองรับ 1 ล้านตัวต่อปีมาถึงโรงงานแล้ว แต่ขอให้นักลงทุนลดความคาดหวังลง เพราะต้องใช้อย่างน้อยหนึ่งปีกว่าจะผลิตได้เต็มกำลัง
สามเรื่องที่ต้องเสร็จก่อน Optimus ส่งลูกค้าได้
มือที่ทนและนุ่ม
ฮาร์ดแวร์ส่วนที่ยากที่สุด
มือต้องหยิบของบอบบางได้ มีเซ็นเซอร์ที่ไม่พังเมื่อใช้ซ้ำ และใช้งานนานโดยไม่สึก เพราะหุ่นยนต์ซ่อมตัวเองไม่ได้เหมือนคน
เหมือน ทำถุงมือที่ใส่ร้อยไปทุกวันแล้วไม่ขาด แต่ยังจับไข่ได้สมองที่ใหญ่ขึ้น
ชิป AI5 ราวเมษายนปีหน้า
ชิปรุ่นใหม่มีกำลังประมวลผลมากกว่ารุ่นเดิมราว 10 เท่า จำเป็นเพราะหุ่นยนต์ต้องคุมการเคลื่อนไหวมากกว่ารถหลายเท่า
เหมือน เปลี่ยนจากเครื่องคิดเลขเป็นคอมพิวเตอร์ฝึกด้วยตัวเอง
Optimus Academy
หุ่นยนต์ไม่มีฝูงรถที่เก็บข้อมูลให้เหมือน FSD ต้องผลิตราว 10,000–20,000 ตัว แล้วให้ฝึกทำงานเองทั้งในโลกจำลองและโลกจริง
เหมือน เด็กหัดเดิน ที่ต้องล้มเองหลายครั้งถึงจะเก่งสรุปจากคำพูดของ Elon Musk, Ashok Elluswamy และวิศวกร Optimus · ทุกกำหนดเวลาเป็นการคาดการณ์ของผู้บริหาร
Elon คาดว่าเรื่องเหล่านี้จะแก้ได้ราวปลายปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่จะเริ่มส่ง Optimus ให้บริษัทอื่นใช้ ลูกค้ากลุ่มแรกน่าจะเป็นงานอุตสาหกรรมที่อันตราย ซ้ำซาก และต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการขายให้ใช้ในบ้านจะตามมาเมื่อผลิตได้มากขึ้น นอกจากโรงงาน Fremont Tesla ยังเริ่มสร้างโรงงาน Optimus ที่ Austin ซึ่งจะผลิตได้มากกว่า และ Elon บอกว่าอาจปล่อยวิดีโอ Optimus ทำงานที่ไม่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าในอีกหนึ่งถึงสองเดือน
เขายังย้ำความเชื่อเดิมว่าหุ่นยนต์รูปร่างคนจะเป็นสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และวันหนึ่งอาจมีหุ่นยนต์มากกว่าคน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ส่วนตัวของเขา ไม่ใช่ประมาณการทางการเงิน ฝั่งต้นทุน Vaibhav บอกว่ายังเร็วไปที่จะบอกว่าถึงเป้า เพราะการออกแบบยังเปลี่ยนอยู่ แต่ต้นทุนกำลังเข้าใกล้ระดับที่คาดไว้สำหรับ Cybercab
อีกโครงการใหญ่คือ Terafab โรงงานผลิตชิปของ Tesla ที่ Austin Elon บอกว่าจะเป็น “อาคารที่มีมูลค่าที่สุดในโลก” และจำเป็นต่อการขยาย Optimus เพราะช่วยแก้คอขวดเรื่องชิป ทั้งหน่วยความจำ การบรรจุชิป และชิปประมวลผล
ไทม์ไลน์ Terafab ตามที่ Elon บอก
จากคำพูดของ Elon Musk และ Vaibhav Taneja · ทั้งหมดเป็นเป้าหมาย Elon เรียกเองว่า “ความหวัง” สำหรับกำหนดผลิตปี 2028
เรื่องเงิน Elon บอกว่า Terafab ต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เป็นค่าเครื่องจักรจนถึงต้นปี 2028 และระยะยาวน่าจะเกิน $100B โดยยังต้องตกลงว่า Tesla กับ SpaceX จะแบ่งจ่ายอย่างไร ส่วนคำถามเรื่องการควบรวมกับ SpaceX ผู้บริหารปฏิเสธที่จะตอบในการประชุมนี้ ข้อมูลที่มีในงบคือ Tesla ซื้อหุ้น SpaceX ไป $2.0B เมื่อไตรมาส 1 และไตรมาสนี้ตีราคาหุ้นก้อนนี้ลดลง $142M
แม้กำไรจะลด แต่ Tesla ยังสร้างเงินสดอิสระ $1.5B จากเงินสดจากการดำเนินงาน $6.3B หักเงินลงทุน $4.7B เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มเป็น $45.4B
เงินทุนที่ Tesla เตรียมไว้
ปรับประมาณการ เงินลงทุนทั้งปีเหลือราว $20B เพราะจัดการการลงทุนได้มีประสิทธิภาพ และตั้งใจใช้เงินจากธุรกิจเป็นหลัก
เงินคืนภาษีนำเข้า นำไปลงทุนขยายกำลังผลิตในสหรัฐต่อ
ยังไม่เบิก ไตรมาสนี้เตรียมวงเงินกู้ได้สูงสุด $30B แต่ไม่มีแผนเบิกในปีนี้
ปีต่อๆ ไป เงินลงทุนจะโตต่อ ทั้งฝูง Robotaxi กำลังผลิต Optimus โซลาร์ คอมพิวเตอร์ AI และโรงงานชิป
จากคำพูดของ Vaibhav Taneja และ Elon Musk · เงินลงทุนไตรมาส 2 สูงถึง $5.8B และไตรมาส 3 $4.7B
ทำไมต้องเตรียมเงินกู้ทั้งที่มีเงินสดเกิน $45B Vaibhav อธิบายว่าบริษัทมั่นใจในความสามารถสร้างเงินสด และมองว่าการกู้ระยะสั้นเหมาะกับช่วงที่เงินลงทุนจะโตมาก เขาย้ำว่าสิ่งที่บริษัททำคือสร้างทุกส่วนของการเดินทางบนพื้นโลก ตั้งแต่รับส่งคนไปจนถึงขนส่งทุกรูปแบบ ซึ่งต้องลงทุนต่อเนื่องหลายปี
Tesla วันนี้ยังหาเงินจากการขายรถเป็นหลัก ราว 3 ใน 4 ของรายได้ และธุรกิจรถไตรมาสนี้ดีขึ้นทั้งอัตรากำไรและยอดจองค้าง แต่เงินที่ธุรกิจรถหาได้ถูกนำไปลงทุนในธุรกิจที่ยังไม่มีรายได้มากนัก ทั้ง Robotaxi, Optimus และโรงงานชิป ผลคือรายได้ทรงตัว และกำไรลดลงเกือบครึ่ง
สิ่งที่โตจริงในไตรมาสนี้คือรายได้ประจำจาก FSD และไมล์ของ Robotaxi ทั้งสองเรื่องเป็นฐานของเรื่องเล่าที่ผู้บริหารวางไว้ แต่ผู้บริหารเองบอกว่าจะเริ่มเห็นผลในงบราวไตรมาส 2 ปีหน้าเป็นอย่างเร็ว ระหว่างนี้ตัวเลขที่บอกทิศทางได้ดีคือค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ว่าจะโตเร็วกว่ากำไรขั้นต้นต่อไปอีกนานแค่ไหน
อยากเข้าใจว่า Tesla ใช้เงินกับอะไร มีหนี้เท่าไร และความเสี่ยงที่บริษัทเขียนไว้ในรายงานประจำปีมีอะไรบ้าง ดูได้ที่หน้าภาพรวมบริษัท Tesla
ที่มา: การถาม-ตอบนักลงทุน Tesla ไตรมาส 3 ปี 2026 (21 ต.ค. 2026) รายงาน Q3 2026 Update ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ (แบบ 8-K เอกสารแนบ 99.1) ในวันเดียวกัน และรายงานยอดผลิตส่งมอบ (2 ต.ค. 2026) · เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงแยกธุรกิจคำนวณจากตัวเลขในรายงาน · ตัวเลขรายได้ประจำของ FSD ราว $1B เป็นการประเมินของนักวิเคราะห์ที่ซีเอฟโอยืนยัน ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทรายงาน · คำพูดของผู้บริหารและนักวิเคราะห์เป็นการถอดความ ไม่ใช่การแปลคำต่อคำ · ข้อมูล ณ 22 ตุลาคม 2026
สรุปธุรกิจ จุดแข็ง และความเสี่ยงของ Tesla เป็นภาษาไทย อ่านจากรายงานที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐ
อ่านภาพรวมบริษัท Tesla →บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เป็นการรวบรวมและอธิบายข้อมูลจากการถาม-ตอบนักลงทุน รายงานผลประกอบการ และเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับ ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ไม่ใช่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ และไม่ใช่การชี้แนะให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ · ตัวเลขคาดการณ์ทั้งหมดเป็นของบริษัท ไม่ใช่ผลประกอบการจริง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจเสมอ · DaddyInvestor © 2026