คุณพ่อนักลงทุน
คุณพ่อนักลงทุนรีวิวหุ้นแบบเจ้าของธุรกิจ
📈 SRCE

1St Source (SRCE) ทำธุรกิจอะไร? เข้าใจทั้งบริษัทใน 5 นาที

สรุปภาพรวมบริษัทภาษาไทยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ — หาเงินจากไหน จุดแข็งตรงไหน มีอะไรต้องระวัง

📄 อ้างอิง: แบบ 10-K (ยื่น 2026-02-17) และ 10-Q (ยื่น 2026-10-22) · ข้อมูลจาก SEC EDGAR (public domain)

🏢 ทำธุรกิจอะไร

SRCE คือ 1st Source Corporation ครับ พูดง่ายๆ คือเป็นบริษัทแม่ของ 1st Source Bank ซึ่งทำธนาคารแบบที่เรารู้จักกัน คือรับเงินฝากจากลูกค้าแล้วเอาเงินนั้นไปปล่อยสินเชื่อและปล่อยเช่าอุปกรณ์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2026 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9.34 พันล้านดอลลาร์ สินเชื่อและการเช่ารวม 7.34 พันล้านดอลลาร์ และเงินฝากรวม 7.47 พันล้านดอลลาร์ครับ

สินเชื่อของบริษัทแบ่งเป็นหลายพอร์ต เช่น Commercial and agricultural (ธุรกิจและเกษตร), Renewable energy, Auto and light truck, Medium and heavy duty truck, Aircraft, Construction equipment, Commercial real estate, Residential real estate and home equity และ Consumer ครับ ข้อมูลที่ให้มาไม่มีตัวเลขรายได้แยกตามพอร์ต จึงบอกได้แค่ว่าพอร์ตไหนโตหรือหดตัวเท่าไร ไม่สามารถบอกได้ว่าแต่ละพอร์ตทำเงินเท่าไรครับ

นอกจากงานธนาคารแล้ว บริษัทยังมีธุรกิจด้าน Trust and wealth advisory ซึ่งรวมค่าบริหารการลงทุน ค่าดูแลการจัดการมรดก ค่าค่ายกองทุนรวม ค่าแอนนิวอิตี และค่าบริการ fiduciary ครับ ณ สิ้นกันยายน 2026 มูลค่าทรัพย์สินที่บริษัทดูแลอยู่ 6.68 พันล้านดอลลาร์ครับ

💰 เงินเข้ากระเป๋ามาจากไหน

ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net interest income ซึ่งคือส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับจากสินเชื่อและการลงทุน ลบด้วยดอกเบี้ยที่จ่ายให้เงินฝากและเงินกู้ยืม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ตัวเลขนี้อยู่ที่ 279.33 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.40% ครับ อัตรากำไรดอกเบี้ยสุทธิ (net interest margin) อยู่ที่ 4.26% เทียบกับ 4.00% ปีก่อนครับ

ส่วนที่สองคือรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (noninterest income) ช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 72.72 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 6.83% ประกอบด้วย Trust and wealth advisory 23.58 ล้าน, Debit card 13.85 ล้าน, Service charges on deposit accounts 10.57 ล้าน และ Insurance commissions 6.22 ล้านดอลลาร์ครับ ส่วนที่เหลือเป็นรายการอื่น เช่น กำไรจากการลงทุนในกิจการร่วมทุน ซึ่งรวมการขาย renewable energy tax equity investments มูลค่า 3.03 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ครับ

หักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 164.77 ล้านดอลลาร์ และค่าเผื่อหนี้สูญ (provision) 9.71 ล้านดอลลาร์แล้ว กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 137.04 ล้านดอลลาร์ครับ

🏰 จุดแข็งของธุรกิจ

จุดแข็งแรกคือฐานเงินฝาก ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ต้นทุนเฉลี่ยของเงินฝากที่มีดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.37% ขณะที่เงินฝากไม่มีดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ราว 1.60 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณหนึ่งในห้าของเงินฝากทั้งหมดครับ ฐานเงินฝากแบบนี้ช่วยให้บริษัทไม่ต้องพึ่งเงินระยะสั้นที่ราคาแพงมากนักครับ

จุดแข็งที่สองคือความแข็งแรงของเงินทุน บริษัทระบุว่าอยู่ในระดับ "historically strong and conservative" โดย Common Equity Tier 1 ratio อยู่ที่ 15.95% ขณะที่เกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎคือ 7.00% รวมกันชนแล้วครับ

จุดแข็งที่สามคือคุณภาพสินเชื่อ เงินกู้ที่ค้างชำระ 30 วันขึ้นไปอยู่ที่ 0.09% ของสินเชื่อ เทียบกับ 0.76% ปีก่อน และสินทรัพย์ที่มีปัญหาทั้งหมด (nonperforming assets) ลดลงเหลือ 59.44 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.81% ของสินเชื่อครับ

จุดแข็งสุดท้ายคือสภาพคล่อง บริษัทระบุว่ามีสภาพคล่องรวมประมาณ 3.55 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 50% ของเงินฝากหลังหักเงินฝากจากแหล่งภายนอกบางประเภทครับ

🤝 ลูกค้าและพาร์ทเนอร์หลัก

ลูกค้ากลุ่มใหญ่คือธุรกิจขนาดเล็กและกลาง เกษตรกรและผู้ผลิตพืชผล โดยเฉพาะผู้ผลิตธัญพืช ผู้ประกอบการขนส่งทางถนน ผู้ใช้งานรถยนต์และรถบรรทุกเบาในลักษณะฝูงรถ (fleet) ผู้ใช้เครื่องจักรก่อสร้าง ลูกค้าสินเชื่อเครื่องบินที่อยู่ในบราซิลและเม็กซิโก และลูกค้าบุคคลทั่วไปครับ

ส่วนพาร์ทเนอร์ด้านการเงินที่เอกสารระบุชัดคือ FHLB (Federal Home Loan Bank), FRB (Federal Reserve Bank), correspondent banks สำหรับการยืม Federal funds และเครือข่ายเงินฝากแบบ brokered deposits ครับ ชื่อลูกค้ารายใหญ่เป็นรายบุคคลไม่มีข้อมูลในส่วนที่ให้มาครับ

⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องรู้

ความเสี่ยงแรกคือพอร์ตเครื่องบิน บริษัทมี exposure ต่างประเทศในพอร์ตนี้ 303.85 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่อยู่ในเม็กซิโกและบราซิล บริษัทระบุว่าเคยมีช่วงที่ขาดทุนสูงผิดคาด เมื่อมูลค่าสินทรัพย์ลดลงอย่างฉับพลันพร้อมกับลูกค้าเจอแรงกดดันทางการเงิน ไตรมาส 3 ปีนี้มีการยึดคืนเครื่องบินหนึ่งรายการมูลค่า 2.21 ล้านดอลลาร์ครับ

ความเสี่ยงที่สองคือพอร์ต Auto and light truck บริษัทระบุว่ายอดหนี้ที่มีปัญหายังสูง ลูกค้าเจอค่าเช่าที่ต่ำลง ต้นทุนถือฝูงรถสูงขึ้น และอุตสาหกรรมมีกำลังการผลิตเกิน การตัดหนี้สูญสุทธิปีนี้ก็กระจุกตัวอยู่ที่พอร์ตนี้ด้วยครับ

ความเสี่ยงที่สามคือภาคเกษตรและขนส่ง บริษัทระบุว่าเกษตรกรผู้ปลูกธัญพืชเจอต้นทุนปัจจัยการผลิตสูงและกำไรต่อหน่วยถูกบีบ ส่วนขนส่งทางถนนเพิ่งฟื้นจากช่วงตกต่ำยาวนาน แต่ความต้องการขนส่งโดยรวมยังอ่อนอยู่ครับ

ความเสี่ยงที่สี่คือ macro บริษัทระบุว่ากังวลเรื่องภาษีการค้า เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และความเครียดของผู้บริโภค โดยมุมมองของบริษัทเอียงไปทางความเสี่ยงขาลงมากกว่า ค่าเผื่อหนี้สูญอาจปรับขึ้นได้ถ้าสถานการณ์แย่ลงครับ

ความเสี่ยงที่ห้าคือการพึ่งแหล่งเงินระยะสั้น ยอดเงินกู้ยืมระยะสั้นเฉลี่ย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้นกว่า 130% เมื่อเทียบปีก่อน และหากหน่วยงานกำกับของรัฐอินเดียนาเปลี่ยนเงื่อนไขการวางหลักประกันสำหรับเงินฝากภาครัฐ บริษัทประเมินว่าอาจต้องวางหลักประกันประมาณ 1.40 พันล้านดอลลาร์ครับ

ความเสี่ยงที่หกคือ renewable energy ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นตัวขับการเติบโตของสินเชื่อหลักในปีนี้ การโตเร็วในพอร์ตเดียวทำให้ความเข้มข้นของพอร์ตสูงขึ้น และบริษัทมี residual value guarantees มูลค่า 43.51 ล้านดอลลาร์ที่ต้องติดตามครับ

🚀 อนาคตจะไปทางไหน

บริษัทระบุว่าการเติบโตของสินเชื่อยังค่อนข้างเปราะบาง และพยากรณ์เศรษฐกิจในปีหน้าเอนไปทางความเสี่ยงขาลงมากกว่าปีก่อนครับ พอร์ต renewable energy, construction equipment, commercial and agricultural และ commercial real estate เป็นพอร์ตที่บริษัทระบุว่าช่วยดันยอดสินเชื่อในปีนี้ครับ

ด้านผู้ถือหุ้น บริษัทจ่ายเงินปันผลไตรมาส 3 ที่ 0.45 ดอลลาร์ต่อหุ้น และซื้อหุ้นคืนไปแล้ว 23.35 ล้านดอลลาร์ใน 9 เดือนแรกครับ ส่วนธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์กำลังหดตัว เพราะบริษัทระบุว่าลูกค้าเปลี่ยนความต้องการและราคาแข่งขันรุนแรงขึ้นครับ

📈 ผลล่าสุดสั้นๆ

กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2026 อยู่ที่ 137.04 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 17% และ net interest margin อยู่ที่ 4.26% ครับ ดูตัวเลข/กราฟเต็มได้ที่แท็บงบการเงินครับ

🔓 อยากเจาะลึกกว่านี้?

📑 อ่านผลประกอบการบริษัท 10-K / 10-Q (ภาษาไทย)
🎓 AI คุณพ่อนักลงทุน เจาะลึกหุ้นรายตัว [PRO]
🔔 แจ้งเตือนแนวรับ-แนวต้าน / Stage Analysis

 

ดูกราฟ + แนวรับ-แนวต้านของ SRCE →